โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้ก่อนเลือก ! เรียน "คณะเภสัชฯ" ไม่ได้เปิดร้านขายยา/เป็นเภสัชกรได้ทุกคน

Dek-D.com

เผยแพร่ 21 เม.ย. เวลา 10.31 น. • DEK-D.com
เภสัชแต่ละหลักสูตรมีความแตกต่างกันและไม่ใช่ทุกสาขาที่สามารถเปิดร้านขายยา หรือเป็นเภสัชได้

สวัสดีน้องๆ ทุกคนค่ะ น้องๆ หลายคนอาจมีภาพจำว่า เรียนเภสัชฯ จบแล้วก็ต้องมาเปิดร้านขายยา หรือทำงานเป็นเภสัชกรตามโรงพยาบาลใช่ไหมคะ แต่ความจริงแล้ว “ไม่ใช่ทุกสาขา” ที่สามารถสอบใบประกอบวิชาชีพ หรือเปิดร้านขายยาได้ ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญมากที่น้องๆ ควรรู้ก่อนตัดสินใจเลือกสาขาที่เรียนค่ะ

รู้ก่อนเลือก ! เรียน "คณะเภสัชฯ" ไม่ได้เปิดร้านขายยา/เป็นเภสัชกรได้ทุกคน

เภสัชฯ เรียนอะไร?

คณะเภสัชศาสตร์เป็นคณะที่เรียนเกี่ยวกับ “ยา” และ “สุขภาพของมนุษย์” น้องๆ จะได้เรียนตั้งแต่วิชาพื้นฐาน เช่น เคมี ชีววิทยา ไปจนถึงการพัฒนายา การผลิตยา รวมถึงศึกษาเรื่องการออกฤทธิ์และผลค้างเคียงของยา

ในช่วงปีท้ายๆ น้องๆ จะเรียนเกี่ยวกับการใช้ยา การจ่ายยาให้ผู้ป่วยจริง เพื่อให้สามารถจ่ายยาและให้คำปรึกษาแก่คนไข้ได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย ซึ่งถือว่าเป็นทักษะสำคัญของการเป็นเภสัชกรที่ดีเลยค่ะ
แต่ข้อควรระวังคือ ไม่ใช่ทุกสาขาที่จะได้เรียนในสิ่งนี้เพราะปัจจุบันมีหลักสูตรที่ได้วุฒิวิทยาศาสตรบัณฑิตมาอยู่ในคณะเภสัชศาสตร์ด้วย ซึ่งเนื้อหาการเรียนจะไม่เหมือนกัน เน้นกันคนละทาง

ทำไมต้องดู “หลักสูตร” ก่อนเลือก?

แม้จะเป็นคณะเดียวกัน แต่ “หลักสูตร”ของแต่ละสาขาย่อมแตกต่างกัน เพราะบางหลักสูตรเน้น “สายวิชาชีพ” แต่บางหลักสูตรก็เน้น “สายวิทยาศาสตร์” ที่สามารถต่อยอดในสายงานอื่นๆ ได้

วันนี้พี่น้ำยกตัวอย่างมา 2 มหาวิทยาลัย เพื่อให้น้องๆ เห็นภาพและเลือกสาขาที่ใช่สำหรับตัวเองมากที่สุดค่ะ

เภสัชฯ ม.ศิลปากร

เรามาเริ่มต้นกันที่ ม.ศิลปากร กันเลยค่ะ จะแบ่งออกเป็น 2 หลักสูตรคือ

  • เภสัชศาสตรบัณฑิต (ภ.บ.)
    ในหลักสูตรนี้จะเน้นการเรียนเกี่ยวกับ “ยา” แบบครอบคลุมทุกมิติ ตั้งแต่การผลิตไปจนถึงการฝึกปฏิบัติจริงในโรงพยาบาล หรือร้านขายยา ซึ่งจะมีจุดต่างกับอีกหลักสูตรหนึ่ง นั่นคือ

  • ใช้เวลาเรียน 6 ปี

    • สามารถสอบใบประกอบวิชาชีพได้
    • เส้นทางอาชีพชัดเจน

เหมาะกับน้องๆ ที่อยากเป็นเภสัชกรโดยตรงค่ะ

  • วิทยาศาสตรบัณฑิต (ว.บ.) สาขานวัตกรรมเครื่องสำอางและศิลปะความงาม และสาขาสุขภาพดิจิทัล
    ในหลักสูตรนี้จะเน้นการนำความรู้ด้านสุขภาพไปต่อยอดในด้านอื่นๆ เช่น ความงาม และจะเรียนเกี่ยวกับเทคโนโลยี ซึ่งมีจุดต่างคือ

  • ใช้เวลาเรียน 4 ปี

    • ไม่สามารถสอบใบประกอบวิชาชีพได้
    • เน้นทำงานเบื้องหลัง ทำงานในสายอุตสาหกรรมสุขภาพ หรือธุรกิจความงาม

เหมาะกับน้องๆ ที่ไม่ได้อยากไปเป็นเภสัชกร แต่ยังอยากทำงานที่เกี่ยวข้องกับยา หรือสายสุขภาพอยู่ค่ะ

เภสัชฯ ม.นเรศวร

เรามาต่อกันที่ ม.นเรศวร ค่ะ ก็น่าสนใจไม่แพ้ที่แรกที่พี่ยกตัวอย่างเลยค่ะ โดยจะแบ่งออกไป 2 หลักสูตรเช่นกันค่ะ คือ

  • หลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการบริบาลทางเภสัชกรรม

  • ใช้เวลาเรียน 6 ปี

    • สามารถสอบใบประกอบวิชาชีพได้
    • สายอาชีพจะเป็นเภสัชกรตามโรงพยาบาล หน่วยงานต่างๆ หรือประกอบอาชีพอิสระ เช่น เปิดร้านขายยา
  • หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ
    ในหลักสูตรนี้จะเน้นการคิดค้น ทดลอง พัฒนาสูตรเครื่องสำอาง และการฝึกปฏิบัติงานจริงทั้งในและต่างประเทศ มีจุดต่างที่

  • ใช้เวลาเรียน 4 ปี

    • ไม่สามารถสอบใบประกอบวิชาชีพได้
    • เหมาะสำหรับคนที่ต้องการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นในสาขาที่เกี่ยวข้อง

เหมาะกับคนที่อยากเป็นผู้ประกอบการเกี่ยวกับความงาม หรือเป็นนักวิจัยและนักพัฒนาในบริษัทผลิตเครื่องสำอาง

เรียนเภสัช ≠ เปิดร้านขายยาได้ทุกคน

ดังนั้น ก่อนเลือกเรียนน้องๆ ควรดูหลักสูตรก่อนว่าเราอยากเรียนอะไรและอยากทำอะไรในอนาคต เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด และเสียโอกาสในเส้นทางที่เราฝันไว้นะคะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...