เหนียงไม่ใช่แค่เรื่องอ้วน! รู้สาเหตุจริง พร้อมวิธีลดเหนียงให้เห็นผล
หลายคนอาจเคยเจอปัญหา “เหนียง” โดยเฉพาะเวลาถ่ายรูปมุมข้างหรือก้มหน้าแล้วเห็นชัดขึ้น จนทำให้รู้สึกว่าหน้าดูไม่เรียว กรอบหน้าไม่ชัด และดูแก่กว่าวัย แม้ว่าน้ำหนักตัวอาจจะไม่ได้มากก็ตาม
สาเหตุที่คนส่วนใหญ่คิดถึงเวลามีเหนียงก็คือ ไขมัน แต่ในความจริงแล้วในทางการแพทย์พบว่า เหนียงไม่ได้เกิดจากไขมันหรือความอ้วนเพียงอย่างเดียว และนี่คือเหตุผลที่หลายคนพยายามลดน้ำหนักแล้ว แต่เหนียงก็ยังไม่หายไป
บทความนี้จะช่วยอธิบายให้เข้าใจว่าเหนียงเกิดจากอะไร และควรเลือกวิธีลดเหนียงแบบไหนให้เหมาะกับตัวเอง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและปลอดภัย
เหนียงคืออะไร?
เหนียง หรือที่เรียกว่า Double Chin ในทางการแพทย์ คือภาวะที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างใต้คางและลำคอ ซึ่งประกอบด้วย
● ไขมันใต้คาง (Submental fat)
● ผิวหนังส่วนเกินบริเวณใต้คางและลำคอ
● กล้ามเนื้อคอ (Platysma) ที่หย่อนคล้อย
เมื่อโครงสร้างเหล่านี้เปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเกิดจากอายุที่มากขึ้น หรือน้ำหนักตัวที่มากขึ้น จะทำให้เกิดลักษณะเป็นชั้นพับใต้คาง มีเหนียง และทำให้กรอบหน้าดูไม่ชัด
ทำไมบางคนไม่อ้วน แต่มีเหนียง?
นี่คือคำถามที่พบบ่อยมาก และเป็นจุดสำคัญที่ต้องเข้าใจ เพราะจะส่งผลต่อการเลือกวิธีรักษาโดยตรง
1. โครงสร้างใบหน้าแต่กำเนิด
บางคนมีคางสั้นหรือคางถอย ทำให้มุมระหว่างคางกับคอไม่ชัด ส่งผลให้เกิดเงาและดูเหมือนมีเหนียง
2. ไขมันสะสม
แม้ว่าร่างกายจะผอม แต่ไขมันใต้คางชั้นลึกอาจสะสมได้มากกว่าปกติตามกรรมพันธุ์ ซึ่งเป็นบริเวณที่ลดได้ยาก
3. กล้ามเนื้อคอหย่อนยาน
กล้ามเนื้อ platysma มีหน้าที่ช่วยพยุงผิวคอ เมื่อกล้ามเนื้อคลายตัว จะทำให้เกิดความหย่อนยานและเห็นเป็นเหนียง
4. อายุที่เพิ่มขึ้น
เมื่ออายุมากขึ้น ผิวจะสูญเสียคอลลาเจนและความยืดหยุ่น ผิวหนังบริเวณใต้คางและลำคอเคลื่อนตัวลงด้านล่าง ทำให้เหนียงชัดขึ้น
ทำไมลดน้ำหนักแล้ว เหนียงยังไม่หาย?
หลายคนเข้าใจว่า “ผอมแล้วเหนียงต้องหาย” แต่ในความเป็นจริงแล้ว การลดน้ำหนักจะช่วยลดไขมันทั่วร่างกายรวมถึงไขมันบริเวณเหนียงด้วย แต่จะไม่สามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้
● ผิวหนังส่วนเกิน
● กล้ามเนื้อคอหย่อนยาน
● โครงสร้างใบหน้า เช่น เคยผ่าตัดกราม หรือคางถอย
จึงทำให้บางคนผอมลง แต่เหนียงยังอยู่เหมือนเดิม
วิธีลดเหนียง มีกี่แบบ ?
