"เพื่อไทย" จัดประชุม สส. ก่อนโหวตเลือกประธานสภาฯ ขณะที่ “ยศชนัน” มั่นใจ‘เพื่อจะไทย’ จะกลับมาได้
"เพื่อไทย"จัดประชุมสส.ก่อนโหวตเลือกประธานสภาฯ “จุลพันธ์” ชมสส.เก่งฝ่าฟัน อุปสรรค โครงสร้างทางการเมืองที่ไม่เอื้อ หวังขับเคลื่อนงานในสภาครบทุกมติ สร้างความเข้มแข็ง ช่วยเพื่อนที่พลาดหวังกลับเข้าสภา ด้าน “ยศชนัน” มั่นใจ หากทำผลงานเต็มที่ตลอด 4 ปี ‘เพื่อจะไทย’ จะกลับมาได้รับความเชื่อมั่นจาก ปชช.อีกครั้ง
วันที่ 14 มี.ค. 69 ที่พรรคเพื่อไทย จัดการประชุมสส.ของพรรคในช่วงเช้า เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าร่วมพิธีเปิดประชุมรัฐสภา และหารือเรื่องกฎหมายต่างๆที่จะพลักดันในสภา รวมถึงกำหนดทิศทางในการโหวตประธานสภา และรองประธานสภา ที่จะมีขึ้นในวันที่ 15 มีนาคมนี้ ขณะที่บรรยากาศมีสส.ทยอยเดินทางเข้ามาตั้งแต่ช่วงเช้า
โดยการประชุม นำโดย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ซึ่งในระหว่างการประชุม นายจุลพันธ์ ได้กล่าวขอบคุณสส.ของพรรคทุกคน ว่า การทำงานเฉพาะภาคส่วนกลางไม่สามารถทำให้สมาชิกเข้าสู่ที่ประชุมสภาได้ไม่มากเพียงพอ ขึ้นอยู่กับการทำงานของตัวผู้สมัครโดยเฉพาะผู้สมัครเขตเลือกตั้งที่เก่งมาก ด้วยการฟันฝ่า พายุอุปสรรค การแข่งขันที่หนักหน่วง รวมถึงปัจจัยโครงสร้างทางการเมืองที่ไม่เอื้อกับพรรคเรา แต่สามารถที่จะฟันฝ่าและต่อสู้เข้ามาได้ จึงขอขอบคุณในการทำความพยายามความทุ่มเท
ส่วนของพรรคเพื่อไทยยังอยู่ในช่วงของการยกเครื่อง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมาพรรคได้มีการทำอบรมทั้งผู้ที่ผ่านการเลือกตั้งและไม่ผ่านการเลือกตั้ง และถือเป็นการถอดบทเรียน ซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์อย่างมาก เราจะนำข้อมูลที่ได้มาไปนำไปปรับปรุงพัฒนาเข้มแข็ง เป็นสถาบันการเมืองมากขึ้นและเดินสู่การเลือกตั้งครั้งถัดไปอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม
โดยวันนี้เรากำลังเดินหน้าเข้าสู่การร่วมรัฐบาล การเจรจาเข้าสู่การร่วมรัฐบาลหรือเสร็จสิ้นสมบูรณ์ เรื่องของกระทรวงยังไม่มีการพูดกัน แต่การทำงานให้กับประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ โดยประสบการณ์ความรู้ความสามารถของพวกเราทุกคนจะขับเคลื่อนรัฐบาลและการทำงานในสภา เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด พรรคคาดหวังว่าการทำงานในฐานะนิติบัญญัติ ต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตและคาดหวังว่าจะเห็นการประชุมสภาที่ครบถ้วน เห็นการลงมติที่ครบ 100% การขับเคลื่อนในเรื่องของกฎหมาย
