โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจาะลึกครัว LINE MAN สัญจร โมเดลคืนชีพร้านอาหารใน ‘หาดใหญ่’

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 10 ม.ค. เวลา 10.27 น. • เผยแพร่ 11 ม.ค. เวลา 03.10 น.

เหตุการณ์น้ำท่วม “หาดใหญ่” ผ่านไปแล้ว 2 เดือน แต่สภาพเมืองยังฟื้นกลับมาไม่ถึง 100% ร้านรวงเปิดได้ไม่เต็มที่ หลายร้านยังอยู่ในช่วงฟื้นฟูกิจการ ขณะที่บางร้านตัดสินใจปิดกิจการถาวร เพราะไม่มีเงินทุนทำต่อ ทำให้สีสันของหาดใหญ่ในฐานะเมืองเศรษฐกิจสำคัญของภาคใต้ยังไม่สดใสอย่างที่ควรจะเป็น

หลังสถานการณ์คลี่คลาย ภาคเอกชนต่างร่วมแรงร่วมใจสรรหาวิธีการปลุกเศรษฐกิจของเมืองทุกทิศทาง เพื่อให้เมืองเดินหน้าต่อได้ พร้อมสำหรับรับเม็ดเงินสะพัดที่จะเข้ามาจากการเดินทางของนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลต่าง ๆ เช่น ตรุษจีน และสงกรานต์ เป็นต้น

ในฝั่งของ “ไลน์แมน-วงใน” (LINE MAN Wongnai) ใช้ความเชี่ยวชาญในธุรกิจร้านอาหารและฟู้ดดีลิเวอรี่ เข้ามาสนับสนุนผู้ประกอบการในพื้นที่หาดใหญ่ ด้วยการเปิด “ครัวสัญจร” (Cloud Kitchen) ชั่วคราว ณ โรงแรมบุรีศรีภู ตั้งแต่วันที่ 25 ธ.ค. 2568 เป็นต้นมา เพื่อให้ร้านที่พร้อมขาย แต่ยังไม่พร้อมเปิดร้านของตนเองเข้ามาใช้งาน

มอง “หาดใหญ่” หลังวิกฤต

“ทรงพล จังศิริวัฒนธำรง” ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา ฉายภาพหลังสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายว่า สภาพเศรษฐกิจโดยรวมในพื้นที่ “หาดใหญ่” ยังคงฟื้นตัวช้า เนื่องจากผู้ประกอบการขาดเงินทุนในการซ่อมแซมความเสียหาย เพราะหลายร้านท่วมมิดชั้น 1 และบางร้านเพิ่งลงทุนได้ 1-2 ปี ยังไม่คืนทุนจึงตัดสินใจไม่ทำต่อแล้ว

“ปัจจุบันร้านค้ากลับมาเปิดได้น้อยมากเมื่อเทียบกับก่อนน้ำท่วม โดยโรงแรมฟื้นตัวกลับมาได้ประมาณ 30-50% ขณะที่ร้านอาหารกลับมาได้ไม่ถึง 20% ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวกลุ่มหลัก เช่น มาเลเซีย และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ปกติจะเดินทางเข้ามาในหาดใหญ่ช่วงสุดสัปดาห์ หรือเทศกาลต่าง ๆ อยู่แล้ว”

สำหรับความเสียหายจากเหตุการณ์ครั้งนี้ “ทรงพล” ประเมินมูลค่าราว 4 หมื่นล้านบาท คำนวณจากมูลค่าเศรษฐกิจใน จ.สงขลา (Gross Provincial Product : GPP) ที่ 2.5 แสนล้านบาท เป็นสัดส่วนที่เกิดจากหาดใหญ่ประมาณ 45%

“สถานะของหาดใหญ่หลังน้ำท่วมไม่ต่างกับเด็กที่กำลังหัดคลาน ถ้าไม่ทำอะไรเลยเมืองไม่มีทางกลับมาแน่ และเม็ดเงินจะไหลออกไปเรื่อย ๆ ขณะนี้มีหลายไอเดียที่จะทำ นอกจากจัดอีเวนต์เพื่อดึงคนเข้ามาในพื้นที่ และสร้างความเชื่อมั่นกับผู้ประกอบการ เช่น โครงการ Shark Tank หาผู้ร่วมลงทุนสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการปรับโมเดลธุรกิจหลังวิกฤต เป็นต้น”

