สินเชื่อแบงก์โตต่ำ 0.3% หลังระวังปล่อยกู้ คาดไตรมาส4 จับตาหนี้ครัวเรือนพุ่ง หวั่นลูกหนี้ไม่ไหว
ธปท. เผยปี’66 สินเชื่อแบงก์พาณิชย์โตต่ำ 0.3% หลังระวังปล่อยกู้-หวั่นเศรษฐกิจวูบ กังวลลูกหนี้ไปไม่ไหว
เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) น.ส.อัจจนา ล่ำซำ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตรวจสอบแบบจำลองและวิเคราะห์สถาบันการเงิน ธปท. กล่าวว่า ผลการดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์ปี 2566 ปรับดีขึ้นจากปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 2.51 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 2.38 แสนล้านบาท สาเหตุหลักมาจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 6.70 แสนล้านบาท จากปีก่อนที่ 5.77 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย อยู่ที่ 2.30 แสนล้านบาท เทียบกับปีก่อนอยู่ที่ 2.56 แสนล้านบาท ซึ่งปรับลดลงจากรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิ
อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิเมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ 6.5 หมื่นล้านบาท และไตรมาส 4/2566 อยู่ที่ 5.3 หมื่นล้านบาท โดยกำไรปรับลดลงเป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มมากขึ้น และค่าใช้จ่ายสำรองที่มีการกันสำรองเพิ่มมากขึ้น โดยปี 2566 มีการกันสำรองที่ 1.99 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 1.83 แสนล้านบาท ซึ่งธนาคารมีการสำรองระดับสูง เพื่อรองรับความไม่แน่นอนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
น.ส.อัจจนากล่าวว่า ส่งผลให้อัตราส่วนทางการเงินของระบบธนาคารพาณิชย์ปี 2566 โดยส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) อยู่ที่ 3% เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2.62% อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์สุทธิเฉลี่ย (ROA) อยู่ที่ 1.06% เทียบกับปีก่อนอยู่ที่ 1.01% และอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของทุนเฉลี่ย (ROE) อยู่ที่ 7.92% เทียบกับปีก่อนอยู่ที่ 7.49%
ทั้งนี้ ภาพรวมธนาคารพาณิชย์ไตรมาส 4/2566 ระบบธนาคารพาณิชย์มีความมั่นคงและมีเสถียรภาพ โดยมีเงินกองทุน 20.1% เงินสำรอง 179% และสภาพคล่องอยู่ในระดับสูงที่ระดับ 204.4% สามารถทำหน้าที่สนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง
สินเชื่อหดเหลือ 0.3% เหตุศก.แผ่ว
น.ส.อัจจนากล่าวว่า ระบบธนาคารพาณิชย์มีความมั่นคงและมีเสถียรภาพ โดยมีเงินกองทุน เงินสำรอง และสภาพคล่องอยู่ในระดับสูง โดยสินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์ ปี 2566 อยู่ที่ 0.3% หดตัวลงจากไตรมาสที่ 3/2566 ที่ 0.9% เมื่อแยกพอร์ตสินเชื่อ โดยสินเชื่อธุรกิจ หดตัวลงอยู่ที่ 1.7% จากไตรมาสก่อนที่ 2.1% สำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ ขยายตัวที่ 0.01% ลดลงจาไตรมาสก่อนที่ 0.3% และธุรกิจผู้ประกอบการรายย่อย (เอสเอ็มอี) ขยายตัวที่ 5.1% หดตัวจากไตรมาสก่อนที่ 5.5%
“สาเหตุการหดตัวของสินเชื่อ เนื่องจากการทยอยชำระคืนหนี้ของภาคธุรกิจหลังเร่งขยายตัวต่อเนื่องเพื่อเสริมสภาพคล่องในช่วงโควิด โดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอี ธุรกิจขนาดใหญ่ภาคอุตสาหกรรม และภาครัฐ นอกจากนี้ ธนาคารพาณิชย์มีการระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอี เพราะมองแนวโน้มธุรกิจและเศรษฐกิจฟื้นตัวช้า” น.ส.อัจจนากล่าว