การลดเหนียงสามารถแบ่งได้เป็น 3 ระดับ โดยแต่ละวิธีเหมาะกับแต่ละคนไม่เหมือนกัน
1. วิธีลดเหนียงด้วยตัวเอง
เหมาะสำหรับผู้ที่มีเหนียงเล็กน้อย เช่น
● ควบคุมน้ำหนัก
● บริหารกล้ามเนื้อคอ
● ลดพฤติกรรมก้มคอนาน ๆ เช่น เล่นมือถือ
2. หัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด
เหมาะกับผู้ที่เริ่มมีเหนียง แต่เหนียงยังไม่มาก เช่น
● เครื่องเลเซอร์ยกกระชับผิว เช่น RF, Ulthera, Thermage, Oligio
● เทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน
3. การผ่าตัดเพื่อแก้ไขปัญหาเหนียง เช่น ดูดไขมันเหนียง หรือผ่าตัด
เหนียง
ในกรณีที่มีเหนียงชัดเจน การรักษาที่ได้ผลชัดเจนจำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัด หากมีไขมันสะสมปริมาณมากและมีผิวหนังที่ยืดหยุ่นดีอยู่ อาจพิจารณาดูดไขมันเหนียง แต่หากสาเหตุของเหนียงเกิดจากปัญหาอื่นเช่น ผิวหนังส่วนเกิน หรือกล้ามเนื้อหย่อนยาน ก็อาจพิจารณาผ่าตัดเหนียง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
3.1 ดูดไขมันเหนียง เป็นการเอาไขมันส่วนเกินบริเวณใต้คางและลำคอออกโดยตรงจะช่วยให้เหนียงลดลง กรอบหน้าชัดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
3.2 การผ่าตัดเหนียง เป็นการแก้ไขปัญหาของเหนียงที่ครอบคลุมครบทุกสาเหตุ ทำให้เหนียงหายไป กรอบหน้าชัดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งในปัจจุบันมีการนำกล้องความละเอียดสูงเข้ามาช่วยในการผ่าตัด ทำให้การผ่าตัดเหนียงมีความปลอดภัย ฟื้นตัวเร็วมากยิ่งขึ้น
มุมมองจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการปรับรูปหน้า
คุณหมอโจ้ – นพ.นฤชิต เลาหไทยมงคล อธิบายว่า “สิ่งสำคัญที่สุดในการแก้ไขปัญหาเหนียง คือ การรู้สาเหตุการเกิดเหนียงที่แท้จริงในแต่ละคน และเลือกวิธีการรักษาให้ตรงกับสาเหตุนั้น ๆ จึงจะได้ผลลัพธ์การรักษาที่ดีที่สุด”
เลือกวิธีลดเหนียงอย่างไรให้เหมาะกับตัวเอง?
ก่อนตัดสินใจเลือกวิธีการลดเหนียง ควรสำรวจตัวเองก่อนว่า
● เหนียงเกิดจากอะไร ?
● มีไขมันหรือไม่ ?
● ผิวหย่อนหรือเปล่า ?
หากไม่แน่ใจ หรือไม่มั่นใจ แนะนำปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อประเมินอย่างละเอียด จะทำให้ไม่ต้องเสียเวลา เสียเงิน ไปฟรีๆ
ลดเหนียงให้ได้ผล ต้องเข้าใจ “สาเหตุ”
เหนียงไม่ใช่แค่เรื่องของไขมันหรือความอ้วนเท่านั้น แต่จำเป็นต้องคำนึงถึงสาเหตุอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น โครงสร้างใบหน้า ผิวหนัง กล้ามเนื้อ และอายุ
การเลือกวิธีรักษาเหนียงที่ถูกต้องจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและดูเป็นธรรมชาติ
สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางการดูดไขมันเหนียง และการกระชับกรอบหน้าเพิ่มเติม
สามารถอ่านรายละเอียดได้ที่เว็บไซท์ของ HERS clinic หรือ https://www.hersclinic.com/necktite