เสียงสะท้อนผู้ประกอบการ

“เอกรัฐ แซ่ล้อ” เจ้าของร้าน “อ้า” เป็นร้านอาหารเก่าแก่ที่อยู่คู่กับหาดใหญ่มากว่า 40 ปี บอกว่าช่วงวันที่ 21-27 พ.ย. 2568 ระดับน้ำสูงถึง 3.9 เมตร ท่วมเกือบถึงฝ้าเพดานของชั้น 2 ของร้าน ขนย้ายอุปกรณ์และของใช้ในร้านไม่ทันสักชิ้น รวม ๆ แล้วความเสียหายอยู่ที่ 2 ล้านบาท

“เราใช้เวลาทำความสะอาดและซ่อมแซมประมาณ 20 วัน ต้องซื้ออุปกรณ์เครื่องครัว และจานชามชุดใหม่ แค่ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับเครื่องครัวอย่างเดียว รวม ๆ แล้วก็หลายแสนบาท ยังไม่รวมที่ต้องเดินสายไฟ และทาสีใหม่หมด เงินเก็บที่มีอยู่ล้านกว่าบาทนำมาใช้กับการปรับปรุงร้านหมดเลย”

“เอกรัฐ” บอกด้วยว่า ปัจจุบันรายได้ของร้านกลับมาได้เพียง 40-50% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนน้ำท่วม เพราะนักท่องเที่ยวมาเลเซีย อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ ที่เป็นกลุ่มลูกค้าหลักครองสัดส่วนรายได้กว่า 60% ยังไม่กลับมาเท่าเดิม

“ผมกลับมาเปิดร้านวันที่ 22 ธ.ค. 2568 คิดแค่ว่าทำอย่างไรก็ได้ให้กลับมาเปิดร้านได้เร็วที่สุด เพื่อคว้าโอกาสจากลูกค้าที่พร้อมจับจ่ายแล้ว แม้สภาพของเมืองโดยรวมจะยังเงียบเหงา แต่ผมก็พยายามพยุงกิจการทุกทาง รักษาคุณภาพของร้าน และสื่อสารกับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง”

ภารกิจคืนชีพร้านใน “หาดใหญ่”

“ยอด ชินสุภัคกุล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า หาดใหญ่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของภาคใต้ โดยระบบนิเวศร้านอาหารท้องถิ่นในพื้นที่หาดใหญ่ครองสัดส่วนกว่า 15% ช่วงก่อนน้ำท่วม (21 ต.ค.-20 พ.ย. 2568) มีร้านอาหารในระบบของไลน์แมนอยู่ราว 2,800 ร้าน

ขณะที่หลังน้ำท่วม (27 พ.ย. 2568-6 ม.ค. 2569) มีร้านประมาณ 75% ที่ฟื้นกลับมาขายได้อีกครั้ง ยังมีร้านอาหารขนาดเล็กที่ยังไม่สามารถกลับมาขายได้อีกเกือบ 1,000 ร้าน สะท้อนถึงความเปราะบางของระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นที่ต้องได้รับการฟื้นฟูโดยเร็ว

สำหรับไลน์แมน-วงในได้ใช้บทบาทการเป็น “โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล” (Digital Infrastructure) เชื่อมโยงระบบนิเวศร้านอาหาร-คนทำงาน-รายได้ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจเมืองหาดใหญ่หลังวิกฤตน้ำท่วม ผ่าน “ครัว LINE MAN สัญจร” เป็นพื้นที่ทำกินสำเร็จรูปที่พร้อมให้ร้านค้าที่เสียหายเข้าใช้งานได้ทันที รองรับทั้งการขายหน้าร้าน และช่องทางดีลิเวอรี่ โดยไม่ต้องเสียค่าเช่า

“เราตัดสินใจทำเพราะอยากช่วยให้เมืองฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ประกอบกับได้รับฟีดแบ็กจากน้อง ๆ พนักงานในหาดใหญ่ว่าหลังน้ำลดไม่มีอะไรกินเลย เพราะร้านเปิดไม่ได้ หลังลงพื้นที่ในช่วงวันที่ 17-19 ธ.ค. 2568 ที่ผ่านมาก็คิดว่าการทำคลาวด์คิตเช่นที่เรามีโนว์ฮาวอยู่แล้วน่าจะตอบโจทย์ความต้องการของเมืองในขณะนี้”