น.ส.อัจจนากล่าวว่า ขณะที่สินเชื่ออุปโภคบริโภค ขยายตัวเพิ่มที่ 2.3% จากไตรมาสก่อนที่ 1.2% แยกรายประเภท โดยสินเชื่อที่อยู่อาศัย อยู่ที่ 1.3% หดตัวจากไตรมาสก่อนที่ 2.4% สินเชื่อรถยนต์ อยู่ที่ 0.4% หดตัวจากไตรมาสก่อนที่ 0.8% สินเชื่อบัตรเครดิต อยู่ที่ 2.6% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ติดลบ 16.2% และสินเชื่อส่วนบุคคล อยู่ที่ 7% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ 2.8%
“อย่างไรก็ตาม การปล่อยสินเชื่อใหม่มีปริมาณเพิ่มขึ้นและกระจายตัวในหลายภาคธุรกิจ ขณะที่สินเชื่ออุปโภคบริโภคขยายตัวได้จากสินเชื่อส่วนบุคคล” น.ส.อัจจนากล่าว
ตาม NPL ใกล้ชิด ห่วงหนี้ครัวเรือปูด
น.ส.อัจจนากล่าวว่า ยอดคงค้างสินเชื่อด้อยคุณภาพ (เอ็นพีแอล) ไตรมาส 4/2566 ลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 4.92 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนหนี้เสียต่อสินเชื่อรวมที่ 2.66% จากไตรมาสก่อนที่ 2.70% แบ่งเป็นสินเชื่อธุรกิจ อยู่ที่ 2.57% ลดลงจากไตรมาสก่อนที่ 2.67% และสินเชื่ออุปโภคบริโภค อยู่ที่ 2.88% ลดลงจากไตรมาสก่อนที่ 2.79% ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นการลดลงจากสินเชื่อธุรกิจเป็นหลักจากการบริหารจัดการคุณภาพหนี้และการกลับมาชำระคืนหนี้
ขณะเดียวกัน ยอดคงค้างหนี้เสียของสินเชื่ออุปโภคบริโภคยังเพิ่มขึ้นในทุกพอร์ต สำหรับสัดส่วนสินเชื่อที่มีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของความเสี่ยงด้านเครดิตต่อสินเชื่อรวม (SICR หรือ stage 2) อยู่ที่ 5.86% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ 5.84% แบ่งเป็นสินเชื่อธุรกิจ อยู่ที่ 5.44% ลดลงจากไตรมาสก่อนที่ 5.50% และสินเชื่ออุปโภคบริโภค อยู่ที่ 6.86% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ 6.66%
”ขณะที่สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ 90.9% ทรงตัวจากไตรมาสก่อน คาดการณ์ตัวเลขไตรมาส 4/2566 ตัวเลขหนี้ครัวเรือนอาจจะขยับขึ้นเล็กน้อยประมาณการที่ 91%“ น.ส.อัจจนากล่าว
น.ส.อัจจนากล่าวว่า ความคืบหน้าของมาตรการฟื้นฟูฯ ข้อมูล ณ วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2567 จะหมดเขตยื่นคำขอตามพระราชกำหนด พ.ร.ก.ฟื้นฟูฯ ในวันที่ 9 เมษายน 2567 โดยยอดสินเชื่อที่มีการอนุมัติแล้วอยู่ที่ 2.62 แสนล้านบาท จากวงเงินที่ตั้งไว้ 2.5 แสนล้านบาท ส่วนที่เกินมาจากมีการปิดโครงการพักทรัพย์พักหนี้และโอนเงินมาจากโครงการดังกล่าวที่ 2.5 หมื่นล้านบาท จำนวนผู้ได้รับความช่วยเหลือแล้ว 66,224 ราย เหลือเงินเฉลี่ย 13,000 ล้านบาท คาดว่าจะหมดได้พอดีในช่วงเดือนเมษายนนี้
และด้านสินเชื่อเพื่อการปรับตัว มีสินเชื่อที่อนุมัติแล้ว 9,185 ล้านบาท จำนวนผู้ได้รับความช่วยเหลือ 598 รายและวงเงินที่อนุมัติเฉลี่ย 15.4 ล้านบาทต่อราย
“ธปท.มีการปรับมาตรการตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และดูแลเอ็นพีแอลทรงตัวระดับ 2% และไม่ถึง 3% แต่คาดว่าเอ็นพีแอลมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น จากกลุ่มรายย่อยที่มีรายได้ไม่ฟื้นตัว และ ธปท.ยังมีความเป็นห่วง โดยได้กำหนดให้แบงก์ช่วยเหลือลูกหนี้”น.ส.อัจจนา กล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สินเชื่อแบงก์โตต่ำ 0.3% หลังระวังปล่อยกู้ คาดไตรมาส4 จับตาหนี้ครัวเรือนพุ่ง หวั่นลูกหนี้ไม่ไหว
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th