“อาเซียน” เตือนผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง เร่งเสริมความมั่นคงพลังงาน-อาหาร
"อาเซียน" เตือนผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง เรียกร้องประเทศสมาชิกเร่งกระจายแหล่งพลังงาน รักษาห่วงโซ่อุปทานอาหาร และคงตลาดการค้าให้เปิดรับมือความไม่แน่นอน
วันที่ 13 มีนาคม 2569 เวลา 17.35 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่ารัฐมนตรีเศรษฐกิจของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ระบุเมื่อวันศุกร์ว่า ประเทศสมาชิกจำเป็นต้อง เสริมความมั่นคงด้านพลังงานและอาหาร เพื่อรับมือกับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กำลังทวีความรุนแรง
ในแถลงการณ์ร่วมหลังการประชุมที่กรุงมะนิลารัฐมนตรีเศรษฐกิจของกลุ่มอาเซียนซึ่งมีสมาชิก 11 ประเทศ ระบุว่า การเสริมความมั่นคงด้านพลังงานมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากตลาดพลังงานมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ โดยสถานการณ์ตึงเครียดล่าสุดเกิดขึ้นหลังจากอิหร่านปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซในช่วงต้นสัปดาห์ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
แถลงการณ์ ระบุว่า ประเทศสมาชิกอาเซียนเห็นพ้องถึงความจำเป็นในการบริหารจัดการการใช้พลังงาน กระจายแหล่งพลังงานและเส้นทางจัดหา โดยเฉพาะการส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพและพลังงานหมุนเวียน รวมทั้งการเพิ่มความร่วมมือระดับภูมิภาคด้านการเตรียมความพร้อมพลังงาน การบริหารสำรองพลังงาน และการเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและพลังงานทางเลือก
นอกจากนี้รัฐมนตรีเศรษฐกิจยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของความมั่นคงด้านอาหาร โดยระบุว่าต้องรับประกันการเข้าถึงปุ๋ยและวัตถุดิบทางการเกษตร เนื่องจากต้นทุนพลังงานและการขนส่งที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อการผลิตอาหาร
ประเทศสมาชิกยังให้คำมั่นว่าจะดำเนินการตามข้อตกลงเศรษฐกิจของอาเซียนอย่างเต็มที่ เพื่อลดการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานอาหารในภูมิภาค รักษาการเปิดตลาด และพยายามลดความผันผวนของราคา โดยเฉพาะการปรับขึ้นราคาอย่างรุนแรง พร้อมทั้งเพิ่มความร่วมมือในห่วงโซ่อุปทานด้านเกษตรและอาหาร
ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีเศรษฐกิจยังย้ำถึงความสำคัญของการรักษาตลาดอาเซียนให้เปิดกว้างสำหรับการค้าและการลงทุน เพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
ในพิธีเปิดการประชุมเชิงหารือเมื่อวันศุกร์ คริสตินา โรกี รัฐมนตรีการค้าของฟิลิปปินส์ กล่าวว่า ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ไม่ใช่เพียงข่าวไกลตัวอีกต่อไป พร้อมระบุว่า “ความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจไม่ใช่เพียงความใฝ่ฝัน แต่เป็นเกราะป้องกันสำคัญของภูมิภาค”
ในวันเดียวกัน รัฐมนตรีต่างประเทศของอาเซียนยังได้จัดการประชุมผ่านระบบวิดีโอ เพื่อหารือถึงแนวทางรับมือความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ตะวันออกกลางและผลกระทบต่อภูมิภาค
รัฐมนตรีต่างประเทศแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อการยกระดับการโจมตีทางทหาร และเรียกร้องให้ ยุติการสู้รบทันที พร้อมขอให้ทุกฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจสูงสุดและแก้ไขวิกฤตผ่านการเจรจาทางการทูต ตามแถลงการณ์ของฟิลิปปินส์ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนในปีนี้
มาเรีย เทเรซา ลาซาโร รัฐมนตรีต่างประเทศของฟิลิปปินส์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวในการแถลงข่าวออนไลน์ว่า ประเทศสมาชิกเห็นพ้องที่จะเพิ่มความร่วมมือและประสานงานอย่างใกล้ชิดมากขึ้น เพื่อรับมือกับความท้าทายที่ส่งผลกระทบต่อภูมิภาค
ความตึงเครียดจากการโจมตีต่ออิหร่านและการตอบโต้ของอิหร่านทำให้ราคาน้ำมันทะยานเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับภาวะขาดแคลนอุปทาน ขณะเดียวกัน ค่าเงินของหลายประเทศในอาเซียนก็อ่อนค่าลง ส่งผลให้รัฐบาลในภูมิภาคเริ่มออกมาตรการรับมือ
ด้านฟิลิปปินส์ประกาศใช้ระบบทำงานสัปดาห์ละ 4 วันสำหรับข้าราชการ ขณะที่ไทยได้ส่งเสริมให้หน่วยงานภาครัฐทำงานจากที่บ้าน และเวียดนามก็สนับสนุนให้บริษัทต่าง ๆ อนุญาตพนักงานทำงานจากระยะไกล นอกจากนี้ไทยยังประกาศระงับการส่งออกพลังงานไปยังทุกประเทศ ยกเว้นเมียนมาและลาว
ในภาคธุรกิจ ผู้ผลิตยาฆ่าแมลงของอินโดนีเซียระบุว่าราคาสินค้าอาจเพิ่มขึ้นถึง 30% ขณะที่บริษัทวัสดุก่อสร้างรายใหญ่ของไทยอย่าง Siam Cement Group (SCG) ได้ระงับการดำเนินงานของโรงงานในธุรกิจเคมีภัณฑ์บางแห่ง เนื่องจากข้อจำกัดด้านอุปทาน
อ้างอิง : asia.nikkei.com