โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ลูกช้างป่า "ข้าวต้ม" สู้ชีวิต! ทีมสัตวแพทย์เร่งรักษาติดเชื้อไวรัสเฮอร์ปีส์

สวพ.FM91

อัพเดต 08 พ.ย. 2568 เวลา 04.45 น. • เผยแพร่ 08 พ.ย. 2568 เวลา 04.45 น.

ทีมสัตวแพทย์และผู้เชี่ยวชาญจากหลายหน่วยงานร่วมกันเฝ้าระวังและดูแลลูกช้างป่าเพศเมียชื่อ "ข้าวต้ม" อายุเพียง 1 เดือน 16 วัน อย่างใกล้ชิด หลังพบติดเชื้อไวรัสเฮอร์ปีส์ในช้างชนิดที่ 4 (EEHV Type 4) ที่ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินอาหาร

8 พฤศจิกายน 2568 - สัตวแพทย์หญิงณฐนน ปานเพ็ชร นายสัตวแพทย์ชำนาญการ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวากและศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก พร้อมด้วย นายสัตวแพทย์ปุญญพัฒน์ สาระแขวีระกุลนายสัตวแพทย์ปฏิบัติการ ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 (นครราชสีมา) รายงานสถานการณ์เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 เวลา 08.30 น. ว่า น้องข้าวต้มยังคงมีอาการป่วย แม้จะสามารถกินนมและน้ำข้าวต้มได้ แต่ปริมาณยังน้อยกว่าที่คำนวณไว้ พบอาการท้องเสียและมีเนื้อครีมเล็กน้อยในอุจจาระ

ทีมสัตวแพทย์ได้ให้การรักษาอย่างครอบคลุม ประกอบด้วย การให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำตลอดวันเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำและพยุงระดับน้ำตาล การให้ยาปฏิชีวนะ ยารักษาการอักเสบของระบบทางเดินอาหาร วิตามิน และยาต้านไวรัส รวมถึงการรักษาแผลและแผลกดทับบริเวณผิวหนังอย่างต่อเนื่อง
ที่น่าเป็นห่วงคือเมื่อเช้าวันที่ 8 พฤศจิกายน ช่วงเวลา 06.00-07.00 น. น้องข้าวต้มมีภาวะน้ำตาลในกระแสเลือดต่ำกว่าปกติและมีอาการชักเกร็ง แต่ทีมสัตวแพทย์สามารถควบคุมอาการได้จนกลับมาเป็นปกติ

ในคืนวันที่ 7 พฤศจิกายน เวลา 23.30 น. ทีมสัตวแพทย์ได้ทำการให้เลือดแก่น้องข้าวต้มจำนวน 3,500 มิลลิลิตร โดยได้รับความอนุเคราะห์เลือดช้างจากวังช้างอยุธยา แล เพนียด โดย สัตวแพทย์หญิงลาดทองแท้ มีพันธุ์ และได้รับความช่วยเหลือในการเจาะเก็บเลือดจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สัตวแพทย์หญิงสุภาเพ็ญ ศรีพิบูลย์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน

ผลการตรวจเลือดเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน โดยความอนุเคราะห์จากคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน และเซ็นทรัลแลป สุพรรณบุรี พบว่าติดเชื้อไวรัสเฮอร์ปีส์ในช้างแบบที่ 4 (EEHV Type 4) ซึ่งทำลายระบบทางเดินอาหาร, ค่าเม็ดเลือดขาว เม็ดเลือดแดง โปรตีน และค่าตับต่ำกว่าปกติ, พบเม็ดเลือดขาวในอุจจาระ ยังรอผลการตรวจเพาะเชื้อแบคทีเรียเพิ่มเติม

ทีมสัตวแพทย์ระบุว่าจะต้องติดตามประเมินอาการของน้องข้าวต้มอย่างใกล้ชิดเป็นรายวัน เนื่องจากโรคนี้มีความรุนแรงและต้องการการดูแลอย่างต่อเนื่อง

กรมอุทยานฯ ต้องขอขอบคุณ วังช้างอยุธยา แล เพนียด คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เซ็นทรัลแลป สุพรรณบุรี และทุกภาคส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจช่วยเหลือน้องข้าวต้ม เพื่อให้ลูกช้างป่าน้อยได้มีโอกาสเติบโตอย่างแข็งแรงต่อไป ทั้งนี้ประชาชนสามารถติดตามข่าวสารความคืบหน้าของน้องข้าวต้มได้ผ่านช่องทางเพจของศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...