"รมว.กลาโหม" เร่งเดินหน้าแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ดันปักหมุดชั่วคราวให้จบ ธ.ค.นี้
"รมว.กลาโหม" เผยผลประชุมสภาฯ สัญจร เร่งเดินหน้าแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ดันปักหมุดชั่วคราวให้จบ ธ.ค.นี้ พร้อมดูแลสวัสดิการ 4 ด้านกำลังพล - จ่อคุย GBC หลังปักหมุดจบ - เตรียมตั้ง คกก. นโยบายความมั่นคงชายแดน ถกประเด็นก่อนเข้า สมช. มี “อนุทิน” เป็นประธาน
วันที่ 19 พ.ย. 68 ที่กองบัญชาการกองทัพไทย พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยผลการประชุมสภากลาโหมสัญจรและการตรวจเยี่ยมหน่วยบัญชาการกองทัพไทยในวันนี้ว่า การประชุมจัดขึ้นแบบรวบรัดภายในวันเดียว ทั้งการเยี่ยมชมหน่วยงานและการประชุมจัดเตรียมทั้งงานพระราชพิธี เพื่อลดภาระและประหยัดเวลาของหน่วยงาน พร้อมเน้นย้ำข้อสั่งการสำคัญ 3 ประเด็นหลัก ทั้งการถวายพระเกียรติ การแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา และการดูแลสวัสดิการกำลังพล
โดยได้เน้นย้ำให้ทุกเหล่าทัพดำเนินการจัดกิจกรรมถวายความอาลัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อย่างต่อเนื่อง ตามห้วงเวลาที่สำนักพระราชวังและรัฐบาลกำหนด
พร้อมทั้งให้จัดพิธีและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติในวันที่ 5 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และยังเป็นทั้งวันชาติ วันพ่อแห่งชาติ และวันดินโลก ขอให้หน่วยงานดำเนินการอย่างเรียบร้อยและสมพระเกียรติสูงสุด
ในส่วนการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา และการบริหารจัดการพื้นที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ย้ำว่าขณะนี้ไทยอยู่ระหว่าง ระงับการปฏิบัติตาม Joint Declaration (ไม่ได้ยกเลิก) โดยมี 2 ภารกิจหลักคือ การเก็บกู้ทุ่นระเบิดตามแนวชายแดนในเขตอธิปไตยของประเทศไทย และ การบริหารจัดการพื้นที่ชายแดน บริเวณบ้านหนองจาน หนองหญ้าแก้ว จ.สระแก้ว
สำหรับกระบวนการบริหารจัดการพื้นที่ชายแดน ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการปักหมุดชั่วคราว เริ่มตั้งแต่วันนี้ (19 พฤศจิกายน) โดยทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมกันแล้ว ซึ่งจะมีการปักหมุดตามแนวเส้นแดงและน้ำเงิน ที่ทั้งสองฝ่ายต่างอ้างสิทธิ์กันอยู่ โดยเน้นย้ำให้เสร็จสิ้นประมาณกลางเดือนธันวาคม หรืออย่างช้าที่สุดไม่เกินสิ้นเดือนธันวาคมนี้
และหลังจากปักหมุดชั่วคราวเสร็จสิ้นแล้ว คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้ GBC (General Border Committee) เป็นผู้รับผิดชอบการเจรจาในเรื่อง “การปรับถือครองที่ดิน” ซึ่งจะมีการเจรจาในรายละเอียดวิธีการดำเนินการให้ชาวกัมพูชาที่เข้ามาในพื้นที่ของไทย ต้องออกจากพื้นที่ไป โดยจะใช้มาตรการเพิ่มความโปร่งใสเป็นพิเศษ โดยสั่งการให้หน่วยงาน เชิญคณะสังเกตการณ์ AOT เข้าไปร่วมสังเกตการณ์ในการปฏิบัติงานทั้งหมด ทั้งการเก็บกู้ทุ่นระเบิดและการบริหารจัดการพื้นที่ชายแดน เพื่อให้ AOT เป็นพยานในเหตุการณ์และเป็นการถ่วงดุล และป้องกันการรายงานจากการสร้างสถานการณ์ของฝั่งกัมพูชา
