โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

TOA ปี’66 กำไรพุ่ง แตะ 2.5 พันล้าน ปีนี้ตั้งเป้ายอดขายโต 8%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 29 ก.พ. 2567 เวลา 05.36 น. • เผยแพร่ 29 ก.พ. 2567 เวลา 05.28 น.
จตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ

“ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย)” ตอกย้ำแชมป์เจ้าตลาดสีเบอร์หนึ่งในไทย ปี 2566 กวาดรายได้รวม 22,479 ล้าน โกยกำไรสุทธิ 2,569 ล้าน เติบโต 81% ตั้งเป้าปี 2567 ยอดขายเติบโต 8% ล่าสุดบอร์ดไฟเขียวจ่ายปันผลอัตรา 0.35 บาท/หุ้น

วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA เปิดเผยว่า ปี 2566 บริษัทมีรายได้รวม 22,479 ล้านบาท เติบโต 8% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน (YOY) ในขณะที่ไตรมาส 4/2566 มีรายได้รวม 5,813 ล้านบาท เติบโต 6% ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องจากทุกช่องทางการขายภายในประเทศ

เพราะด้วยความแข็งแกร่งของแบรนด์ TOA การมีช่องทางการจัดจำหน่ายที่ครอบคลุมมากที่สุด การมีสินค้าครบทุกกลุ่มและบริการครบวงจร รวมถึงการปรับตัวการดำเนินธุรกิจในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา TOA สามารถสร้างการเติบโตเหนือคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกันอย่างต่อเนื่อง

โดยปี 2566 บริษัทมีกำไรสุทธิ 2,569 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 81% ในขณะที่กำไรสุทธิไตรมาส 4/2566 เป็นเงิน 545 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 87% เป็นผลจากกำไรขั้นต้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นด้วยการปรับแผนกลยุทธ์ด้านวัตถุดิบร่วมกับการจัดการภายในองค์กรตามหลักความยั่งยืน การนำระบบ Digital Transformation และ Automation เข้ามาช่วยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ แนวโน้มผู้บริโภคยังให้การตอบรับที่เพิ่มมากขึ้นกับผลิตภัณฑ์กลุ่มนวัตกรรม ที่มีมาตรฐานการรับรอง ทั้งด้านคุณสมบัติและความปลอดภัยขั้นสูง ซึ่งถูกจัดอยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์พรีเมี่ยม ที่บริษัทเป็นผู้นำตลาด จึงเป็นแรงส่งช่วยผลักดันยอดขายรวม และสร้างกำไรให้กับบริษัทได้อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้มีมติเห็นชอบเสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 29 เมษายน 2567 พิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลสำหรับผลประกอบการครึ่งปีหลังของปี 2566 ในอัตราหุ้นละ 0.35 บาท และเมื่อรวมกับเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลประกอบการครึ่งปีแรกที่ได้จ่ายไปแล้วในอัตราหุ้นละ 0.33 บาท จะรวมเป็นเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.68 บาท คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผล 61% จากกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะกิจการของปี 2566

นายจตุภัทร์กล่าวต่อว่า สำหรับปี 2567 ตั้งเป้ายอดขายโต 8% ไม่หวั่นความ ท้าทายจากสภาวะเศรษฐกิจและภาคอสังหาริมทรัพย์ในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัว และเชื่อมั่นว่าด้วยสถานะการเป็นผู้นำอุตสาหกรรมที่เป็นผู้นำตลาดสีในประเทศไทย มีที่สินค้าหลายหลากทุกความต้องการ โดยมีสินค้าเรือธงที่ผู้บริโภคให้ความไว้วางใจเลือกใช้

อาทิ สีซุปเปอร์ชิลด์ สีทีโอเอ ชิลด์วัน นาโน สีโฟร์ซีซั่นส์ ผนวกกับการขยายธุรกิจให้ครบวงจรแบบ Total Solution ทั้งเคมีภัณฑ์ก่อสร้าง ยิปซั่มบอร์ด กระเบื้อง ฮาร์ดแวร์ และสินค้าวัสดุก่อสร้าง ยังเป็นส่วนสำคัญที่สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและโอกาสการเติบโตเหนือกว่าคู่แข่ง

