รู้ก่อนเลือก ! เรียน "คณะเภสัชฯ" ไม่ได้เปิดร้านขายยา/เป็นเภสัชกรได้ทุกคน
สวัสดีน้องๆ ทุกคนค่ะ น้องๆ หลายคนอาจมีภาพจำว่า เรียนเภสัชฯ จบแล้วก็ต้องมาเปิดร้านขายยา หรือทำงานเป็นเภสัชกรตามโรงพยาบาลใช่ไหมคะ แต่ความจริงแล้ว “ไม่ใช่ทุกสาขา” ที่สามารถสอบใบประกอบวิชาชีพ หรือเปิดร้านขายยาได้ ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญมากที่น้องๆ ควรรู้ก่อนตัดสินใจเลือกสาขาที่เรียนค่ะ
รู้ก่อนเลือก ! เรียน "คณะเภสัชฯ" ไม่ได้เปิดร้านขายยา/เป็นเภสัชกรได้ทุกคน
เภสัชฯ เรียนอะไร?
คณะเภสัชศาสตร์เป็นคณะที่เรียนเกี่ยวกับ “ยา” และ “สุขภาพของมนุษย์” น้องๆ จะได้เรียนตั้งแต่วิชาพื้นฐาน เช่น เคมี ชีววิทยา ไปจนถึงการพัฒนายา การผลิตยา รวมถึงศึกษาเรื่องการออกฤทธิ์และผลค้างเคียงของยา
ในช่วงปีท้ายๆ น้องๆ จะเรียนเกี่ยวกับการใช้ยา การจ่ายยาให้ผู้ป่วยจริง เพื่อให้สามารถจ่ายยาและให้คำปรึกษาแก่คนไข้ได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย ซึ่งถือว่าเป็นทักษะสำคัญของการเป็นเภสัชกรที่ดีเลยค่ะ
แต่ข้อควรระวังคือ ไม่ใช่ทุกสาขาที่จะได้เรียนในสิ่งนี้เพราะปัจจุบันมีหลักสูตรที่ได้วุฒิวิทยาศาสตรบัณฑิตมาอยู่ในคณะเภสัชศาสตร์ด้วย ซึ่งเนื้อหาการเรียนจะไม่เหมือนกัน เน้นกันคนละทาง
ทำไมต้องดู “หลักสูตร” ก่อนเลือก?
แม้จะเป็นคณะเดียวกัน แต่ “หลักสูตร”ของแต่ละสาขาย่อมแตกต่างกัน เพราะบางหลักสูตรเน้น “สายวิชาชีพ” แต่บางหลักสูตรก็เน้น “สายวิทยาศาสตร์” ที่สามารถต่อยอดในสายงานอื่นๆ ได้
วันนี้พี่น้ำยกตัวอย่างมา 2 มหาวิทยาลัย เพื่อให้น้องๆ เห็นภาพและเลือกสาขาที่ใช่สำหรับตัวเองมากที่สุดค่ะ
เภสัชฯ ม.ศิลปากร
เรามาเริ่มต้นกันที่ ม.ศิลปากร กันเลยค่ะ จะแบ่งออกเป็น 2 หลักสูตรคือ
เภสัชศาสตรบัณฑิต (ภ.บ.)
ในหลักสูตรนี้จะเน้นการเรียนเกี่ยวกับ “ยา” แบบครอบคลุมทุกมิติ ตั้งแต่การผลิตไปจนถึงการฝึกปฏิบัติจริงในโรงพยาบาล หรือร้านขายยา ซึ่งจะมีจุดต่างกับอีกหลักสูตรหนึ่ง นั่นคือใช้เวลาเรียน 6 ปี
- สามารถสอบใบประกอบวิชาชีพได้
- เส้นทางอาชีพชัดเจน
เหมาะกับน้องๆ ที่อยากเป็นเภสัชกรโดยตรงค่ะ
วิทยาศาสตรบัณฑิต (ว.บ.) สาขานวัตกรรมเครื่องสำอางและศิลปะความงาม และสาขาสุขภาพดิจิทัล
ในหลักสูตรนี้จะเน้นการนำความรู้ด้านสุขภาพไปต่อยอดในด้านอื่นๆ เช่น ความงาม และจะเรียนเกี่ยวกับเทคโนโลยี ซึ่งมีจุดต่างคือใช้เวลาเรียน 4 ปี
- ไม่สามารถสอบใบประกอบวิชาชีพได้
- เน้นทำงานเบื้องหลัง ทำงานในสายอุตสาหกรรมสุขภาพ หรือธุรกิจความงาม
เหมาะกับน้องๆ ที่ไม่ได้อยากไปเป็นเภสัชกร แต่ยังอยากทำงานที่เกี่ยวข้องกับยา หรือสายสุขภาพอยู่ค่ะ
เภสัชฯ ม.นเรศวร
เรามาต่อกันที่ ม.นเรศวร ค่ะ ก็น่าสนใจไม่แพ้ที่แรกที่พี่ยกตัวอย่างเลยค่ะ โดยจะแบ่งออกไป 2 หลักสูตรเช่นกันค่ะ คือ
หลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการบริบาลทางเภสัชกรรม
ใช้เวลาเรียน 6 ปี
- สามารถสอบใบประกอบวิชาชีพได้
- สายอาชีพจะเป็นเภสัชกรตามโรงพยาบาล หน่วยงานต่างๆ หรือประกอบอาชีพอิสระ เช่น เปิดร้านขายยา
หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ
ในหลักสูตรนี้จะเน้นการคิดค้น ทดลอง พัฒนาสูตรเครื่องสำอาง และการฝึกปฏิบัติงานจริงทั้งในและต่างประเทศ มีจุดต่างที่ใช้เวลาเรียน 4 ปี
- ไม่สามารถสอบใบประกอบวิชาชีพได้
- เหมาะสำหรับคนที่ต้องการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นในสาขาที่เกี่ยวข้อง
เหมาะกับคนที่อยากเป็นผู้ประกอบการเกี่ยวกับความงาม หรือเป็นนักวิจัยและนักพัฒนาในบริษัทผลิตเครื่องสำอาง
เรียนเภสัช ≠ เปิดร้านขายยาได้ทุกคน
ดังนั้น ก่อนเลือกเรียนน้องๆ ควรดูหลักสูตรก่อนว่าเราอยากเรียนอะไรและอยากทำอะไรในอนาคต เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด และเสียโอกาสในเส้นทางที่เราฝันไว้นะคะ