นอกจากนี้ยังมีการจัดสวัสดิการและความเป็นอยู่ของกำลังพลตามแนวชายแดน โดยรมว.กลาโหม กำชับให้ดูแลกำลังพลให้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะใน 4 เรื่องเร่งด่วน ตามสโลแกนที่ได้มีการประสานงานคือ "น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีสัญญาณโทรศัพท์"
การดำเนินการจะครอบคลุม 8 กองกำลัง ทั่วประเทศ แต่จะให้ความเร่งด่วนกับทางด้าน ตะวันออกก่อนเป็นลำดับแรก โดยในอนาคตจะมีการขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาลเพื่อดำเนินการให้ครบถ้วนทั้ง 8 กองกำลัง
ทั้งนี้ รมว.กลาโหม ยังได้กล่าวขอบคุณสื่อมวลชน ที่ช่วยทำความเข้าใจกับประชาชน ทำให้ประชาชนมีความเข้าใจสถานการณ์มากขึ้น และช่วยชี้แจง ข้อมูลที่เป็นความจริง รวมถึงแก้ไขข้อมูลที่เป็น เฟคนิวส์ (ข่าวปลอม) โดยพลเอกณัฐพล กล่าวย้ำว่า สื่อมวลชนไทยมีอิสระเสรีมากกว่าสื่อกัมพูชา และแสดงความเชื่อมั่นว่าหากสื่อไทยร่วมกันต่อสู้ ข่าวปลอมจากกัมพูชาจะไม่มีผลกระทบต่อความเข้าใจของประชาชน พร้อมยืนยันว่า ตนพร้อมให้ข้อมูลและให้สัมภาษณ์นักข่าวทันทีเมื่อมีเรื่องสำคัญที่ต้องพูด เพื่อให้สื่อได้รับข้อมูลที่ถูกต้องจากเจ้าของเรื่องโดยตรง
เมื่อถามว่าการหารือของผู้บัญชาการเหล่าทัพวันนี้ได้มีการพูดคุยเรื่องสถานการณ์ชายแดนหรือไม่ พลเอก ณัฐพล กล่าวว่า ทางกรมข่าวทหารได้สรุปสถานการณ์ให้ทราบ ก็เป็นไปตามที่สื่อได้ทราบ และตนได้เน้นย้ำไป รวมถึงอธิบายเพิ่มเติมอีกเรื่อง คือ เรื่องความเป็นเอกภาพและความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ทางนายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งให้ตนยกร่างคำสั่งสำนักคณะกรรมการนโยบายความมั่นคงชายแดน โดยในคณะกรรมการจะประกอบด้วยรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงต่างประเทศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และกรมวิชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการเหล่าทัพ รวมถึงผอ.สำนักข่าวแห่งชาติ เลขาธิการ สมช. เป็นกรรมการ โดยให้คณะกรรมการชุดนี้คุยกันก่อนว่าจะเอาอย่างไร ก่อนที่จะนำเข้าที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งขณะนี้กำลังยกร่างคำสั่งอยู่ โดยคณะกรรมการดังกล่าวจะคล้าย ๆ ศบ.ทก. แต่ดีกว่า เพราะนายกรัฐมนตรีลงมาเป็นประธานเอง
เมื่อถามถึงกรณีการปักหมุดชั่วคราว ที่เมื่อปักหมุดเสร็จแล้วต้องไปคุยใน GBC ต่อ จะขัดแย้งกับการให้ข้อมูลไว้หรือไม่ ที่ว่ากัมพูชาไม่ร่วมมือพูดคุยในกรอบทวิภาคี พลเอก ณัฐพล เผยว่า โดยส่วนตัวจะไม่ประชุมใน GBC เพราะปกติจะประชุมกันปีละครั้ง แต่ที่ผ่านมามีหลายครั้งเนื่องจากเป็นการประชุมวิสามัญ ซึ่งตนเป็นคนที่ตกลงประชุมกับทางฝั่งกัมพูชา ซึ่งหลังจากนั้นตนบอกว่าจะไม่คุยด้วยแล้ว ซึ่งในการประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งที่ผ่านมาบอกว่าหากจะให้ JBC ประชุม ซึ่งจะคุยแค่เรื่องเขตแดน โดยเรื่องของกำลังพลนั้นเขาก็ไม่ได้เกี่ยวข้องเหมือนกัน จึงอยากให้ GBC มีการประชุม ซึ่งตนไม่ได้ขัดคำพูดที่เคยพูดเอาไว้ เพราะตนในฐานะประธาน GBC ไม่ประชุมเองอยู่แล้ว เพราะคุยกันก็เสียเวลา แต่เมื่อคณะรัฐมนตรีสั่งตนก็ต้องปฏิบัติ ศาลจังหวัดซึ่งจะเป็นการกำหนดกรอบพื้นที่บริเวณบ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้วเรื่องเดียว ไม่คุยเรื่องอื่น
เมื่อถามถึงกรณีที่คนไทยในกัมพูชา ที่ประชุม สมช. ได้หารือหรือไม่ว่าจะเอาคนเหล่านั้นกลับมาได้อย่างไรเพราะมีผู้เสียชีวิตหลายคน พลเอก ณัฐพล ระบุว่า เมื่อวานนี้ที่คณะรัฐมนตรีก็ได้สั่งการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ใช้กลไกของกระทรวงต่างประเทศในการตรวจสอบข้อมูล และเมื่อต้องปฏิบัติตนเข้าใจว่าจะต้องใช้คณะกรรมการที่ตั้งอยู่เกี่ยวกับสแกมเมอร์มาดำเนินการ ซึ่งก็คงเกี่ยวกับอีกคณะหนึ่ง แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่รัฐบาลหรือคณะรัฐมนตรีมอบให้ทางกองทัพ ทางกองทัพก็พร้อมสนับสนุน แต่ตอนนี้ยังไม่มี ซึ่งอยู่ในขั้นที่กระทรวงต่างประเทศกำลังตรวจสอบอยู่
ส่วนกรณีที่ฝ่ายกัมพูชากำลังพยายามโจมตีทางข่าวสารกับไทย โดยการปล่อยข่าวปลอมออกมา ทางกระทรวงกลาโหมได้มอบนโยบายกับเหล่าทัพอย่างไรบ้าง พลเอก ณัฐพล กล่าวว่า เขาเตรียมสร้างสถานการณ์ ซึ่งได้มีการวางแผนพล็อตเรื่องไว้หมดแล้ว เพราะฉะนั้นเราไม่ได้เป็นคนสร้างสถานการณ์ เราว่ากันตามเรื่องจริง ก็ต้องเอาเรื่องจริงมาสู้ เราก็พยายามทำให้เร็วขึ้น
ส่วนที่ได้มอบหมายให้เตรียมพร้อมสูงสุด สำหรับการรักษาอธิปไตย ในระดับการพร้อมสูงสุดนั้นคืออย่างไร พลเอก ณัฐพล ระบุว่า รายละเอียดการปฏิบัติยังไม่บอก แต่แค่บอกเงื่อนไขว่าหากมีกำลังของฝ่ายกัมพูชาล้ำเข้ามาในเส้นปฏิบัติการ พวกเราก็ปฏิบัติตามกฎการใช้กำลัง โดยเริ่มจากการเตือนด้วยวาจา แต่หากยังลุกลามเข้ามาอีกก็จะมีการยิงเตือน และยิงตรง ตามลำดับ
เมื่อถามถึงการให้ฝ่ายกัมพูชาเอาเชลยศึกที่ไทยปล่อยตัวกลับสู่สนามรบอีกครั้งนั้น แสดงให้เห็นถึงความไม่มีมนุษยธรรมหรือไม่ พลเอก ณัฐพล เผยว่า ในส่วนของกองทัพคงมี แต่จะประสานกระทรวงการต่างประเทศให้ประณามในเรื่องนี้ และการที่เขาทำในลักษณะนี้ผิดอนุสัญญาเจนีวาอยู่แล้ว จริงๆ แล้วกัมพูชาก็ผิดอนุสัญญาเจนีวา ผิดอนุสัญญาออตตาวา และผิดมาหลายครั้งแล้ว เพราะฉะนั้นเขาก็คงไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ แต่เราก็ต้องประนามไปเรื่อยๆ สะสมเอาไว้เมื่อถึงเวลาอย่างน้อยก็คงได้เห็น ถึงการขาดความยอมรับจากนานาชาติ ขาดความน่าเชื่อถือ
เมื่อถามต่อว่าจะใช้เป็นเหตุผลที่ไทยจะไม่ปล่อยเชลยศึกคนอื่น ๆ หรือไม่นั้น พลเอก ณัฐพล กล่าวว่า ตอนนี้เราไม่ใช้อะไรเลย ถือว่าทั้งหมดทั้งปวงเราถือว่ายังไม่สิ้นสุดความเป็นปรปักษ์ เราไม่ปล่อย นอกเหนือจากนั้นไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น