สำหรับการประชุมวันนี้ได้มีการหารือเรื่องกฎหมายหลายฉบับที่เป็นประโยชน์กับประชาชน เพราะเรายังคงยึดมั่นเพื่อสร้างให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจมูลค่าสูงกฎหมายต่างๆที่เป็นองค์ประกอบในการขับเคลื่อน ก็ได้มีการเตรียมความพร้อมตั้งแต่สมัยที่แล้วที่ได้เป็นรัฐบาลจนถึงครั้งนี้ มีกฎหมาย 47 ฉบับมุ่งสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง ซึ่งเป็นกฎหมายที่ต้องผลักดัน เพื่อแก้ไขปัญหาประเทศต่อไป
ทั้งนี้การทำงานของพวกเราจะเป็นตัวชี้ชะตาพรรคในการเลือกตั้งครั้งถัดไปด้วย ฉะนั้นการทำงานอย่างเข้มแข็งของพวกเราทุกคนจะเป็นตัวช่วย พวกเราในการเลือกตั้งครั้งหน้าและที่สำคัญจะเป็นการช่วยให้พรรคกลับมาแข็งแรง ช่วยเพื่อนของพวกเราหลายคนที่พลาดหวังได้มีโอกาสกลับมาทำงานในสภาอย่างสมศักดิ์ศรีอีกครั้งหนึ่ง พรรคพร้อมที่จะเป็นลมใต้ปีกให้กับสส.ทุกคน พร้อมที่จะสนับสนุนงานของสส.ทุกคนในทุกมิติ
ด้านนายยศชนัน กล่าวว่า ต้องให้กำลังใจผู้สมัครทุกคน ที่ครั้งนี้อาจจะไม่สามารถเข้ามากับเราได้ ตนมีความรู้สึกว่าแต่ละท่านสมควรอย่างยิ่งที่จะได้เป็นผู้แทนราษฎรของพวกเรา การมีส่วนร่วมของทุกๆคน ตนลงไปหลายพื้นที่ได้พูดคุยกับผู้สมัครทุกคน สิ่งที่เป็นเสียงสะท้อนในพื้นที่เราจะทยอยลงพื้นที่พบปะพูดคุยกับทุกคน ทั้งภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ จะทยอยทำตรงนี้ด้วยกลไกที่สามารถทำได้ ซึ่งแน่นอนว่าไม่สามารถดำเนินการและคิดเองได้ทั้งหมด ในช่วง 2-3 สัปดาห์นี้ จะพยายามพบปะพูดคุยกับแต่ละคน เป็นการส่วนตัวเพื่อรับฟังความเห็นของแต่ละคนและนำมาปรับในการทำงาน ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งต้องเปิดใจพูดคุยด้วยกัน
นายยศชนัน กล่าวต่อว่า หลายอย่างที่แต่ละท่านสะท้อนเข้ามา ตนรับทราบ และจะพยายามปรับในอีก 4 ปีข้างหน้า เราสามารถจะกลับมาได้ สิ่งสำคัญคือ การที่เราสามารถแสดงผลงานใน 4 ปีนี้อย่างเต็มที่ ตนก็เป็นหน้าใหม่ก็ต้องรับฟังความเห็นทุกคน หากมีอะไรที่คิดว่าเราควรทำ สามารถเดินมาบอกได้ จะพยายามปรับตัวและทำให้ดีที่สุด ถ้าเราทำใน 4 ปีนี้ได้ดีที่สุด ตนมั่นใจว่าครั้งหน้าเรากลับมาแน่นอน และพยายามมองว่าทุกวันหลังจากนี้ ที่เราเริ่มพบปะประชาชน เป็นวันที่เราพร้อมเข้าสู่การเลือกตั้งครั้งใหม่ทันที เรามีเวลา 4 ปี ก็ต้องทำให้เต็มที่ ไม่ใช่เฉพาะพื้นที่ที่เราได้เพียงอย่างเดียว เรียนรู้และปรับยุทธศาสตร์กันไป น่าจะทำให้เรากลับมาอีกครั้งได้
ทั้งนี้ นายยศชนัน กล่าวว่า ลักษณะนิสัยของตน บางครั้งอาจจะดูหน้าตึง ยิ้มบ้างไม่ยิ้มบ้าง แต่หลังจากนี้จะเริ่มพิสูจน์ตัวเองกับแต่ละคน ว่าจะสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างไร และย้ำว่าเราสามารถปรับตัวเข้าหากันได้ และในช่วง 2-3 สัปดาห์ ที่ผ่านมา จะเห็นว่าเราไม่ได้หยุด เราเตรียมความพร้อมที่จะเข้าสู่สภาฯ และในวันที่เริ่มเปิดสภาฯ เราจะเสนอกฎหมาย ในแบบที่ประชาชนคิดว่าคิดว่านี่คือพรรคที่เป็นความหวัง และขอให้ให้กำลังใจทุกคน