โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไทย-เกาหลีใต้เคยร่วมศึกกันมาก่อน: ย้อนดูบทบาทไทยในสงครามเกาหลี

The MATTER

อัพเดต 27 มี.ค. 2567 เวลา 09.05 น. • เผยแพร่ 27 มี.ค. 2567 เวลา 02.10 น. • Social

“ด้วยการส่งกองกำลังจำนวนหนึ่งในฐานะสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพ เราจะได้หลายสิ่งอย่างเป็นการตอบแทน” (“By sending just a small number of troops as a token of our friendship, we will get various things in return.”)

จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น กล่าวประโยคดังกล่าวกับรัฐสภาไทย เมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 1950

นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของบทบาทกองทัพไทยในสงครามเกาหลี สงครามที่รวมระยะเวลาสู้รบราว 3 ปี ในช่วงปี 1950-1953 ระหว่างเกาหลีใต้ ที่ได้รับการสนับสนุนโดยสหรัฐฯ และกองกำลังของสหประชาชาติ (UN) และเกาหลีเหนือ ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยสหภาพโซเวียตและจีน

เช่นเดียวกับในสหรัฐฯ ที่สงครามเกาหลีถูกขนานนามว่าเป็น ‘สงครามที่ถูกลืม’ หรือ ‘Forgotten War’ สุรชาติ บำรุงสุข ก็คิดเห็นว่า ความทรงจำเกี่ยวกับบทบาทของไทยในสงครามดังกล่าว – รวมถึงเรื่องราวของกรมผสมที่ 21 ที่ร่วมสู้รบที่เนินพอร์กช็อป (Pork Chop Hill) จนได้รับฉายาว่า ‘พยัคฆ์น้อย’ (Little Tigers) – ก็ “ดูจะห่างหายไปจากสังคมไทยนานแล้ว”

ในวาระที่ไทย-เกาหลีใต้กลับมาพบกันอีกครั้ง ในรูปแบบของการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก The MATTER ชวนย้อนดูบทบาทของประเทศไทยในสงครามเกาหลีอีกครั้ง

‘พยัคฆ์น้อย’ ที่ ‘เนินพอร์กช็อป’

ข้อมูลจากกองบัญชาการกองกำลังสหประชาชาติ (United Nations Command) ระบุว่า ไทยส่งบุคลากรไปร่วมรบที่เกาหลีทั้งหมดถึง 11,786 คน ในจำนวนนี้ มีผู้เสียชีวิต 1,273 คน มี 129 คนที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ มีผู้บาดเจ็บ 1,139 คน และสูญหาย 5 คน

ประเทศไทยถือเป็นประเทศแรกๆ ที่หันมาให้ความช่วยเหลือเกาหลีใต้ในการสู้รบ เดิมที ไทยเริ่มจากการส่งข้าวจำนวน 4 ตัน ตามมติของ UN เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 1950 หรือ 5 วันหลังจากสงครามเกาหลีปะทุขึ้น จากนั้นก็ตามมาด้วยการส่งกองกำลังทั้งทางบก น้ำ อากาศ เข้าช่วยเหลือ ซึ่งทหารราบของไทยก็ประจำในเกาหลียาวจนถึงเดือนมิถุนายน ปี 1972

ทหารไทยเข้าร่วมรบในสมรภูมิจำนวนหนึ่ง ร่วมกับกองกำลังจากประเทศอื่นๆ (หลักๆ คือสหรัฐฯ) แต่การสู้รบที่ไทยได้รับการยกย่องและเป็นที่จดจำในห้วงสงครามเกาหลี คือ การสู้รบในพื้นที่ที่มีชื่อว่า ‘เนินพอร์กช็อป’ (Pork Chop Hill)

เนินพอร์กช็อป (ว่ากันว่าที่มีชื่อเรียกเช่นนี้ ก็เป็นเพราะรูปร่างของมันที่คล้ายพอร์กช็อป) หรือ ‘ฮิลล์ 255’ (Hill 255) คือจุดยุทธศาสตร์ใกล้กับเส้นขนานที่ 38 เหนือ (38th parallel north) เส้นแบ่งที่สหรัฐฯ และสหภาพโซเวียตใช้แบ่งเกาหลีเหนือ-เกาหลีใต้ในขณะนั้น

ผ่านการสู้รบมาหลายระลอก ทหารไทยเองก็เป็นหนึ่งในนั้น – นั่นคือ กรมผสมที่ 21 ที่สร้างวีรกรรมจนได้รับฉายาจากผู้บังคับบัญชากองทัพสหรัฐฯ ในสงครามเกาหลีว่า ‘พยัคฆ์น้อย’ หรือ ‘Little Tigers’

“ตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 11 พฤศจิกายน 1952 กองพันที่ 1 กรมทหารราบที่ 21 ของไทย ซึ่งขึ้นกับกองทัพสหรัฐฯ ได้ต้านทานการโจมตีจากศัตรูหลายระลอก ท่ามกลางอุณหภูมิติดลบในเทือกเขาใกล้ชอวอน (Cheorwon) เหนือเส้นขนานที่ 38” รมณี คณานุรักษ์ อดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล กล่าวกับสำนักข่าวเกาหลีใต้ Korea JoongAng Daily

