โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“โจรสลัดเกาะตะรุเตา” เมื่อ 80 ปีก่อน จากผู้คุมสู่ผู้ร้าย สุดท้ายจบอย่างไร?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 24 พ.ย. 2568 เวลา 08.12 น. • เผยแพร่ 24 พ.ย. 2568 เวลา 08.12 น.
ตึกขังนักโทษ 3 ชั้นของเรือนจำกองมหันตโทษ ที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 (ภาพจากศรัญญู เทพสงเคราะห์)

“โจรสลัดเกาะตะรุเตา” เมื่อ 80 ปีก่อน จากผู้คุมสู่ผู้ร้าย สุดท้ายจบอย่างไร?

งานราชทัณฑ์ในไทยมีพัฒนาการเป็นระยะ เริ่มตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ที่มีการปฏิรูปอย่างจริงจัง เปลี่ยนการลงโทษแบบยุคจารีตให้เป็นแบบสมัยใหม่ มีการจัดตั้งกรมกองอย่างเป็นระบบ มีต้นแบบจากประเทศตะวันตกและประเทศอาณานิคมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

หนึ่งในการปฏิรูปงานราชทัณฑ์ให้ทันสมัย คือ การจัดตั้ง “ทัณฑนิคม” ที่มีจุดมุ่งหมายนำแรงงานนักโทษไปสร้างประโยชน์แก่รัฐ ด้วยการบุกเบิกพื้นที่รกร้างว่างเปล่าหรือพื้นที่ห่างไกล เพื่อทำกิจการป่าไม้ การเกษตร หรือประมง

อย่างไรก็ตาม เมื่อปฏิบัติงานจริงกลับเกิดปัญหาขึ้นมากมาย อย่างเรื่อง “โจรสลัดเกาะตะรุเตา” ที่เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 80 ปีก่อน

ย้อนไปหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ซึ่งเป็นยุครัฐบาลคณะราษฎร มีการดำเนินการทัณฑนิคม 3 แห่ง ได้แก่เรือนจำภาคธารโต จังหวัดยะลา เรือนจำภาคคลองไผ่ จังหวัดนครราชสีมา และ นิคมฝึกอาชีพตะรุเตา ตั้งอยู่บนเกาะตะรุเตา จังหวัดสตูล

ทั้ง 3 แห่งตั้งอยู่ท่ามกลางพื้นที่ป่าเขาหรือเกาะห่างไกลชุมชนเมือง เพราะต้องการใช้ธรรมชาติเป็นกำแพงป้องกันนักโทษในทัณฑนิคมติดต่อกับโลกภายนอก หรือหากนักโทษหลบหนีออกไปได้ โดยเฉพาะจากเรือนจำภาคธารโตและนิคมฝึกอาชีพตะรุเตา อังกฤษก็จะจับกุมและส่งนักโทษกลับมาให้ เพราะทัณฑนิคมทั้งสองอยู่ใกล้พรมแดนอาณานิคมมลายาของอังกฤษ

ขณะที่เรือนจำทั่วไปออกแบบให้มีพื้นที่รั้วรอบขอบชิด มีอาคารทำการและอาคารคุมขังที่แข็งแรง ฯลฯ ทัณฑนิคมกลับแตกต่างออกไป เน้นการออกแบบที่เรียบง่ายและประหยัด คือ มีกำแพง มีเรือนจำไม้หรือสังกะสีสร้างล้อมรอบกองบัญชาการเรือนจำ มีบ้านพักผู้บัญชาการเรือนจำและเจ้าพนักงาน เรือนขังนักโทษ โรงพยาบาล โรงครัว ฯลฯ

อาณาบริเวณของทัณฑนิคมแต่ละแห่งนั้นกว้างขวาง อย่างนิคมฝึกอาชีพตะรุเตา ที่แบ่งเป็นหน่วยงาน 3 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่บนเกาะเกือบ 2,000 ไร่

แห่งแรกคือ “หน่วยตะโล๊ะอุดัง” ตั้งอยู่ชายฝั่งทะเลทางทิศใต้ของเกาะ มีสภาพภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่มและเนินราว 1,000 ไร่ เป็นที่ตั้งกองบัญชาการ บ้านพักเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล และพื้นที่เพาะปลูก ถัดมาคือ “หน่วยตะโล๊ะวาว” ทางชายฝั่งทะเลทิศตะวันออก ห่างจากหน่วยแรกราว 11.5 กิโลเมตร เนื้อที่ราว 500 ไร่ ใช้เป็นพื้นที่เพาะปลูก สุดท้ายคือ “หน่วยตะโล๊ะโต๊ะโป๊ะ” ทางชายฝั่งทะเลทิศตะวันตก ห่างจากหน่วยแรกราว 30 กิโลเมตร ใช้เป็นพื้นที่เพาะปลูกและทำการประมง

