“KKP SG-AA Light” กองผสม “เสี่ยงต่ำ”... เพิ่มโอกาสผลตอบแทนที่ดีกว่า “เงินฝาก” !!!
Wealthy Thai
อัพเดต 23 ม.ค. เวลา 05.01 น. • เผยแพร่ 26 เม.ย. 2567 เวลา 10.43 น. • กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดากองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง “กองทุนติดดาว”กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว”จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’(Risk-adjusted returns)ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar”ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “Conservative Allocation” ที่เน้นลงทุนแบบผสม “เสี่ยงต่ำ” ใน “หลากหลายสินทรัพย์” ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
เพราะแผนการจัดสรรเงินลงทุนในพอร์ต ก็จะขึ้นอยู่กับการแบกรับความเสี่ยงและสไตล์ของแต่ละบุคคล ซึ่งสำหรับนักลงทุนที่อาจจะมองว่าวิธีดังกล่าวเป็นขั้นตอนที่ยุ่งยาก
ในอุตสาหกรรมของตลาดทุนก็มี “กองทุนรวมผสม” ที่จะช่วยจัดสรรเงินลงทุนให้แก่นักลงทุน ซึ่งจะมีผู้จัดการกองทุนเป็นผู้ดูแลเงินลงทุนให้แก่นักลงทุน
ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงมี “กองทุนรวมผสม” สไตล์ “Conservative Allocation”**ที่น่าสนใจและยังทำผลการดำเนินงานได้อย่างโดดเด่นภายใต้สถานการณ์ที่ตลาดทุนมีความผันผวนมาฝากกัน
“KKP SG-AA Light” กองทุนผสม “เสี่ยงต่ำ” สร้างผลตอบแทนที่ดี-ความผันผวนไม่สูง
โดยกองทุนที่เราหยิบยกมาในครั้งนี้ มีชื่อว่า “กองทุนเปิดเคเคพี สตราทิจิค แอสเซ็ท อโลเคชั่น-Light ชนิดทั่วไป” หรือ “KKP SG-AA Light” ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เกียรตินาคินภัทร จํากัด’ เป็นผู้ดูแลอีกทั้งยังพากองดังกล่าวได้รับการจัดอันดับจาก “มอร์นิ่งสตาร์” ให้เป็น “กองทุน 5ดาว” อีกด้วย
รายละเอียดของกองทุนนั้นเป็นกองทุนรวมที่ลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์และเปิดให้ลงทุนในกองทุนรวมภายใต้บลจ.เดียวกันได้ ซึ่งได้จัดตั้งหรือจดทะเบียนขึ้นในวันที่ 12 มี.ค.62 จนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 23 เม.ย. 67)มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 1,554,226,965บาท และมูลค่าหน่วยลงทุนที่ 10.79 บาทต่อหน่วย
สำหรับนโยบายลงทุนตั้งแต่ตราสารทุน ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารหนี้ และเงินฝาก ทั้งในประเทศและต่างประเทศ หรือทรัพย์สินอื่นที่กองทุนสามารถลงทุนได้ โดยกองทุนจะพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์แต่ละประเภทในสัดส่วนตั้งแต่ 0 ถึง 100%ของ NAV โดยจะลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ “ไม่เกิน 79%” ของ NAV
นอกจากนี้กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non – Investment Grade) ตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) และตราสารทุนของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) โดยรวมกันไม่เกิน 15%ของ NAV
รวมไปถึงลงทุนในหน่วยลงทุนกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (infra) ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ ในสัดส่วนโดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่เกิน 100%ของ NAV
หน้าตาพอร์ต…สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมของ “หุ้นคุณค่า” & “หุ้นเติบโต”
จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง ‘KKP SG-AA Light” มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นคุณค่า” (Value) และ“หุ้นเติบโต” (Growth) เป็นสำคัญ
สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 29 มี.ค. 24) มี 5 ประเภทสินทรัพย์ที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ประกอบไปด้วย
หน่วยลงทุนต่างประเทศ 70%
หน่วยลงทุนในประเทศ 49%
พันธบัตร,ตั๋วเงินคลัง 23%
หุ้นกู้ 41%
ตราสารทุนในประเทศ 68%
โดยมีการจัดสรรเงินลงทุนไปในสินทรัพย์ต่างๆ ดังนี้
ตราสารหนี้ 93%
หุ้นทั่วโลก 240%
Prop Fund, REIT & Infras 76%
หุ้นไทย 68%
สินค้าโภคภัณฑ์ 01%
ทองคำ 56%
“ซึ่งเป็นการลงทุนของกองทุนก็มีทั้งลงทุนผ่านกองทุนรวมในต่างประเทศที่มีความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนในตราสารหนี้อย่าง PIMCO หรือลงทุนในหุ้นผ่านกองทุนของ Vanguard เป็นต้น ตลอดจนการลงทุนโดยตรงในสินทรัพย์ต่างๆ ของบลจ.เองด้วยเช่นกัน”
“ด้านผลการดำเนินงานของกอง ‘KKP SG-AA Light’ นับตั้งแต่จัดตั้งกองมา (ข้อมูล ณ วันที่ 29 มี.ค. 24) มีผลการดำเนินงานเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 1.73% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 2.96% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานที่เฉลี่ยอยู่ 4.58%ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 5.29% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีในช่วง 5ปีที่ผ่านมากองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -12.27%”
เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เพียง 1,000 บาท เท่านั้น
สำหรับนักลงทุนที่สนใจอยากจะเข้าลงทุนในกองทุนดังกล่าว ก็สามารถลงทุนด้วยเงินเริ่มต้นที่ 1,000บาท ตามเงื่อนไข “การซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” อยู่ที่ 1,000บาท และส่วนการจะขายคืนสามารถทำได้อย่างอิสระโดยไม่มีข้อกำหนดขั้นต่ำ เพียงแต่ต้องมียอดคงเหลือขั้นต่ำอยู่ที่ 100หน่วย และการจะได้รับเงินค่าขายคืนอยู่ที่ 4วันทำการนับจากวันคำนวณ NAV (T+4)
ทั้งนี้ รายละเอียดการซื้อขายก็คงจะพลาดไม่ได้ที่จะต้องพูดถึงสำหรับช่องทางการซื้อขายของกองนั้น ก็สามารถทำได้ผ่านช่องทางออฟไลน์อย่างบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม เกียรตินาคินภัทร จำกัดและผู้สนับสนุนการขายหรือผู้รับซื้อคืนหน่วยลงทุนที่บริษัทจัดตั้งขึ้น
“อย่างไรก็ดีสไตล์การลงทุนของกองทุนข้างต้น นักลงทุนอาจมองว่าผลการดำเนินงานไม่สูงมากนัก เมื่อเทียบกับการลงทุนในสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่ง แต่ก็เป็นปกติของกองทุนผสมสไตล์ ‘Conservative Allocation’ ที่เน้นความผันผวนที่ค่อนข้างต่ำก็ถือเป็นอีกกองทุนที่น่าสนใจ และยังสามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่าดอกเบี้ยเงินฝากด้วย”
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน