โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

PTT ยีลด์ปันผล 7.3% ปิดดีลพันธมิตร ปี 69

หุ้นวิชั่น

อัพเดต 24 พ.ย. 2568 เวลา 16.21 น. • เผยแพร่ 24 พ.ย. 2568 เวลา 10.30 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้น

“PTT จ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ในอัตรา 0.90 บาทต่อหุ้น (คิดเป็น Dividend Yield สูงถึง 7.3%) ตอกย้ำในฐานะหุ้นยั่งยืนและปันผลสม่ำเสมอ นักวิเคราะห์ชี้โครงการ Genesis เดินหน้าตามแผน โดย PTT กำลังเจรจาหาพันธมิตรเชิงกลยุทธ์รายใหม่ให้กับบริษัทย่อยในSET คาดว่าจะได้ข้อสรุปในปี 2569

หุ้นวิชั่น – PTT ผลงาน 9 เดือนของปี 2025 รักษาความแข็งแกร่งทางการเงินด้วยสภาพคล่องกว่า 4 แสนล้านบาท เดินหน้ากลยุทธ์ปรับโครงสร้างธุรกิจ Non-Hydrocarbon ดึงเงินสดกลับจากการปรับพอร์ต EV และรุกหนักธุรกิจยาในสหรัฐฯ พร้อมจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลอีก 0.90 บาทต่อหุ้น

นายอาภากร ชุ่มทอง ผู้จัดการฝ่ายผู้ลงทุนสัมพันธ์ และ นางสาวจิตรเรขา พึ่งพักตร์ ผู้จัดการส่วนผู้ลงทุนสัมพันธ์ บมจ. ปตท. (PTT) ได้ร่วมกันแถลงผลการดำเนินงานและทิศทางธุรกิจ โดยมีสาระสำคัญดังนี้

ผลดำเนินงาน 9 เดือนปี 2025 โดย PTT มีกำไรสุทธิ (Net Income) อยู่ที่ 64,632 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักจากผลขาดทุนสต๊อกน้ำมัน (Stock Loss) ในช่วงต้นปีและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีและการกลั่นที่ลดลง อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถสร้างกำไรจากการดำเนินงานก่อนค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ได้สูงถึง 260,000 ล้านบาท

จุดเด่นสำคัญคือ ความสำเร็จจากโครงการเพิ่มประสิทธิภาพ (Profit Enhancement) ต่างๆ อาทิ โครงการ Mission X, P1, D1 และการบริหารจัดการสินทรัพย์ (Asset Monetization) ซึ่งช่วยสร้างกำไรส่วนเพิ่มได้กว่า 15,000 ล้านบาท และรับรู้เงินสดส่วนเพิ่มอีก 15,000 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทมีสถานะการเงินที่แข็งแกร่งด้วยเงินสดในมือกว่า 413,718 ล้านบาท

ไฮไลท์กลยุทธ์(Strategic Moves)

  • กลุ่มธุรกิจไฮโดรคาร์บอน (Hydrocarbon):

  • PTTEP: ขยายการลงทุนต่อเนื่อง ทั้งการเข้าซื้อสัดส่วนเพิ่มในโครงการสินภูฮ่อม, แปลง A18 (MTJDA) และโครงการ Touat ในแอลจีเรีย

  • LNG: มุ่งเป้าขยาย Portfolio สู่ 10 ล้านตันต่อปี (MTPA) ในปี 2030 ล่าสุดลงนามสัญญาระยะยาวแล้ว 1.6 MTPA เพื่อความมั่นคงทางพลังงาน

  • กลุ่มธุรกิจ Non-Hydrocarbon:

  • ธุรกิจ EV (Smart Exit): ปตท. ดำเนินการปรับโครงสร้างธุรกิจ EV ตามแผน โดยลดสัดส่วนและจำหน่ายเงินลงทุนใน Horizon+, CATL และ Neo Mobility Asia ทำให้ได้รับเงินสดกลับคืนมาราว 12,000 ล้านบาท เพื่อนำไปลงทุนในธุรกิจที่ ปตท. มีความเชี่ยวชาญและมีศักยภาพทำกำไรสูงกว่า

  • ธุรกิจ Life Science: สนับสนุน บริษัท โลตัส (Lotus Pharmaceutical) ปรับโครงสร้างเพื่อความคล่องตัว และอนุมัติการเข้าซื้อหุ้นบริษัท Alvogen US เพื่อเปิดประตูสู่ตลาดยาสหรัฐอเมริกาอย่างเต็มตัว