โดยในปี 2567 บริษัทได้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 60 นับจากการเริ่มธุรกิจ โดยการนำเข้าสีจากประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี 2507 จากนั้นจึงสร้างโรงงานและศูนย์วิจัยเพื่อพัฒนาสูตรสีและเทคโนโลยีการผลิตของเราเอง จนสามารถก้าวเป็นแบรนด์สีเบอร์หนึ่ง (No.1 Paint Brand) ในประเทศไทย ที่สามารถเอาชนะแบรนด์ต่างชาติมาอย่างยาวนานจนถึงปัจจุบัน

นอกจากนี้ เราได้ต่อยอดธุรกิจของ TOA ให้เติบโตเป็นมากกว่าสีทาอาคาร รวมถึงการมีเครือข่ายพันธมิตรร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่แข็งแกร่งและครอบคลุมมากที่สุดในประเทศไทยกว่า 8,600 ร้านค้า และการขยายธุรกิจ สร้างฐานผลิตในภูมิภาคอาเซียน อีก 6 ประเทศ ได้แก่ เวียดนาม อินโดนีเซีย เมียนมา กัมพูชา มาเลเซีย และลาว เพื่อพร้อมทะยานบุกตลาดในอาเซียนให้เติบโตต่อไป

ก้าวต่อไปของ TOA เราจะมุ่งสู่การเป็น “องค์กรแห่งความยั่งยืน” ผ่านกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจดังนี้

– การสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ กับการรักษาผู้นำตลาดสีทาอาคารในประเทศไทย โดยการสร้างสรรค์นวัตกรรมสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ด้วยสินค้าที่ปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการสร้างสุนทรียภาพและแรงบันดาลใจเพื่อเป็นมากกว่าสี ตลอดจนการก้าวไปสู่ผู้นำในธุรกิจอื่นที่เราได้ขยายธุรกิจไปแล้วนั้น ยังเป็นโอกาสใหม่ ๆ ที่จะทำให้เราเติบโตสร้างผลกำไรได้อย่างต่อเนื่อง ภายใต้การดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย

– การดูแลพนักงาน เพราะเราเชื่อว่าเพื่อนพนักงาน คือ ทรัพยากรที่สำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนความสำเร็จขององค์กร นอกจากนี้เรายังมุ่งพัฒนาชุมชนและสังคม ผ่านกิจกรรม/โครงการสาธารณประโยชน์ต่าง ๆ มากมาย ที่เป็นการช่วยเหลือทั้งในระยะสั้นและในระยะยาว

– การดูแลสิ่งแวดล้อม เรามุ่งมั่นจะเป็นองค์กรสีเขียวตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ตั้งแต่จัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การพัฒนานวัตกรรมสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การพัฒนาระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน การใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด การบริหารจัดการเรื่องขยะ (Waste Management) ที่ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 20% ภายในปี 2568 เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ในปี 2593

และเรายังเชื่อว่ามาตรฐาน “TOA GREEN CERTIFIED” สัญลักษณ์สินค้าคุณภาพสูง การันตีด้วยเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล จะช่วยสร้างแรงกระเพื่อมให้กับลูกค้าและคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกันได้ตระหนักหันมาใส่ใจต่อสิ่งรอบตัวมากขึ้น

“การพัฒนา TOA ให้เป็นองค์กรแห่งความยั่งยืน ตามแนวทาง ESG ถือเป็นพันธกิจหลักที่สำคัญที่จะทำให้ TOA ก้าวผ่านสภาวะการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี เพื่อให้ธุรกิจยังคงเติบโตอย่างสง่างาม เราจึงพร้อมเพื่อเป็นมากกว่าธุรกิจสี เป็นธุรกิจที่เห็นคุณค่าในทุก ๆ อย่างที่เราดูแล ปกป้องมาตลอดระยะเวลา 60 ปี และพร้อมเดินหน้าเคียงข้างไปกับทุกคน” นายจตุภัทร์กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : TOA ปี’66 กำไรพุ่ง แตะ 2.5 พันล้าน ปีนี้ตั้งเป้ายอดขายโต 8%

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...