ธปท. พร้อมจับมือรัฐบาลใหม่ รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง
ธปท.พร้อมจับมือรัฐบาลใหม่ตรียมมาตรการรับมือช็อกราคาพลังงานจากตะวันออกกลาง เผยเศรษฐกิจ ก.พ. ชะลอตัวตามท่องเที่ยว-ส่งออก แต่การลงทุนเอกชนยังขยายตัวต่อเนื่อง
31 มี.ค. 69 - นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.พร้อมทำงานร่วมกับรัฐบาลใหม่ เพื่อช่วยประคองเศรษฐกิจไทย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือและเตรียมชุดมาตรการต่าง ๆ ที่จะออกมาเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนและภาคธุรกิจ จากสถานการณ์ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง
ซึ่งในช่วงที่เผชิญสถานการณ์โควิด เงินเฟ้อขึ้นไปอยู่ในระดับสูง เศรษฐกิจโตช้า ในช่วงนั้นมีมาตรการออกมาทั้ง มาตรการด้านการคลัง ที่ช่วยดูแลเรื่องรายได้ มาตรการด้านการเงิน ช่วยเหลือสภาพคล่อง มาตรการบรรเทาภาระหนี้ ซึ่งเป็น ชุดมาตรการที่จะช่วยออกมาดูแลต่างๆ และสามารถนำออกมาใช้ได้ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการหารือและเตรียมชุดมาตรการ และพร้อมทำงานร่วมกับรัฐบาลใหม่ ในการช่วยประคองเศรษฐกิจ
“นโยบายดอกเบี้ยถูกใช้ในการดูแลเศรษฐกิจมาตลอด ต้องยอมรับว่าความเสี่ยงหรือช็อกที่เข้ามากระทบเศรษฐกิจไทยเป็นฝั่งอุปทาน ซึ่งอย่างที่ทราบกันดีว่าในด้านอุปทานอัตราดอกเบี้ยอาจจะทำงานไม่ได้ดีนัก แต่อย่างไรก็ดีก็ต้องติดตามว่าราคาที่เกิดจากอุปทานจะยืดเยื้อยาวแค่ไหน และนโยบายดอกเบี้ยจะเข้ามาได้มากน้อยแค่ไหน แต่มาตรการอื่นๆอาจจะช่วยได้ตรงจุดกว่าดอกเบี้ย”
นางสาวชญาวดี กล่าวอีกว่า เศรษฐกิจไทยในเดือน ก.พ. ชะลอลงจากเดือนก่อน ตามการส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำที่ปรับลดลงจากหมวดปิโตรเลียมและอัญมณีที่เร่งไปมากในเดือนก่อนจากปัจจัยชั่วคราว อีกทั้งรายรับภาคการท่องเที่ยวที่ปรับลดลงตามจำนวนนักท่องเที่ยวระยะไกลที่ลดลงหลังจากการเดินทางเข้ามามากในช่วงก่อนหน้า
รวมถึงนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางและมาเลเซียที่ลดลงหลังเข้าสู่ช่วงเทศกาลรอมฎอน ด้านการบริโภคภาคเอกชนปรับลดลงตามการใช้จ่ายในหมวดสินค้าคงทน หลังมีการเร่งซื้อรถยนต์ไฟฟ้าไปในช่วงก่อนที่มาตรการ EV 3.0 จะสิ้นสุดลง ประกอบกับการผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับลดลงตามหมวดปิโตรเลียมที่ปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นตามแผน รวมถึงหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ยังเผชิญการแข่งขันสูง ส่งผลให้กิจกรรมในภาคบริการที่เกี่ยวข้อง อาทิ ภาคการค้า โรงแรมและร้านอาหาร และภาคขนส่ง ปรับลดลงสอดคล้องกัน อย่างไรก็ดี การลงทุนภาคเอกชนปรับดีขึ้นต่อเนื่องจากหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์เป็นสำคัญ ขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวจากทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุนของรัฐบาลกลาง
ขณะที่เครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลลดลงจากเดือนก่อนจากการใช้จ่ายในหมวดสินค้าคงทนเป็นหลัก ตามยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่ลดลงหลังจากที่ผู้บริโภคเร่งซื้อรถยนต์ไฟฟ้าก่อนที่มาตรการ EV 3.0 จะสิ้นสุดลง นอกจากนี้ หมวดบริการปรับลดลงจากหมวดโรงแรมและร้านอาหาร สอดคล้องกับรายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ปรับลดลง และหมวดสินค้าไม่คงทนลดลง ตามการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคเป็นสำคัญ อย่างไรก็ดี หมวดสินค้ากึ่งคงทนเพิ่มขึ้น ตามการนำเข้าสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ด้านดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับดีขึ้นต่อเนื่องจากความคาดหวังในการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่และมาตรการภาครัฐที่จะสนับสนุนเศรษฐกิจ
เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้น จากเดือนก่อนจากทั้งการลงทุนในหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ และหมวดก่อสร้าง โดยหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์เพิ่มขึ้นตามการนำเข้าสินค้าทุนสุทธิ โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ แม้ยอดจำหน่ายเครื่องจักรในประเทศจะลดลง ด้านการลงทุนในหมวดก่อสร้างเพิ่มขึ้นจากทั้งอาคารที่มิใช่ที่อยู่อาศัยตามการก่อสร้างอาคารสำนักงานและอาคารพาณิชย์ รวมทั้งอาคารที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมและบ้าน อย่างไรก็ตาม การลงทุนในหมวดยานพาหนะลดลงตามมูลค่ายอดจดทะเบียนรถยนต์ โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าที่เร่งไปในช่วงก่อน ประกอบกับการนำเข้าเครื่องบินและเรือที่ลดลงด้วย
จำนวนนักท่องเที่ยวที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลลดลงจากเดือนก่อน จากนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะไกลที่ลดลงหลังเดินทางเข้ามามากในช่วงก่อนหน้า รวมถึงนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางและมาเลเซียที่ลดลงหลังเข้าสู่ช่วงเทศกาลรอมฎอน อย่างไรก็ดี นักท่องเที่ยวจีนปรับเพิ่มขึ้นจากการเดินทางในช่วงเทศกาลตรุษจีน ด้านรายรับภาคท่องเที่ยวที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลลดลงสอดคล้องกับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาต
มูลค่าการส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลลดลงจากเดือนก่อน จากทั้งการส่งออกสินค้าในหมวดปิโตรเลียม ตามการส่งออกไปอาเซียน และหมวดอัญมณีและเครื่องประดับตามการส่งออกไปอินเดียที่ลดลงหลังเร่งไปมากในเดือนก่อนเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตาม การส่งออกสินค้าในหมวดสินค้าอื่นๆ ยังเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน โดยหมวดอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้น
ตามการส่งออกอุปกรณ์โทรคมนาคมไปจีนและสหรัฐฯ รวมถึงกลุ่มแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนไปฮ่องกง ขณะที่หมวดยานยนต์และชิ้นส่วนเพิ่มขึ้นตามการส่งออกรถยนต์นั่งไปออสเตรเลีย และรถยนต์เชิงพาณิชย์ไปยังออสเตรเลียและตะวันออกกลาง
มูลค่าการนำเข้าสินค้าไม่รวมทองคำที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลลดลงจากเดือนก่อน จาก
- หมวดเชื้อเพลิงตามการนำเข้าน้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ และถ่านหิน ที่ลดลงในด้านปริมาณเป็นสำคัญ
- หมวดสินค้าวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลางไม่รวมเชื้อเพลิง ตามการนำเข้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าจากไต้หวัน หลังเร่งไปในเดือนก่อน
- หมวดสินค้าทุนไม่รวมเครื่องบิน ตามการนำเข้าเครื่องจักรจากหลายประเทศ และคอมพิวเตอร์จากจีน หลังจากที่เร่งไปในเดือนก่อน
อย่างไรก็ดี หมวดสินค้าอุปโภคและบริโภคเพิ่มขึ้นตามการนำเข้าเครื่องประดับจากญี่ปุ่น ฮ่องกง และสหรัฐฯ ส่วนหนึ่งเพื่อจำหน่ายในงานจัดแสดงเครื่องประดับในไทย
การใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวจากระยะเดียวกันในปีก่อน จากทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุนของรัฐบาลกลาง โดยรายจ่ายประจำของรัฐบาลกลางขยายตัวตามการเบิกจ่ายเงินบำนาญ ค่ารักษาพยาบาลข้าราชการ และงบบุคลากร ขณะที่รายจ่ายลงทุนขยายตัวตามการเบิกจ่ายของหน่วยงานด้านคมนาคม และการเบิกจ่ายงบประมาณเหลื่อมปี โดยเฉพาะโครงการภายใต้งบกลางกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2568 อย่างไรก็ตาม รายจ่ายลงทุนของรัฐวิสาหกิจหดตัวจากการลงทุนในกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานเป็นหลัก
ธปท. พร้อมจับมือรัฐบาลใหม่ รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง
จากเดือนก่อนในทุกกลุ่ม โดยกลุ่มที่ผลิตเพื่อส่งออกน้อยกว่าร้อยละ 30 ลดลงจากการผลิตหมวดปิโตรเลียมที่หยุดผลิตชั่วคราวตามแผนการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่น กลุ่มที่ผลิตเพื่อส่งออกในสัดส่วนร้อยละ 30-60 ลดลงจากหมวด
ยานยนต์หลังเร่งผลิตไปมากในช่วงก่อนหน้าเพื่อรองรับอุปสงค์ยานยนต์ไฟฟ้า ขณะที่กลุ่มผลิตเพื่อส่งออกมากกว่าร้อยละ 60 ลดลงตามการผลิตเครื่องปรับอากาศที่มีระดับสินค้าคงคลังสูง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากอุปสงค์ที่ลดลงและการแข่งขันที่ยังอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ดี ยังมีหมวดที่การผลิตปรับเพิ่มขึ้น ได้แก่ ยางและพลาสติก อาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงวัสดุก่อสร้าง
เครื่องชี้ภาคบริการที่ไม่รวมการซื้อขายทองคำและขจัดปัจจัยฤดูกาลลดลงจากเดือนก่อน โดยกิจกรรมในภาคการค้าชะลอลงจากยอดขายสินค้าอุตสาหกรรมและยอดจำหน่ายยานยนต์ที่ลดลง ประกอบกับกิจกรรมในภาคการท่องเที่ยวปรับลดลงจากธุรกิจโรงแรมและภัตตาคาร ตามจำนวนและรายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลง แม้ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวไทยเที่ยวไทยเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน
อย่างไรก็ดี กิจกรรมในภาคขนส่งเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามการขนส่งผู้โดยสาร จากจำนวนนักท่องเที่ยวไทยและการเดินทางในชีวิตประจำวันที่เพิ่มขึ้น ด้านกิจกรรมในภาคก่อสร้างเพิ่มขึ้นจากการก่อสร้างของทั้งภาครัฐและเอกชน
รายได้เกษตรกรหดตัวจากระยะเดียวกันปีก่อน จากราคาสินค้าเกษตรที่หดตัวต่อเนื่องเป็นสำคัญ โดยเฉพาะยางพารา สุกร ปาล์มน้ำมัน และข้าวขาว จากอุปทานทั้งในและต่างประเทศที่ยังอยู่ในระดับสูง และอุปสงค์ยางพาราจากจีนที่ฟื้นตัวไม่มากนัก แม้ว่าในเดือนนี้ปริมาณผลผลิตจะขยายตัวดีจากผลผลิตปาล์มน้ำมันและอ้อยจากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย รวมถึงการเลื่อนการเก็บเกี่ยวอ้อยจากปลายปีก่อนมาเป็นไตรมาสแรกของปีนี้ เนื่องจากฝนตกหนัก
ด้านภาวการณ์เงิน การระดมทุนของภาคธุรกิจโดยรวมเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนตามการระดมทุนผ่านสินเชื่อสุทธิเป็นสำคัญ โดยการระดมทุนผ่านสินเชื่อสุทธิปรับเพิ่มขึ้นจากธุรกิจผลิตอาหารและภาคการค้า ประกอบกับการระดมทุนผ่านตลาดทุนเพิ่มขึ้นจากการขายหุ้นเพิ่มทุนของธุรกิจที่ให้บริการเกี่ยวกับซอฟแวร์ เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนเป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม การระดมทุนผ่านตลาดตราสารหนี้ปรับลดลง จากธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและก่อสร้าง สำหรับต้นทุนการระดมทุนผ่านตราสารหนี้ ณ สิ้นเดือน ก.พ. 69 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยทั้งระยะสั้นและระยะยาวลดลงตามการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ทั้งนี้ ณ 25 มี.ค. 69 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยทั้งระยะสั้นและระยะยาวเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้น
สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของอัตราผลตอบแทนในประเทศเศรษฐกิจหลักและภูมิภาค ตามการปรับการคาดการณ์ของตลาดต่อทิศทางนโยบายการเงินเพื่อดูแลอัตราเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มสูงขึ้นจากผลของสงครามในตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาพลังงานโลกสูงขึ้นมาก
อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเทียบกับดอลลาร์ สรอ. เดือน ก.พ. 69 เงินบาทเฉลี่ยปรับแข็งค่าเล็กน้อย โดยเงินบาทแข็งค่าในช่วงต้นเดือน จากเสถียรภาพการเมืองไทยที่ปรับดีขึ้นหลังการเลือกตั้ง อย่างไรก็ดี เงินบาทปรับอ่อนค่าในช่วงปลายเดือน ก.พ. 69 และอ่อนค่าเร็ว
ในเดือน มี.ค. 69 (ข้อมูลถึง 25 มี.ค. 69) ตามการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ สรอ. เนื่องจากตลาดปรับลดคาดการณ์การลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ จากผลของสงครามในตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาพลังงานโลกสูงขึ้นมาก ด้านดัชนีค่าเงินบาท (NEER) เฉลี่ยอ่อนค่าในเดือน ก.พ. 69 และ มี.ค. 69 มากกว่าสกุลคู่ค้าคู่แข่ง จากความกังวลของตลาดที่คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะได้รับผลกระทบมากเนื่องจากโครงสร้างเศรษฐกิจพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันในสัดส่วนสูงและกว่าครึ่งมาจากตะวันออกกลาง
อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบมากขึ้นจากเดือนก่อนตามหมวดอาหารสด จากราคาผักและเนื้อสัตว์ที่ลดลงตามผลผลิตที่เพิ่มขึ้น ขณะที่อัตราเงินเฟ้อหมวดพลังงานติดลบใกล้เคียงกับเดือนก่อน ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังเป็นบวกใกล้เคียงกับเดือนก่อน โดยราคาเครื่องประกอบอาหารและอาหารสำเร็จรูปปรับลดลง
ขณะที่ราคาของใช้ส่วนตัวปรับเพิ่มขึ้นจากการลดการทำโปรโมชันของผู้ประกอบการ ด้านภาวะตลาดแรงงาน การจ้างงานโดยรวมลดลงจากเดือนก่อน สะท้อนจากจำนวนผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ปรับลดลง ด้านดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลเพิ่มขึ้น จากดุลการค้าที่เกินดุลตามการนำเข้าสินค้าที่ลดลง ประกอบกับดุลรายได้ บริการและเงินโอนเกินดุลเพิ่มขึ้น ตามการส่งกลับกำไรไปต่างประเทศที่ลดลงและรายรับเงินโอนที่เพิ่มขึ้น
ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (SET และ mai) ที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน โดยรวมปรับลดลงจากไตรมาสก่อน โดยความสามารถในการทำกำไร (Operating Profit Margin: OPM) ลดลงจากร้อยละ 7.3 ในไตรมาสก่อนมาอยู่ที่ร้อยละ 6.7 จากทุกประเภทธุรกิจในภาคการผลิตและภาคบริการที่ไม่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว
อย่างไรก็ดี ความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (Interest Coverage Ratio: ICR) ทรงตัวอยู่ที่ 4.4 เท่า ขณะที่สภาพคล่อง (Current Ratio :CR) และการพึ่งพาหนี้ (Debt to Equity ratio: DE) โดยรวมทรงตัวจากไตรมาสก่อนอยู่ที่ 1.8 เท่า และ 0.7 เท่า ตามลำดับ