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2025 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ปตท. มี EBITDA เพิ่มขึ้นจากการบันทึกกำไรสต๊อกน้ำมัน และผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของกลุ่มโรงแยกก๊าซฯ จากต้นทุนก๊าซ (Pool Price) ที่ลดลง 7% แม้ปริมาณขายก๊าซจะชะลอตัวลงบ้างจากการนำเข้าไฟฟ้าพลังน้ำของประเทศเพื่อนบ้าน

แนวโน้มปี 2026 (Outlook):

  • เศรษฐกิจ: คาดการณ์ GDP โลกโต 3.1% และไทยโต 1.6% โดยมีความท้าทายจากสงครามการค้าและการชะลอตัวของภาคการส่งออก
  • ราคาน้ำมันดิบดูไบ: คาดว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 60-70 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
  • ราคาก๊าซ: Spot LNG มีแนวโน้มปรับตัวลดลง เฉลี่ยอยู่ที่ 9-11 เหรียญสหรัฐฯ ต่อล้านบีทียู ซึ่งเป็นผลดีต่อต้นทุนพลังงานของไทย
  • ปิโตรเคมี: ยังคงเผชิญแรงกดดันจากกำลังการผลิตใหม่ (Supply) ที่เข้ามาในตลาด แต่คาดว่าอัตราการใช้กำลังการผลิตจะดีขึ้นจากการปิดซ่อมบำรุงที่ลดลง

ความยั่งยืนและการดูแลผู้ถือหุ้น

PTT ยังคงมุ่งมั่นสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 โดยมีความคืบหน้าสำคัญในโครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) ที่แหล่งอาทิตย์ ซึ่งตัดสินใจลงทุน (FID) แล้ว และการศึกษา CCS Hub ในภาคตะวันออก

อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญในไตรมาสนี้คือ ความคืบหน้าตามแผนมุ่งสู่ Net Zero 2050 โดย ปตท. ได้เร่งเครื่องโครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture and Storage: CCS) เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้:

  • ไฟเขียวลงทุนโครงการต้นแบบ (Arthit CCS Pilot Project): ปตท. ได้อนุมัติการตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (Final Investment Decision: FID) ในโครงการ CCS ที่แหล่งก๊าซธรรมชาติอาทิตย์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีศักยภาพในการกักเก็บคาร์บอนได้ 1 ล้านตันต่อปี (MTPA) และมีกำหนดเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (COD) ในปี 2028
  • ปูพรมสู่ CCS Hub ภาคตะวันออก: ผลการศึกษาโครงการ Eastern Thailand CCS Hub ดำเนินการเสร็จสมบูรณ์แล้ว โดยวางเป้าหมายขยายกำลังการกักเก็บให้ถึงระดับ 5 ล้านตันต่อปีขึ้นไป ภายในปี 2034 เพื่อรองรับอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC
  • ผ่านความเห็นชอบจากภาครัฐ: การดำเนินการสำรวจทางธรณีวิทยา (Seismic Survey) ได้รับการอนุมัติจากคณะอนุกรรมการ CCUS และคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (NCCC) แล้ว สะท้อนความพร้อมในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีนี้ให้เกิดขึ้นจริงในประเทศไทย

ชูยีลด์ปันผล 7.3%

ในด้านผลตอบแทนผู้ถือหุ้น ปตท. ได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับงวดครึ่งปีแรก 2025 ไปแล้วในอัตรา 0.9 บาทต่อหุ้น (คิดเป็น Dividend Yield สูงถึง 7.3%) และมีการออกหุ้นกู้เพื่อบริหารต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ ตอกย้ำความเชื่อมั่นในฐานะหุ้นยั่งยืนและมีการจ่ายปันผลสม่ำเสมอ

ส่องมุมมองโบรกฯ หุ้น PTT: เดินหน้าแผน "Genesis" ปรับโครงสร้างธุรกิจ-เร่ง Asset Monetization ดันปันผลสูงเฉียด 7% แม้กำไรยังถูกกดดันจากปิโตรเคมี

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์จาก 3 ค่ายดัง (KGI, LH Securities, Krungsri) ประเมินทิศทางหุ้น PTT หลังการประชุมนักวิเคราะห์งวด 3Q68 โดยมีมุมมองที่สอดคล้องกันในเรื่องความคืบหน้าของการปรับโครงสร้างธุรกิจและการจ่ายเงินปันผลที่จูงใจ แต่อาจต้องระมัดระวังเรื่องความผันผวนของราคาพลังงานและความชัดเจนของนโยบายรัฐ

  • ความคืบหน้าโครงการ "Genesis" และการดึงเงินสด (Asset Monetization)

ประเด็นหลักที่ตลาดให้ความสนใจคือแผนการปรับโครงสร้างธุรกิจ โดยเฉพาะโครงการ Genesis ที่มุ่งเน้นหากลยุทธ์ใหม่ให้กับกลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมี (P&R)