นักโทษในนิคมฝึกอาชีพตะรุเตาเป็นนักโทษกักกันทั้งชายหญิงจากทั่วประเทศ นำมาอาศัยที่นี่เพื่อฝึกอบรมให้มีทักษะการประกอบอาชีพ เช่น เพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ ประมง เผาถ่าน ทำป่าไม้ เมื่อได้ผลผลิตแล้วเจ้าหน้าที่ก็จะส่งขายในจังหวัดต่างๆ บริเวณชายฝั่งทะเลอันดามัน และอาณานิคมมลายู ได้แก่ รัฐเคดาห์ รัฐปะลิส และเกาะปีนัง

โจรสลัดเกาะตะรุเตา

ระยะเริ่มต้น นักโทษในทัณฑนิคมตะรุเตาประกอบอาชีพด้านการเกษตร แต่ด้วยลักษณะของพื้นที่ที่ไม่เอื้อต่อการเกษตรทำให้งานล้มเหลว จึงต้องหันมาทำการประมง

ช่วงแรกเป็นการตีอวนจับปลาตามชายฝั่งริมอ่าวต่างๆ เพื่อหาปลามาเลี้ยงดูเจ้าหน้าที่และนักโทษบนเกาะ ต่อมา เมื่อ ขุนอภิพัฒน์สุรทัณฑ์ (เนื่อง มาศะวิสุทธิ์) เป็นผู้อำนวยการทัณฑนิคม จึงเริ่มทำประมงอย่างเต็มรูปแบบ มีการทำโป๊ะเรือน้ำลึก ต่อเรือลากอวนหลายลำ ซึ่งก็ประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ

แม้จะมีพื้นที่กว้างขวาง แต่การถูกคุมขังอย่างไรเสียก็ไร้ซึ่งอิสรภาพอยู่ดี ประกอบกับการต้องใช้แรงงานอย่างหนักและเผชิญโรคภัยไข้เจ็บ นักโทษจึงหาทางหลบหนีกันเรื่อยๆ

ขณะเดียวกัน ส่วนกลางก็ขาดความเข้มงวดในการตรวจสอบการทำงานภายในนิคมฝึกอาชีพตะรุเตา วินัยของเจ้าหน้าที่และนักโทษก็หย่อนยาน กลายเป็นส่งเสริมให้นักโทษทำผิดมากขึ้น

ซ้ำร้ายกว่านั้น ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ไทยประสบปัญหาขาดแคลนเครื่องอุปโภคบริโภค สินค้ามีราคาแพง รัฐบาลตัดงบประมาณของหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งกรมราชทัณฑ์ ส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการเรือนจำและทัณฑนิคมทั่วประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ผู้อำนวยการ ผู้คุมบางราย และนักโทษบางส่วนในนิคมฝึกอาชีพตะรุเตา จึงกลายเป็น “โจรสลัดเกาะตะรุเตา” เสียเลย

ปัญหาโจรสลัดอาละวาดเกิดขึ้นระหว่าง พ.ศ. 2487-2489 สร้างความเดือดร้อนไปทั่ว เพราะโจรสลัดออกปล้นเรือสินค้าในทะเลอันดามัน กระทั่งกองทัพเรืออังกฤษต้องขออนุญาตรัฐบาลไทย นำทหารจำนวน 300 นาย ยกพลขึ้นเกาะตะรุเตาเพื่อปราบโจรสลัด

คราวนั้น มีการจับกุมผู้อำนวยการและเจ้าหน้าที่ทัณฑนิคมที่เกี่ยวข้องกับโจรสลัดมาดำเนินคดี ศาลพิพากษาให้จำคุกขุนอภิพัฒน์สุรทัณฑ์ 15 ปี เจ้าพนักงานระดับผู้คุมถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต 2 คน จำคุก 5 ปี 1 คน ส่วนเจ้าหน้าที่ระดับพลตำรวจถูกตัดสินประหารชีวิต 2 คน

ปิดตำนานโจรสลัดแห่งเกาะตะรุเตา ที่เปลี่ยนตัวเองจากผู้คุมกฎเป็นผู้แหกกฏ แต่สุดท้ายก็ไม่รอดเงื้อมมือกฎหมาย

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ศรัญญู เทพสงเคราะห์. รัฐราชทัณฑ์ อำนาจลงทัณฑ์ในยุคสมัยใหม่. กรุงเทพฯ: มติชน, 2568.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 24 พฤศจิกายน 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “โจรสลัดเกาะตะรุเตา” เมื่อ 80 ปีก่อน จากผู้คุมสู่ผู้ร้าย สุดท้ายจบอย่างไร?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...