โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

“กล้าธรรม” เปิดเวทีใหญ่ ร้อยเอ็ด "ธรรมนัส–นฤมล" ลั่นไม่ขายฝันแต่ทำจริง ไม่แคร์โพล เชื่อเสียงจากลงพื้นที่ มั่นใจปักหมุดได้หลายเขต

สยามรัฐ

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

">

วันที่ 12 มกราคม 2569 เวลา 16.00 น.พรรคกล้าธรรม เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ จังหวัดร้อยเอ็ด ที่โรงเรียนเชียงใหม่ประชานุสรณ์ โดยมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม และ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้าธรรม ร่วมขึ้นเวทีช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัครสส. จังหวัดร้อยเอ็ด ของพรรคกล้าธรรม

ได้แก่ เขตเลือกตั้งที่ 2 นายเอกรัฐ พลซื่อ,เขตเลือกตั้งที่ 3 นางรัชนี พลชื่อ,เขตเลือกตั้งที่ 4 นายนีโอ พลซื่อ,เขตเลือกตั้งที่ 5 นางสาววรินดา วรกาญจนบุญ และเขตเลือกตั้งที่ 6 นายพิชัย น้ำกระจาย โดยบรรยากาศการปราศรัยเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนชาวร้อยเอ็ดเดินทางมาร่วมรับฟังอย่างเนืองแน่น จนล้นพื้นที่ภายในโรงเรียน

ศ.ดร.นฤมล กล่าวปราศรัยช่วงหนึ่งว่า ปัญหาหนี้สินของประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกร เป็นปัญหาเรื้อรังที่ต้องแก้ไขอย่างเป็นระบบ พรรคกล้าธรรมมีแนวคิดรวมหนี้ไว้ที่ศูนย์กลาง เพื่อลดภาระดอกเบี้ยให้กับประชาชน พร้อมผลักดันให้มีธนาคารประชาชนที่จะมาช่วยดูแล เพราะทุกวันนี้สถาบันการเงินของรัฐ โดยเฉพาะธนาคารที่เกี่ยวข้องกับภาคเกษตร อย่างเช่น ธกส.ก็คิดอัตราดอกเบี้ยสูง ทำใหัเกษตรกรที่ทำงานหนัก ทำเกษตรกรรมเลี้ยงประเทศ แต่กลับต้องแบกรับดอกเบี้ยแพง

“พรรคกล้าธรรม เราจะปรับโครงสร้างหนี้ ลดดอกเบี้ย ใหกับเกษตรกรและครู อาจารย์ทั่วประเทศ และเราจะจัดสรรที่ดินทำกินให้เกษตรกร ยึดที่ดินผิดกฎหมายจากนายทุนคืนให้เกษตรกร พร้อมผลักดันการเปลี่ยนที่ดิน สปก. 4-01 เป็นโฉนดเพื่อการเกษตรให้ชาวบ้าน และยกระดับเป็นโฉนดครุฑแดง สิ่งที่เราพูดไม่ใช่การขายฝัน เพราะกล้าธรรมเป็นพรรคที่ลงมือทำจริง โดยมีผลงานของ ร.อ.ธรรมนัส เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า เมื่อพูดแล้วทำได้จริงในหลายเรื่องที่ผ่านมา“ศ.ดร.นฤมล กล่าว

ด้าน ร.อ.ธรรมนัส กล่าวปราศรัยว่า จังหวัดร้อยเอ็ดเป็นจังหวัดแรกที่พรรคกล้าธรรมเลือกมาเปิดเวทีใหญ่ เพราะเชื่อมั่นในพี่น้องประชาชน และต้องการพิสูจน์ว่านโยบายของพรรคเป็นนโยบายที่ “จับต้องได้ ทำได้จริง” ไม่ใช่นโยบายขายฝัน ตลอดระยะเวลาที่ดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตนให้ความสำคัญกับการยกระดับราคาข้าวหอมมะลิ ซึ่งเป็นสินค้าหลักของจังหวัดร้อยเอ็ด และตนก็ทำได้ นอกจากนีั ยังพร้อมดูแลปัญหาน้ำ และการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับฤดูกาล เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคง

“พรรคกล้าธรรมมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งด้านเศรษฐกิจ การศึกษา การท่องเที่ยว และสวัสดิการสังคม โดยยึดหลักนโยบายที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงภายในกรอบเวลา 4 ปี” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

