โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

จริงไหมถ้าเราถูกตัดหัวด้วยกิโยติน หัวของเราจะยังมีชีวิตอยู่?

Histofun Deluxe

เผยแพร่ 30 ม.ค. 2567 เวลา 06.08 น.
ตลอดช่วงของการปฏิวัติฝรั่งเศส มีคนหลายหมื่นคนต้องจบชีวิตบนหลักประหารของกิโยติน

ปลายศตวรรษที่ 18 การปฏิวัติฝรั่งเศสอันลือลั่นได้เริ่มต้นขึ้น คณะปฏิวัติได้ทำการแยกหัวออกจากร่างของพวกชนชั้นสูง กระฎุมพี หรือแม้กระทั่งนักปฏิวัติด้วยกันเองจำนวนหลายหมื่นคน ด้วยอุปกรณ์อย่าง‘ใบมีดแห่งชาติ’ (National Razor) หรือกิโยติน (Guillotine)

กิโยตินถือกำเนิดขึ้นจากแนวคิดที่ว่า วิธีการประหารชีวิตแบบไหนที่จะมีมนุษยธรรมมากที่สุด และทำอย่างไรเพื่อให้นักโทษที่ถูกประหารตายอย่างทรมานให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ด้วยใบมีดเอียง ๆ ของกิโยติน ถูกออกแบบมาเพื่อให้หัวของนักโทษถูกตัดขาดได้ในฉับเดียว หมายความว่าพวกเขาจะไม่ตายอย่างทรมานใช่ไหมล่ะ?

แต่ช้าก่อนเพราะมีเรื่องเล่าชวนสยองขวัญจากเหล่าผู้ชมหลายคนที่ได้ร่วมดูการประหารชีวิต พวกเขาเล่าว่า หัวของคนที่ถูกตัดด้วยกิโยตินนั้น ยังสามารถกระพริบตาหรือแม้แต่ขยับปากบ่นพึมพำได้นานหลายวินาที หลังจากหัวหลุดจากร่างไปแล้ว

ในปี 1793 ในการประหารชีวิตชาร์ล็อต กอร์แด (Charlotte Corday) ผู้ลอบสังหารฌ็อง-ปอล มารา (Jean-Paul Marat) หนึ่งในแกนนำปฏิวัติสายสุดโต่ง มีเรื่องเล่าว่า หลังจากหัวของชาร์ล็อตถูกตัดด้วยกิโยติน เพชรฆาตก็ได้ตบไปที่หน้าของเธออย่างจัง มีพยานบอกว่า ชาร์ล็อตมีใบหน้าแดงก่ำและทำสายตาโกรธแค้นกับสิ่งที่เพชรฆาตทำกับหัวของเธอ

หรือจะเป็นในปี 1794 อ็องตวน ลาวัวซีเย (Antoine Lavoisier) นักเคมีชื่อดังถูกคณะปฏิวัติจับไปประหารด้วยกิโยติน ก่อนถูกประหาร ลาวัวซีเยได้รับปากกับเหล่าลูกศิษย์ว่า เขาจะกระพริบตาให้ได้นานที่สุดหลังจากที่หัวของเขาหลุดออกจากร่าง ผลคือมีพยานอ้างว่า ลาวัวซีเยกระพริบตาได้นานถึง 15 วินาที หลังจากที่หัวของเขากระเด็นออกจากร่างไปแล้ว

เรื่องชวนสยองนี้ไม่ได้มีแค่ที่ฝรั่งเศส เพราะย้อนกลับไปในปี 1536 เมื่อแอนน์ โบลีน (Anne Boleyn) มเหสีองค์ที่สองของพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 แห่งอังกฤษถูกประหาร ก็มีเรื่องเล่าว่า หัวของนางขยับปากเหมือนกำลังพูดอะไรสักอย่าง หลังจากเพชรฆาตใช้ดาบตัดหัวไปแล้ว

สรุปแล้วเรื่องนี้เป็นแค่เรื่องเล่า หรือเป็นปฏิกิริยาเฮือกสุดท้ายของคนเราก่อนที่จะตายกันนะ?

เรื่องนี้เป็นที่สงสัยของแพทย์และนักวิทยาศาสตร์มาช้านาน ในปี 1905 มีแพทย์ชาวฝรั่งเศสคนหนึ่งได้ทดลองกับนักโทษประหารด้วยกิโยติน (ฝรั่งเศสใช้กิโยตินจนถึงปลายยุค 1970) โดยเขาอ้างว่า หลังจากเรียกชื่อนักโทษที่ถูกตัดหัว เปลือกตาของนักโทษมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อคำพูด การทดลองนี้สรุปผลว่า หัวของคนที่ถูกตัดหัว ยังสามารถมีสติอยู่ได้ประมาณ 25-30 วินาที

ในห้องปฏิบัติการบางแห่ง การตัดหัวถือเป็นวิธีการกำจัดสัตว์ทดลองที่มีมนุษยธรรมที่สุด ดังนั้นจึงมีการทดลองตัดหัวของสัตว์ทดลองเพื่อพิสูจน์ในเรื่องนี้เช่นกัน อย่างเช่นการทดลองของด็อกเตอร์กวิธา คงการา (Kavitha Kongara) จากคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแมสซีย์ (Massey University) ประเทศนิวซีแลนด์

การทดลองนี้ทำกับหนูทดลอง โดยก่อนที่หนูทดลองจะถูกตัดหัว ได้มีการติดเครื่องตรวจคลื่นสมองไฟฟ้าหรือ EEG (Electroencephalograph) เพื่อดูปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นกับสมองของหนูทดลอง

จากการทดลองพบว่า ในช่วง 10-15 วินาทีหลังจากหนูทดลองถูกตัดหัว เปลือกสมองของหนูมีการตอบสนองต่อความเจ็บปวดก่อนที่สมองจะหยุดทำงาน

“นั่นหมายความว่าในช่วงเวลานี้ สัตว์ที่มีสติสัมปชัญญะสามารถรับรู้ได้ว่า การตัดหัวเป็นความเจ็บปวด” ด็อกเตอร์กวิธากล่าว

แล้วการทดลองกับสัตว์สามารถนำมาใช้อธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ได้ไหม ด็อกเตอร์กวิตากล่าวว่าสิ่งที่ทำให้สัตว์เจ็บปวดก็สร้างความเจ็บปวดต่อมนุษย์เช่นกัน ซึ่งเป็นไปได้ที่หัวของมนุษย์ที่ถูกตัดขาดจะยังคงมีสติอยู่ได้ในระยะหนึ่ง

นักวิทยาศาสตร์บางคนได้เคยให้คำตอบว่า พวกเขาไม่มีทางรู้ได้ว่าเรื่องราวเหล่านี้เป็นเรื่องจริงหรือเปล่า แต่เรื่องจริงที่พวกเขาพอจะรู้ก็คือ สมองของคนเราสามารถที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างน้อย 13 วินาที โดยที่ปราศจากเลือด

อ้างอิง

• จอห์น โอไบรอัน (เขียน) วรรธนา วงษ์ฉัตร (แปล) . (2018) A History of Weapons ประวัติศาสตร์อาวุธ. สำนักพิมพ์ยิปซี

Discovery Magazine. Are Humans Still Briefly Conscious After Decapitation?. https://www.discovermagazine.com/the-sciences/can-humans-briefly-survive-decapitation

• The Conversation. Did Anne Boleyn really try to speak after being beheaded?. https://theconversation.com/did-anne-boleyn-really-try-to-speak-after-

being-beheaded-106650

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...