โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

จับแล้ว "โจรบุกเดี่ยว" ชิงทองกว่า 3 ล้านบาท อ้างทำไปเพราะเป็นหนี้พนันออนไลน์

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

ผบช.ภ.7 แถลงผลการจับกุม คนร้ายจี้ชิงทองในห้างดังนครปฐม ได้พร้อมของกลางทอง 23 เส้น มูลค่ากว่า 3.5 ล้าน เจ้าตัวอ้างทำไปเพราะเป็นหนี้พนันออนไลน์

เมื่อ 16.30 น. วันที่ 14 มีนาคม 2569 พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รองผบช.ภ.7 ฝ่ายปราบปราม พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จ.นครปฐม พร้อมชุดสืบสวน ภ.จว.นครปฐม สืบสวนเมืองนครปฐม ร่วมกันเปิดแถลงข่าวจับกุมคนร้ายก่อเหตุบุกเดี่ยวใช้อาวุธปืนจี้ร้านทองภายในห้างสรรพสินค้า สาขานครปฐม กวาดทองเส้นละ 2 บาทไปจำนวน 23 เส้น มูลค่ากว่า 3.5 ล้านบาท ใช้อาวุธปืนยิงขู่ก่อนเดินหลบหนีไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่หน้าห้างสรรพสินค้าขี่หลบหนีไปอย่างลอยนวล โดยเหตุเกิดตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม 2569 เวลา 19.30 น. ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุตำรวจได้บูรณาการ ตรวจสอบเส้นทางคนร้ายจากวงจรปิดทั้งของทางห้างสรรพสินค้าและตามถนนทุกสายในบริเวณใกล้เคียงแต่ไม่พบ จากนั้นได้มีคำสั่งให้กำลังตำรวจออกตรวจสอบกล้องวงจรปิดในรัศมี 50 กิโล พร้อมกับขอความร่วมมือจากตำรวจพื้นที่ใกล้เคียงจังหวัดให้ตรวจสอบ

จากการตรวจสอบพบผู้ต้องสงสัยที่มีลักษณะใกล้เคียงคนร้าย ขับขี่วนเวียนโดยออกจากถนนเพชรเกษม หน้าห้างสรรพสินค้าไปเส้นทาง อ.นครชัยศรี จากนั้นก็วนกลับมุ่งหน้าเข้าเมืองและต่อไปยัง จ.ราชบุรี แล้ววนเวียนเข้าตัวเมืองนครปฐมอีกครั้งหนึ่ง มาแวะพักทานอาหารที่ตลาดนัดหน้าศาลากลางจังหวัดนครปฐม ซึ่งเส้นทางนี้สามารถมุ่งหน้าเข้าสู่ถนนพระประโทน-บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ได้ แต่ปรากฏว่ารถจักรยานยนต์ของคนร้ายที่แจ้งนั้นไม่มีทะเบียน แต่รถจักรยานยนต์ของผู้ต้องสงสัยกลับติดแผ่นป้ายทะเบียน แต่สีรถเหมือนกันเป็นสีเทาดำ

ภายหลังจากได้ตรวจสอบทะเบียนรถจักรยานยนต์ของผู้ต้องสงสัย ทราบว่าผู้ครอบครองรถคือนายสมชาย ชุ่มหิรัญ อายุ 55 ปี บ้านอยู่ตำบลหลักสาม อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ชุดสืบสวน สภ.จว.นครปฐม และสืบสวน สภ.เมืองนครปฐม จึงส่งสายไปซุ่มตรวจสอบดูว่าที่บ้านหลังดังกล่าวมีชายที่มีรูปพรรณเหมือนคนร้ายที่ใช้ปืนจี้ร้านทองหรือไม่ จากการตรวจสอบพบว่า นายสมชายที่ต้องสงสัย เดินอยู่ภายในบ้าน และรถจักรยานยนต์สีเทาดำจอดอยู่ใต้ถุนบ้าน จึงขอหมายศาลเข้าตรวจค้นภายในบ้าน จนเมื่อ 08.00 น. วันที่ 14 มีนาคม 2569 ศาล จ.นครปฐม ได้ออกหมายให้เข้าตรวจค้น จึงนำกำลังเข้าตรวจค้นภายในบ้าน จากการตรวจค้นภายในบ้าน ตำรวจพบทั้งเสื้อลายสก๊อต สีขาวดำแขนยาว อาวุธปืน แบล็กกัน ขนาด 9 มม. บรรจุอยู่ในกระเป๋าปืน รองเท้าที่สวมใส่ หมวกกันน็อคที่สวมใช้ก่อเหตุ ซึ่งในวันก่อเหตุใช้สติ๊กเกอร์ปิดเป็นสีดำ แต่เมื่อลอกสติ๊กเกอร์ออกแล้วกลายเป็นสีน้ำเงินเข้มซุกซ่อนตามที่ต่างๆ ของบ้าน และในถังขยะ

