โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“วุฒิสภาสหรัฐ” ผ่านขั้นแรก “ดีลยุติชัตดาวน์” รัฐบาลเตรียมกลับมาเปิดทำการถึงสิ้น ม.ค.2569

การเงินธนาคาร

อัพเดต 10 พ.ย. 2568 เวลา 11.10 น. • เผยแพร่ 10 พ.ย. 2568 เวลา 04.10 น.

"วุฒิสภาสหรัฐ" เห็นชอบร่างข้อตกลงเบื้องต้นยุติการปิดหน่วยงานรัฐบาลกลาง เปิดทางรัฐบาลกลับมาดำเนินงานได้ถึงสิ้นเดือนมกราคม 2569 แม้ไม่ขยายสิทธิประโยชน์ภาษีภายใต้กฎหมายประกันสุขภาพ

วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.56 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า วุฒิสภาสหรัฐมีมติผ่านขั้นตอนแรกของร่างข้อตกลงเพื่อยุติการปิดหน่วยงานรัฐบาลกลาง (government shutdown) ซึ่งเริ่มต้นมาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม โดยการลงมติในคืนวันอาทิตย์ (10 พ.ย. 2568 ตามเวลาประเทศไทย) ผ่านไปด้วยคะแนนขั้นต่ำที่ต้องใช้ 60 เสียง หลังมีสมาชิกพรรคเดโมแครต 8 คนโหวตสนับสนุนร่วมกับพรรครีพับลิกัน

การลงมติในครั้งนี้ใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง เนื่องจากต้องรอเสียงสุดท้ายจาก ส.ว.จอห์น คอร์นิน พรรครีพับลิกันจากรัฐเทกซัส ที่บินด่วนมาจากต่างรัฐเพื่อร่วมลงคะแนนเสียงเห็นชอบในวินาทีสุดท้าย เมื่อเวลาประมาณ 22.50 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ท่ามกลางเสียงปรบมือจากวุฒิสมาชิกในห้องประชุม

ข้อตกลงดังกล่าว ซึ่งเกิดจากการเจรจาอย่างต่อเนื่องตลอดสุดสัปดาห์ จะจัดสรรงบประมาณให้รัฐบาลกลางสามารถดำเนินงานได้จนถึงสิ้นเดือนมกราคมปีหน้า แม้จะไม่รวมข้อเรียกร้องหลักของพรรคเดโมแครตในการขยายสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับประกันสุขภาพ (Affordable Care Act tax credits) ที่จะหมดอายุในเดือนธันวาคม แต่พรรครีพับลิกันได้ให้คำมั่นรับรองเป็นครั้งแรกว่าจะเปิดให้ลงมติร่างกฎหมายดังกล่าวในเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคเดโมแครตเรียกร้องมาตลอด

ร่างข้อตกลงยังต้องผ่านการอนุมัติจากสภาผู้แทนราษฎร และลงนามโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จึงจะมีผลบังคับใช้และยุติภาวะชัตดาวน์ได้อย่างเป็นทางการ

สาระสำคัญของข้อตกลง ได้แก่

  • การยกเลิกคำสั่งเลิกจ้างพนักงานรัฐถาวรทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างชัตดาวน์
  • การคุ้มครองพนักงานไม่ให้ถูกลดจำนวนจนถึงสิ้นปีงบประมาณ 2569
  • การรับประกันว่าพนักงานของรัฐบาลกลางจะได้รับค่าจ้างตามปกติ แม้ในช่วงที่ไม่สามารถปฏิบัติงานได้
  • การกำหนดกระบวนการจัดทำงบประมาณแบบสองพรรค (bipartisan budget process) เพื่อป้องกันไม่ให้ทำเนียบขาวใช้งบประมาณชั่วคราว (continuing resolution) ซ้ำซ้อน

