โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

อดีตเมีย พ.ต.ท. พ่อยูทูบเบอร์ดัง ร้องขอความเป็นธรรม หลังถูกหลอกแต่งงาน ซ้ำยังโดนทำร้าย-ปืนจ่อหัว

สยามนิวส์

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ทีมข่าวสยามนิวส์
วันที่ 13 มกราคม 2569 นางสาวชลิดา พะละมาตย์ หรือ ต้นอ้อ ประธานมูลนิธิเป็นหนึ่ง ได้พานางสาวสกุลณา หรือ ยุ้ย อายุ มายื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรม

วันที่ 13 มกราคม 2569 นางสาวชลิดา พะละมาตย์ หรือ ต้นอ้อ ประธานมูลนิธิเป็นหนึ่ง ได้พานางสาวสกุลณา หรือ ยุ้ย อายุ มายื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ลงโทษทางวินัยร้ายแรงต่อการกระทำของนายตำรวจยศพันตำรวจโท ตำแหน่งสารวัตรปราบปราม สังกัด ตำรวจภูธรภาค 6

ผู้เสียหายเล่าทั้งน้ำตา ว่า เดิมที่ตนเป็นพลเมืองอยู่ที่ประเทศเดนมาร์ก และมีการเดินทางเข้าออกประเทศไทย และประเทศเดนมาร์กอยู่ประจำ จนกระทั่งเมื่อช่วงประมาณปี 2562 ตนได้รู้จักกับ นายตำรวจยศพันตำรวจโท ตำแหน่งสารวัตรปราบปราม สังกัดตำรวจภูธรภาค 6 โดยตนจะเดินทางไป-กลับจังหวัดพิษณุโลก และประเทศเดนมาร์กอยู่เป็นประจำ และในทุกๆครั้งที่ตนเดินทางมายังจังหวัดพิษณุโลก นายเจนรบก็จะมาเข้าหาพูดคุยมาตามจีบอยู่เป็นประจำ

จนกระทั่ง เมื่อช่วงประมาณปี 2563 นายตำรวจ ได้มีการพูดคุยกับตน โดยแสดงตัวว่า เป็นคนดีรักครอบครัว ทั้งนี้ นายตำรวจยังมีการอวดลูกของตัวเองว่า เป็นอินฟลูเอนเซอร์เป็นคนดัง และมีความภาคภูมิใจในตัวลูกตัวเองเป็นอย่างมาก ซึ่ง ณ ตอนนั้น ยอมรับว่า ตนก็รู้สึกภาคภูมิใจในตัวลูกของนายตำรวจ ด้วย และเริ่มเปิดใจให้มากขึ้น

ต่อมา เมื่อช่วงประมาณปี 2564 นายตำรวจได้มาเล่าให้ตนฟังว่า ภรรยาถูกรถสิบล้อทับเสียชีวิต พร้อมกับนั่งร้องไห้ต่อหน้าตน ซึ่ง ณ ตอนนั้น ตนรู้สึกสงสารนายตำรวจเป็นอย่างมาก หลังจากนั้นนายตำรวจก็พยามเข้ามาพูดคุย ตามจีบตนเรื่อยๆ จนทำให้ตนเริ่มรู้สึกใจใจอ่อน ประกอบกับระยะเวลาในเวลาที่นายตำรวจตามจีบตน ตนเห็นว่า เป็นคนดี รักครอบครัว น่าจะดูแลตนได้ ตนจึงตัดสินใจยอมคบหาเป็นแฟน ก่อนจะตัดสินใจตกลงแต่งงานกัน ที่จังหวัดพิษณุโลกในวันที่ 7 สิงหาคม 2565 ซึ่งภายในวันแต่งงานนั้นก็มีนายตำรวจผู้ใหญ่มาร่วมงานกันหลายคน และในขณะที่ตนอยู่กินกันนั้น ตนไม่เคยถูกใครมาต่อว่า แสดงความเป็นภรรยาของนายตำรวจ หรือถูกฟ้องเรื่องชู้แต่อย่างใด