ในเบื้องต้นผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ แต่เมื่อตำรวจนำสิ่งของไปให้กองวิทยาการภาค 7 ตรวจสอบทั้งลายนิ้วมือที่เก็บจากที่เกิดเหตุ ปรากฏว่าตรงกันหมด ตำรวจจึงควบคุมตัวไว้ พร้อมกับคาดคั้นหาสร้อยทองที่คนร้ายเอาไป และให้ตำรวจตรวจค้นอย่างละเอียดภายในบ้าน จนพบว่าคนร้ายนำทองรูปพรรณทั้งหมด 23 เส้น หนักเส้นละ 2 บาท นำไปบรรจุอยู่ในกระป๋องน้ำมันเครื่องขนาด 1 ลิตร ปิดฝามิดชิด ซุกซ่อนอยู่ใต้เตียงนอนในบ้าน เมื่อเปิดดูจึงพบว่าเป็นทองรูปพรรณของร้านที่จี้ชิงมา โดยมีตราประทับที่ตะขอ จึงนำตัวมาสอบสวนที่ ภ.จว.นครปฐม ก่อนที่จะนำตัวมาแถลงข่าว โดยผู้ต้องหาไม่ยินยอมที่จะเปิดเผยตัว

จากการสอบสวนเบื้องต้นนั้น พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 เผยว่า ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุเองคนเดียว โดยก่อนหน้าที่จะบุกเข้าชิงร้านทอง 1 วัน ได้มาที่ห้างเพื่อดูลาดเลาไว้ก่อน ตามร้านทองซึ่งมีหลายร้านที่อยู่ติดกัน จนพบว่าที่ร้านทองออโรร่านั้นไม่มียามเหมือนร้านอื่นๆ ข้างเคียง และพนักงานเป็นหญิงส่วนใหญ่ ในช่วงเวลาก่อนจะปิดร้านก็ไม่มีคนพลุกพล่าน จากนั้นก่อนเริ่มเข้าจี้ ได้ไปทานอาหารปลอบใจเพื่อรอเวลาที่ตลาดนัดหน้าศาลากลางจังหวัด จนใกล้จะมืดจึงขี่รถจักรยานยนต์ออกไปที่ห้างรอเวลาที่เหมาะสม แล้วยังเห็นรถตำรวจมาตรวจเซ็นชื่อ จึงรอจนกระทั่งตำรวจไปหมด เมื่อเห็นปลอดคน จึงเข้าทำการทันที แล้วขี่จักรยานยนต์หลบหนี ไม่กล้าเข้าบ้านเพราะกลัวภรรยาที่บ้านรู้ จึงขับวนเวียนหลายรอบจนกระทั่ง 04.00 น. จึงวนเข้าบ้านนำสิ่งของไปเก็บซ่อน สาเหตุที่ต้องทำเพราะเป็นหนี้การพนันออนไลน์ และถูกตามทวงขู่หลายครั้งเพราะไม่มีเงินไปจ่ายหนี้ เลยตัดสินใจด้วยตนเองว่าจะนำไปขายใช้หนี้ให้หมด แต่ยังไม่ทันออกขายตำรวจมาจับก่อน

อย่างไรก็ตาม หลังรับสารภาพแล้ว ตำรวจได้ตั้งข้อหาชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใดๆ โดยแปลงตัวหรือปลอมตัวเป็นผู้อื่น มอมหน้าหรือด้วยประการอื่นเพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม.

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จับแล้ว "โจรบุกเดี่ยว" ชิงทองกว่า 3 ล้านบาท อ้างทำไปเพราะเป็นหนี้พนันออนไลน์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...