ขณะที่ นายเอกรัฐ พลซื่อ ผู้สมัคร สส.ร้อยเอ็ด เขต 2 พรรคกล้าธรรม กล่าวว่า ตนได้รับโอกาสจากผู้ใหญ่ในพรรคให้ทำงานในตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และมีโอกาสช่วยงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำให้ได้เรียนรู้การทำงานเชิงพื้นที่จากผู้บริหารระดับประเทศ ประสบการณ์ที่ได้รับจากการลงพื้นที่ทั่วทุกภาค จะนำมาปรับใช้เพื่อแก้ไขปัญหาของชาวร้อยเอ็ดอย่างตรงจุด และยืนยันว่า ที่ผ่านพิสูจน์แล้วว่า ตนไม่เคยทอดทิ้งพื้นที่ แม้ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งก็ตาม แต่พร้อมเดินหน้าผลักดันประโยชน์ให้กับประชาชนอย่างเต็มความสามารถ

ภายหลังการปราศรัย ร.อ.ธรรมนัส ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า พรรคกล้าธรรมมีความมั่นใจในสนามเลือกตั้งจังหวัดร้อยเอ็ด เนื่องจากนโยบายของพรรคเป็นนโยบายที่ประชาชนสัมผัสได้จริง และผู้สมัครมีความใกล้ชิดกับพื้นที่มาอย่างยาวนาน โดยพรรคไม่ได้ยึดติดกับตัวเลขจากโพลสำนักต่าง ๆ แต่เชื่อมั่นในเสียงตอบรับจากการลงพื้นที่จริง ซึ่งประชาชนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

“เราไม่วิจารณ์พรรคอื่น แต่เรามั่นใจในสิ่งที่เราทำ และมั่นใจว่าพี่น้องประชาชนจะตัดสินจากผลงานจริง ไม่ใช่คำสัญญาที่ทำไม่ได้ วันเลือกตั้งจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าพรรคกล้าธรรม ไม่เป็นรองใครในสนามการเมือง รรคมีความมั่นใจว่าจะสามารถปักหมุดได้หลายเขต เพราะผู้สมัครเราอยู่ในระดับเอ ประกอบกับผมลงพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดอย่างต่อเนื่องในช่วงดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน โดยเฉพาะการยกระดับราคาข้าวหอมมะลิ ซึ่งขณะนี้ราคาปรับตัวดีขึ้น และชาวนาเริ่มเข้าสู่ฤดูทำนาปรังแล้ว สะท้อนถึงการทำงานที่ต่อเนื่องของพรรค“ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

เมื่อถามถึงความกังวลต่อการเลือกตั้งครั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัส ยืนยันว่า ไม่มีอะไรหนักใจ แม้จะมีผลสำรวจความคิดเห็นจากหลายสำนัก แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเสียงสะท้อนจากการลงพื้นที่จริง ยกตัวอย่างการลงพื้นที่จังหวัดปทุมธานีและนครนายก ที่ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากประชาชน สื่อหลายสำนักก็ประเมินพรรคกล้าธรรมอยู่ในอันดับต้น ๆ พร้อมย้ำว่า พรรค มีอดีต สส.จากการเลือกตั้งปี 2566 มากกว่า 50 คน ซึ่งเป็นบุคลากรคุณภาพ และยังคัดเลือกผู้สมัครกว่า 100 คนที่มีศักยภาพลงสนามเลือกตั้งครั้งนี้ จึงมั่นใจว่า พรรคจะไม่เป็นรองใคร ขอให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินผลลัพธ์ในวันเลือกตั้งที่จะมาถึง ทุกการเลือกตั้งตนเป็นรองเสมอ แต่เมื่อโค้งสุดท้าย ตนไม่เคยแพ้ใคร

นอกจากนี้ ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวว่า จากประสบการณ์ทางการเมืองที่ผ่านมา เห็นชัดว่านโยบายที่ไม่สามารถทำได้จริงย่อมไม่ก่อให้เกิดผลสำเร็จ พรรคกล้าธรรมจึงยึดหลักเสนอเฉพาะนโยบายที่สามารถปฏิบัติได้ ภายใต้กรอบเวลาการทำงานของรัฐบาล 4 ปี โดยคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนต้องทำได้จริง เพราะหากทำไม่ได้จะส่งผลเสียมากกว่าผลดี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...