เจาะรายละเอียด “ครัวสัญจร”

“ยอด” อธิบายว่า การทำครัวสัญจรในเมืองหาดใหญ่ เป็นการออกแบบพื้นที่ในลักษณะของบูทเล็ก ๆ เน้นให้เกิดการใช้สอยพื้นที่ได้มากที่สุด แต่ละร้านมีขนาดพื้นที่ 3×3 เมตร มีเครื่องครัว ของใช้พื้นฐาน และเครื่อง Wongnai POS สำหรับรับออร์เดอร์ รวมถึงมีตู้แช่ส่วนกลางให้แต่ละร้านใช้ร่วมกัน

ปัจจุบันมีร้านที่เข้าร่วมโครงการแล้ว 15 ร้าน ทั้งร้านที่ขายบนไลน์แมนอยู่แล้ว และร้านที่ไม่เคยขายกับไลน์แมนมาก่อน เช่น ร้านตะแคงชาม เตี๋ยวต้มยำโบราณ, ร้านข้าวมันไก่ใจฟู, ร้าน White Blue Coffee และร้าน Hatyai Salmon เป็นต้น

สำหรับการขายผ่านช่องทางดีลิเวอรี่จะมีแบนเนอร์โครงการอยู่บนหน้าแอปไลน์แมนปรากฏให้เห็นเมื่อผู้ใช้อยู่ในพื้นที่หาดใหญ่ ซึ่งแพลตฟอร์มมีการมอบส่วนลดให้ผู้ใช้เมื่อใส่โค้ดตามที่กำหนด เพื่อกระตุ้นยอดขายให้ร้านค้าอีกทาง

“เบื้องต้นเราวางแผนเปิดให้บริการ 3 เดือน หากได้รับการตอบรับที่ดี และช่วยให้ผู้ประกอบการตั้งตัวได้ ก็พร้อมที่จะขยายเวลาต่อ หรือปรับพื้นที่เพื่อเพิ่มจำนวนร้าน เป้าหมายของโครงการนี้ไม่ได้หวังกำไรตั้งแต่ต้น อยู่ในจุดที่เสมอตัวได้ก็พอใจแล้ว”

ลดค่า GP-สนับสนุนเงินกู้

นอกจากโครงการครัวสัญจร “ไลน์แมน-วงใน” ยังมีมาตรการอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการในพื้นที่ เช่น มอบส่วนลดค่า GP พิเศษสำหรับร้านค้ากลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือหลักร้อยร้าน รวมถึงลดค่าเครื่อง Wongnai POS 50% และพักชำระหนี้-ค่าบริการรายเดือน เพื่อเสริมสภาพคล่องให้ร้านค้า

ทั้งยังมีแผนเปิดตัวโครงการสนับสนุนแหล่งเงินกู้สำหรับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบประมาณ 50-100 ร้าน ร่วมกับพาร์ตเนอร์ที่เชี่ยวชาญเรื่องการปล่อยสินเชื่อ (Soft Loan) เช่น LINE BK โดยใช้ดาต้าหลังบ้าน และยอดขายบนไลน์แมนมาประกอบการพิจารณา

ในฝั่งผู้บริโภคมีการมอบคูปองส่วนลดพิเศษสนับสนุนการสั่งซื้อในพื้นที่หาดใหญ่ เพื่อดึงยอดขายกลับเข้าสู่ร้านค้า และเพิ่มงานให้กับไรเดอร์ โดยเตรียมเปิดตัว “เมนูอิ่มคุ้ม” สั่งได้ผ่านครัว LINE MAN สัญจร เพื่อเป็นทางเลือกในการลดค่าครองชีพให้ชาวหาดใหญ่ช่วงที่กำลังฟื้นฟูเมือง

“มาตรการทั้งหมดที่เราทำ ตั้งใจที่จะช่วยให้ร้านค้าในหาดใหญ่อีกราว 300-500 ร้าน ฟื้นฟูกิจการให้ได้ก่อนเทศกาลตรุษจีน เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับเม็ดเงินสะพัดที่จะไหลเข้ามา ทำให้เศรษฐกิจของเมืองฟื้นตัวและกลับมาเป็นเมืองที่มีความคึกคักอีกครั้ง”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เจาะลึกครัว LINE MAN สัญจร โมเดลคืนชีพร้านอาหารใน ‘หาดใหญ่’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...