“กองกำลังของไทยต่อสู้กับการโจมตีของศัตรู 3 ระลอก แม้อีกฝ่ายจะมีจำนวนมากกว่าในอัตรา 7 ต่อ 1” รมณี ซึ่งปัจจุบันเป็นเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโรม เล่า “แม้กองกำลังของไทยจะได้รับการสนับสนุนจากกองกำลังปืนใหญ่และทหารราบยานเกราะของ UN แต่การต่อสู้ก็รุนแรงมากจนทำให้กองกำลังของไทยต้องต่อสู้ระยะประชิด”

สุดท้ายฝ่ายไทยได้รับชัยชนะในครั้งนั้น

กรมผสมที่ 21 ต่อมาจะกลายมาเป็นต้นกำเนิดของกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ ที่มีที่ตั้งอยู่ในค่ายนวมินทราชินี จ.ชลบุรี ซึ่งมีนายทหารที่เกี่ยวข้องกับการรัฐประหารในการเมืองไทยหลายครั้ง และมีชื่อเรียกว่า ‘บูรพาพยัคฆ์’ ที่คาดว่าก็มีความเกี่ยวข้องกับฉายา ‘พยัคฆ์น้อย’ ในสงครามเกาหลีด้วยเช่นกัน

สุรชาติ บำรุงสุข นักวิชาการด้านความมั่นคง ศาสตราจารย์กิตติคุณจากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถกเถียงในบทความที่เผยแพร่ผ่าน THE STANDARD ว่า กองพัน ‘พยัคฆ์น้อย’ คือ “ตัวแทนความกล้าหาญของทหารไทย ที่ได้แสดงให้เห็นในเวทีสงครามระหว่างประเทศ” หากแต่บูรพาพยัคฆ์ในปัจจุบัน มิใช่เช่นนั้น แต่กลับแสดงบทบาท ‘ทหารการเมือง’ ดังที่ได้เห็นในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา

สงครามไม่เคยจบ

อันที่จริง สงครามเกาหลีไม่เคยสิ้นสุด

การสู้รบเริ่มต้นขึ้นเมื่อกองทัพเกาหลีเหนือเคลื่อนกำลังบุกเกาหลีใต้เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 1950 และจบลงด้วยการลงนามความตกลงการสงบศึกเกาหลี (Korean Armistice Agreement) เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 1953

ตลอด 3 ปีของการสู้รบ คาบสมุทรเกาหลีต้องเผชิญกับความเสียมหาศาล หนังสือพิมพ์ The New York Times อ้างข้อมูลจากนักประวัติศาสตร์ ชี้ว่า ผู้เสียชีวิตคร่าวๆ มีอยู่ราว 3-4 ล้านคน และ 70% ที่เสียชีวิต อาจจะเป็นพลเรือน ที่เสียหายอย่างหนักคือฝั่งของเกาหลีเหนือ ที่ต้องเผชิญกับการทิ้งระเบิดของสหรัฐฯ

แต่ในทางเทคนิคแล้ว สงครามเกาหลีก็ยังไม่เคยยุติ เพราะมีเพียงการลงนามความตกลงการสงบศึกเท่านั้น หากแต่ไม่มีสนธิสัญญาสันติภาพอย่างเป็นทางการ

เราจึงยังคงได้เห็นความตึงเครียดทางทหารระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ ที่ยังดำเนินมาจนถึงทุกวันนี้

“คงจะดีถ้าได้เห็นการรวมชาติของเกาหลี พวกเขาจะทรงอิทธิพลมากในฐานะหนึ่งประเทศ ด้วยทรัพยากรที่พวกเขามี” พล.ท.เฉลิมชัย หิรัญอาจ ทหารผ่านศึกสงครามเกาหลี เคยกล่าวกับ Bangkok Post

ภายหลังจากสงครามเกาหลี คาบสมุทรเกาหลีไม่เคยรวมเป็นหนึ่งได้อีกเลย และถูกแบ่งเหนือ-ใต้โดยเส้นแบ่งเขตทหาร (Military Demarcation Line) ตามความตกลงการหยุดยิง

ข้อมูลที่น่าสนใจคือ ช่วงหลังจากนั้น ในทศวรรษ 1960 ประชาชนชาวเกาหลีเหนือมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเกาหลีใต้ GDP ต่อหัวในเกาหลีเหนือสูงกว่าเกาหลีใต้ถึง 30-50% แต่หลังจากนั้นมาก็กลับตาลปัตร เกาหลีใต้พัฒนาอย่างฉุดไม่อยู่ จนกลายมาเป็น 1 ใน 4 เสือแห่งเอเชีย เฉกเช่นในปัจจุบัน

อ้างอิงจาก

unc.mil

koreajoongangdaily.joins.com

nytimes.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...