โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เกาะประเด็นการเมืองวันนี้ ‘ในหลวง-ราชินี’ ทรงเปิดประชุมรัฐสภา

เดลินิวส์

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ ทรงเปิดประชุมรัฐสภา สส.เข้าร่วมพิธีพร้อมเพรียง “เชน”ประกาศกลางที่ประชุมเพื่อไทย 4 ปีข้างหน้าพรรคจะต้องกลับมา ออกตัวเป็นหน้าใหม่แต่รับฟังความเห็นทุกคน ถึงตัวเองดูหน้าตึงไปบ้าง แต่มีอะไรเข้ามาบอกกันได้ ลั่นขอพิสูจน์ตัว นับจากวันนี้ 4 ปีต้องทำงานเต็มที่หวังฟื้นความนิยม

เมื่อวันที่ 14 มี.ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี เสด็จฯ ไปทรงเปิดประชุมรัฐสภา ณ อาคารรัฐสภา ถนนสามเสน แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เมื่อเสด็จฯมาถึง โอกาสนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภาทำหน้าที่ประธานรัฐสภา และ นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เฝ้าฯ รับเสด็จ

ในการนี้ ทรงมีพระราชดำรัสเปิดประชุมรัฐสภา ความว่า “ บัดนี้ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้เสร็จสิ้นลง และมีการเรียกประชุม รัฐสภา พุทธศักราช 2569 แล้ว ข้าพเจ้าขอเปิดประชุมรัฐสภา ตั้งแต่วาระนี้เป็นต้นไป ขอให้ท่านทั้งหลาย ผู้จะปฏิบัติหน้าที่นิติบัญญัติแทนประชาชนทั้งประเทศ ยึดถือความถูกต้อง และประโยชน์สุขของประชาชน เป็นเป้าหมายสูงสุด การปรึกษาหารือใด ๆ ที่จะมีขึ้นในสภาแห่งนี้จะได้ดำเนินไปในวิถีทางแห่งรัฐธรรมนูญและสำเร็จผลเป็นประโยชน์ แก่ประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง ขออำนวยพรให้การดำเนินงานของรัฐสภา เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และขอให้ทุกคน มีความสุขความเจริญโดยทั่วกัน”

ที่พรรคเพื่อไทยมีการประชุม สส. ก่อนเข้าร่วมรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา “ดร.เชน”ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายยชื่อ กล่าวว่า ต้องให้กำลังใจผู้สมัครทุกคน บางคนอาจจะไม่สามารถเข้ามากับเราได้ แต่ละคนสมควรอย่างยิ่งที่จะได้เป็นผู้แทนราษฎร จากนี้จะพยายามพบปะพูดคุยกับแต่ละคนเป็นการส่วนตัวเพื่อรับฟังความเห็น และนำมาปรับการทำงานในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล

“ผมเป็นหน้าใหม่ต้องรับฟังความเห็นทุกคน หากมีอะไรที่คิดว่าเราควรทำ สามารถเดินมาบอกได้ ถ้าเราทำใน 4 ปีนี้ได้ดีที่สุด มั่นใจว่า ครั้งหน้าเรากลับมาแน่นอน หลังจากวันนี้ เราพร้อมเข้าสู่การเลือกตั้งครั้งใหม่ทันที เรามีเวลา 4 ปี ก็ต้องทำให้เต็มที่ เรียนรู้และปรับยุทธศาสตร์กันไป น่าจะทำให้เรากลับมาอีกครั้งได้ ตัวผมบางครั้งอาจจะดูหน้าตึง ยิ้มบ้างไม่ยิ้มบ้าง แต่หลังจากนี้จะเริ่มพิสูจน์ตัวเองกับแต่ละคน ว่าจะสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างไร และย้ำว่า เราสามารถปรับตัวเข้าหากันได้ วันที่เริ่มเปิดสภาฯ เราจะเสนอกฎหมาย ในแบบที่ประชาชนคิดว่าคิดว่านี่คือพรรคที่เป็นความหวัง”

ส่วน “หัวหน้าหนิม”จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สส.ที่นั่งอยู่ตรงนี้เก่งมาก ฟันฝ่าพายุสักการแข่งขันที่หนักหน่วงด้วยปัจจัย ด้วยโครงสร้างที่ไม่เอื้อต่อพรรคเรา แต่สามารถฟันฝ่าการต่อสู้เข้ามาได้ ในส่วนของพรรคอยู่ระหว่างการยกเครื่อง พัฒนาปรับปรุงให้พรรคเข้มแข็งขึ้น เป็นสถาบันการเมืองมากขึ้น เข้าสู่การเลือกตั้งครั้งถัดไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม การทำงานอย่างเข้มแข็งของพวกเราทุกคน จะทำให้เพื่อนของพวกเราที่พลาดหวังได้กลับเข้ามาทำงานในสภาอย่างสมศักดิ์ศรีอีกครั้ง

“พรรคเพื่อไทยจึงเตรียมเดินหน้าผลักดันร่างกฎหมายรวมทั้งสิ้น 47 ฉบับ ที่จะเป็นแผนกฎหมายที่ตอบโจทย์อนาคตของประเทศ และเป็น กรอบที่จะนำพาประเทศไทยไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ พรรคเพื่อไทยได้แบ่งกฎหมายต่างๆ เหล่านี้เป็น 4 หลักคือ 1.กลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน 2.กลุ่มวางมาตรฐานเพื่อสร้างความเชื่อมั่น 3. กลุ่มความปลอดภัยและความมั่นคง และ 4.กลุ่มสนับสนุนเศรษฐกิจมูลค่าสูง โดยมี 16 ฉบับที่สามารถผลักดันได้ทันทีหลังจากสภาผู้แทนราษฎรเปิด”

ดร.เชน เป็นตัวเต็ง รมว.อุดมศึกษาฯ ได้ชูแผนเรื่องการศึกษาว่า “สิ่งสำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยมีมูลค่าสูง คือเรื่องการศึกษา การปฏิรูปจะไม่ใช่เพียงการปรับปรุงห้องเรียน แต่ต้องสร้างระบบนิเวศทางการศึกษาใหม่ ผลิตคนให้ตรงงาน การสร้างโอกาสสำหรับทุกคน และให้การศึกษาได้สร้างคนที่มีสมรรถนะ ร่างกฎหมายการศึกษาของพรรคมุ่งเน้น ด้าน 1.การพัฒนาครู 2.การยกระดับให้นักเรียนเป็นศูนย์กลางการทำหลักสูตร 3.การทำให้นักเรียนไม่หลุดออกจากนอกระบบ ทำให้เกิดความเท่าเทียมกันของการศึกษา 4. การเชื่อมโยงกับตลาดแรงงาน”

“แก้วตา” ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.กรุงเทพ พรรคประชาชน ( ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊กถึงการที่พรรค ปชน. ส่ง “หัวหน้าเท้ง”ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคลงชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ว่า “ รู้อยู่เต็มอกว่าไม่มีทางชนะ ไม่ใช่การต่อสู้เพื่อจัดตั้งรัฐบาล แต่เป็นเพียงเกมการเมืองเพื่อสร้างภาพว่าฉันได้สู้แล้ว และหวังเก็บกระแส เก็บมีม เก็บแรงด่าที่จะโยนกลับไปใส่พรรคเพื่อไทยเท่านั้น ข้อเท็จจริงทางการเมืองในเวลานี้คือ พรรคภูมิใจไทยภายใต้การนำของอนุทินเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลและประกาศโครงสร้างพรรคร่วมไปแล้ว ถ้าจะยึดหลักการประชาธิปไตยกันจริง ก็ต้องเริ่มจากการเคารพข้อเท็จจริงของเสียงข้างมากและความเป็นไปได้ในการจัดตั้งรัฐบาล

ไม่ใช่รู้อยู่แล้วว่าไม่ได้ แต่ยังเล่นละครการเมืองเพื่อปั่นอารมณ์มวลชน แล้วใช้ความผิดหวังของผู้สนับสนุนไปเป็นอาวุธโจมตีคนอื่น แบบนี้ไม่ใช่การเมืองแห่งหลักการ แต่คือการเมืองแห่งภาพลักษณ์ หมกมุ่นกับการเอาชนะทางวาทกรรม แต่ไม่สร้างประโยชน์จริงให้ประชาชน สุดท้ายก็เป็นเพียงการใช้ประชาชนเป็นฉากหลังของเกมพรรคการเมือง”

เมื่อคืนวันที่ 13 มี.ค. มีข่าวว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยปมบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด คิวอาร์โค้ด ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับหรือไม่ ซึ่งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่า อาจทำให้ต้องกาบัตรกันใหม่ ( ต่างจากจัดเลือกตั้งใหม่ คือมาลงคะแนนเลือกผู้สมัครชุดเดิม ถ้าเลือกตั้งใหม่ต้องออก พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง คัดสรรคนกันใหม่ )

นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชน ( กสม.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวตอนหนึ่งว่า ระบุว่า มีข่าวว่าผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยปมบัตรเลือกตั้ง สส. บัญชีรายชื่อ (บัตรสีชมพู) ที่มีการใช้ Barcode แบบ 1 ต่อ 1 อาจทำลายหลักการการเลือกตั้งโดยลับอย่างรุนแรง บัตรสีเขียว (สส. เขต) รอดตัวไป เพราะใช้ระบบรหัส 1 ต่อ 20 ใบ (1 เล่มมีรหัสเดียว) หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยภายหลังว่า "การเลือกตั้ง สส. บัญชีรายชื่อเป็นโมฆะ" สส. ทั้ง 100 คนจะหายไปทันที จำนวนสมาชิกที่เหลืออยู่ (399 คน) จะไม่ถึงเกณฑ์ 95% ที่จะเปิดประชุมรัฐสภาครั้งแรกได้

เกิดสภาวการณ์แช่แข็ง และรัฐบาลรักษาการลากยาว สส. เขต 399 คน ยังคงสถานะสมาชิกภาพ ได้รับเงินเดือนและมีสิทธิศึกษาหาความรู้ แต่ทำหน้าที่ในสภาไม่ได้ เพราะสภายังไม่ครบองค์ประกอบตามกฎหมายที่จะทำหน้าที่นิติบัญญัติ ขณะที่ ครม. ชุดเก่า ต้องแบกภาระรักษาการต่อไป จนกว่า กกต. จะจัดการเลือกตั้ง สส. บัญชีรายชื่อใหม่ (โดยใช้รายชื่อผู้สมัครชุดเดิม แต่เปลี่ยนบัตรใหม่) และได้สมาชิกกลับมาเติมจนครบ 95%

"ทีมข่าวการเมือง"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...