นอกจากนี้ร่างข้อตกลงยังจัดสรรงบประมาณให้กับโครงการช่วยเหลืออาหาร (SNAP) ซึ่งช่วยเหลือชาวอเมริกันกว่า 42 ล้านคนจนถึงเดือนกันยายนปีหน้า หลังรัฐบาลทรัมป์ประกาศเมื่อสัปดาห์ก่อนว่าจะไม่จ่ายเงินสวัสดิการอาหารในเดือนพฤศจิกายนเนื่องจากการชัตดาวน์ และเพิ่งได้รับคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวจากศาลสูงสุดให้สามารถระงับคำสั่งศาลล่างที่บังคับให้จ่ายเงินเต็มจำนวน

ในระหว่างการลงมติ คะแนนค้างอยู่ที่ 56 ต่อ 40 กว่า 25 นาที ก่อนที่วุฒิสมาชิกรีพับลิกันอีกสามคน ได้แก่ ริก สก็อตต์ (ฟลอริดา), รอน จอห์นสัน (วิสคอนซิน) และไมค์ ลี (ยูทาห์) จะกลับมาลงคะแนนเห็นชอบ หลังหารือกับผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภา จอห์น ธูน มีเพียงหนึ่งเสียงจาก แรนด์ พอล ที่โหวตไม่เห็นด้วย

ธูนกล่าวก่อนการลงคะแนนว่า “หลังจาก 40 วันอันยาวนาน ผมหวังว่าเราจะสามารถยุติการชัตดาวน์ได้เสียที” โดยก่อนหน้านี้ความพยายามของเขาในการผลักดันร่างงบประมาณชั่วคราวล้มเหลวถึง 14 ครั้ง

การเจรจาข้อตกลงครั้งนี้ดำเนินการระหว่างทำเนียบขาวกับธูน และวุฒิสมาชิก 3 คนจากฝั่งเดโมแครต ได้แก่ จีน ชาฮีน และแม็กกี้ ฮัสซัน จากรัฐนิวแฮมป์เชียร์ และแองกัส คิง จากรัฐเมน ซึ่งเป็นอิสระแต่ร่วมกลุ่มกับเดโมแครต

ขณะที่วุฒิสมาชิกเดโมแครตระดับอาวุโสบางคน เช่น ชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภา ปฏิเสธไม่ลงคะแนนให้ โดยระบุว่าข้อตกลงนี้ล้มเหลวที่จะต่ออายุสิทธิประโยชน์ภาษีของกฎหมาย ACA ซึ่งจะส่งผลให้ชาวอเมริกันหลายล้านคนต้องแบกรับค่าเบี้ยประกันสุขภาพสูงขึ้นในปี 2569

“นี่คือวิกฤตด้านสาธารณสุขที่รุนแรงและเร่งด่วนเกินกว่าที่ผมจะยอมรับร่างนี้ได้” ชูเมอร์กล่าวบนเวทีวุฒิสภา

ด้านทิม เคน ส.ว.จากรัฐเวอร์จิเนีย ที่ลงมติสนับสนุน กล่าวว่า “ผมยืนยันมาตลอดว่าการจะได้เสียงสนับสนุนจากผม เราต้องเห็นเส้นทางที่นำไปสู่การแก้ปัญหาความวุ่นวายด้านประกันสุขภาพของพรรครีพับลิกัน และคุ้มครองแรงงานภาครัฐ” พร้อมระบุว่า ข้อตกลงนี้รับประกันว่าจะมีการลงมติขยายเครดิตภาษีของ ACA ซึ่งก่อนหน้านี้รีพับลิกันไม่ยอมให้ทำได้

ผลสำรวจล่าสุดชี้ว่าชาวอเมริกันส่วนใหญ่สนับสนุนการขยายสิทธิประโยชน์ด้านภาษีของกฎหมายประกันสุขภาพ ACA ซึ่งเริ่มใช้ครั้งแรกในช่วงการระบาดของโควิด-19

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...