  • KGI Securities ระบุว่า โครงการ Genesis เดินหน้าตามแผน โดย PTT กำลังเจรจาหาพันธมิตรเชิงกลยุทธ์รายใหม่ให้กับบริษัทย่อยใน SET ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปในปี 2569 (2026F) โดยย้ำว่าจะต้องมีการประเมินราคาอย่างยุติธรรมและโปร่งใส เป้าหมายคือการลดสัดส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA (Net Debt/EBITDA) ของบริษัทย่อยให้ลงมาอยู่ที่ระดับเหมาะสมประมาณ 4.0x-5.0x

  • LH Securities มองว่าการปรับโครงสร้างจะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน โดย PTT จะยังคงถือหุ้นใหญ่และมีอำนาจควบคุม นอกจากนี้ แผนการทำ Asset Monetization (การแปลงสินทรัพย์เป็นทุน) ของบริษัทย่อยอย่าง PTTGC และ TOP นั้นเป็นเพียงเฟสแรก และคาดว่าจะมีสินทรัพย์อื่นๆ ตามมาอีก

  • Krungsri Securities มองบวกเล็กน้อย (Slightly positive) ต่อประเด็นนี้ โดยระบุว่าบริษัทตั้งเป้าทำ Asset Monetization เพื่อสร้างกระแสเงินสดราว 1 แสนล้านบาท (9 เดือนแรกปี 68 ทำไปแล้ว 1.5 หมื่นล้านบาท) ซึ่งจะช่วยให้สถานะทางการเงินดีขึ้นและมีอำนาจต่อรองในการหาพันธมิตรมากขึ้น

  • แนวโน้มปี 2569: ก๊าซฟื้นตัว แต่ปิโตรเคมียังเหนื่อย

สำหรับทิศทางในปีหน้าและปีถัดไป นักวิเคราะห์มองเห็นทั้งโอกาสและความท้าทาย:

  • ธุรกิจก๊าซฯ มีแนวโน้มดีขึ้น: Krungsri มองว่าธุรกิจก๊าซธรรมชาติจะฟื้นตัวในปี 2569 จากต้นทุนก๊าซ LNG ที่ลดลง เนื่องจากซัพพลายจากสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น

  • ความท้าทายจากราคาน้ำมันและปิโตรเคมี: LH Securities เตือนว่าปีหน้ายังท้าทายจากราคาน้ำมันดิบและส่วนต่างราคา (Spread) ปิโตรเคมีที่มีแนวโน้มลดลง แต่ค่าการกลั่นคาดว่าจะแข็งแกร่งที่สุด ทาง Krungsri ได้ปรับลดประมาณการกำไรปี 2568-2570 ลง เพื่อสะท้อนธุรกิจปิโตรเคมีและก๊าซฯ ที่อ่อนแอกว่าคาดการณ์เดิม

  • นโยบายภาครัฐ: ยังต้องรอความชัดเจนเรื่องการปรับโครงสร้างราคาก๊าซฯ (Single Pool) ซึ่งปัจจุบันส่งผลกระทบต่อต้นทุนโรงแยกก๊าซ

  • จุดเด่นอยู่ที่ "เงินปันผล" (Dividend Yield)

แม้แนวโน้มกำไรอาจมีความผันผวน แต่นักวิเคราะห์ทุกค่ายต่างยกให้ PTT เป็นหุ้นปันผลเด่น:

  • KGI: คาดการณ์ผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) สูงถึง 6.9% ในปี 2568F-2569F
  • LH Securities: คาดการณ์เงินปันผลสูง 6.9% เช่นกัน และมองว่ากำไรของ PTT มีเสถียรภาพสูง
  • Krungsri: คาดการณ์ Yield ราว 6.6-6.9% แนะนำสามารถถือรับปันผลได้ระหว่างรอความชัดเจนเรื่องโครงสร้างราคาก๊าซ

PTTมุมมองนักวิเคราะห์ (Consensus)

บริษัทหลักทรัพย์ คำแนะนำ ราคาเป้าหมาย (บาท) มุมมองสำคัญ LH Securities ซื้อ (BUY) 34.00 มองการปรับโครงสร้างคืบหน้าตามแผน จ่ายปันผลสูง และกำไรมีเสถียรภาพ KGI Securities ถือ (Neutral) 35.00 (ปี 69) รอความชัดเจนโครงการ Genesis ในปี 2569 เน้นรับปันผล 6.9% Krungsri ถือ (Neutral) 32.50 (ปี 69) ปรับลดประมาณการกำไรลง สถานะการเงินดีขึ้นจากการขายสินทรัพย์ แต่รอจุดเปลี่ยนเรื่องราคาก๊าซ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...