จากนั้น ตนก็ได้ตั้งท้องกับนายตำรวจ และด้วยความที่ตนเป็นพลเมืองของประเทศเดนมาร์ก จึงมีความตัดสินใจจะนำบุตรไปคลอดที่ประเทศเดนมาร์ก เนื่องจากประเทศเดนมาร์กมีสวัสดิการต่างๆเกี่ยวกับบุตร แต่นายตำรวจอยากให้บุตรได้สวัสดิการของพ่อที่เป็นข้าราชการตำรวจ จึงไม่ยอมให้ตนไปคลอดลูกที่ประเทศเดนมาร์ก

ต่อมา วันที่ 8 มีนาคม 2566 ตน และนายตำรวจก็ตัดสินใจไปจดทะเบียนสมรสกันที่อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก โดยการจดทะเบียนสมรสนั้น ตนไม่ได้ดำเนินการใดๆ มีเพียงนายตำรวจ เป็นคนดำเนินการให้ และหาพยานมาเซ็นรับรองให้ทั้งสิ้น

จนกระทั่ง วันที่ 7 เมษายน 2566 ตนได้คลอดบุตรลูกสาว และมีความคาดหวังว่า นายตำรวจจะดูแลดี รักครอบครัวเสมอต้นเสมอปลายเหมือนตอนจีบกันใหม่ ๆ แต่หลังจากที่ตนคลอดบุตร นายตำรวจก็ได้มีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป โดยไม่สนใจดูแลลูก และมีพฤติกรรมรุนแรงถึงขั้นใช้ปืนจ่อหัว เวลาที่มีเรื่องทะเลาะกับตน

แต่หลังจากนั้นได้ก็เริ่มมีบุคคลอื่นพูดถึงว่า นายตำรวจมีผู้หญิงคนอื่น เริ่มนอกใจ มีการโกหกในหลายๆ เรื่อง แต่ไม่ได้สนใจ เพราะต้องเลี้ยงดูลูกคนเดียวตลอดเวลา

จนกระทั่ง เมื่อช่วงเดือน ปลายเมษายน 2568 มีคนพบเห็นนายตำรวจอยู่ผู้หญิงคนอื่น พร้อมกับมีการได้ส่งคลิปวีดีโอมาให้ตนดู และถามกับตนว่า เลิกกันแล้วหรอ เห็นอยู่กับผู้หญิงคนอื่น ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้ตนเริ่มมีความไม่สบายใจ และเริ่มคิดมาก จึงไปสืบดูว่าผู้หญิงดังกล่าวที่เข้ามายุ่งกับนายตำรวจเป็นใคร ก่อนจะมีคนรู้จักเริ่มส่งข้อมูลแอพพลิเคชั่น Facebook ของผู้หญิงคนดังกล่าวมาให้

หลังจากนั้น ช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ผู้หญิงคนนั้นดังกล่าวได้มีการอัพ stories แอพพลิเคชั่น Facebook ซึ่งใน stories นั้นมีการถ่ายรูปหน้าผู้หญิงพิงอยู่ติดกับเสื้อนายตำรวจ ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นจึงทำให้ตนรู้สึกขาดความเชื่อใจ และความไม่มั่นใจกับผู้ชายคนนี้

จากนั้นตนก็พยามหาข้อมูล ของผู้หญิงคนนั้นดังกล่าวเรื่อยๆ จนรู้ว่าผู้หญิงที่มาเกี่ยวข้องกับนายตำรวจขับรถมัสแตงสีแดงจึงเริ่มมีความสงสัย เนื่องจากรถคันดังกล่าวได้ขับผ่านหน้าบ้านตนเป็นประจำ จึงทำให้ตนคาดการณ์ว่ารถคันดังกล่าวต้องขับมาส่งนายตำรวจแน่ๆ แต่ก็ยังไม่สามารถจับได้ต่อหน้าต่อตา

จนอยู่มาวันหนึ่ง ตนสังเกตเห็นว่า stories Facebook ของหญิงคนดังกล่าวได้มีการ อัพโลเคชั่น ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นร้านอาหารที่สามีของตนมักชอบไปนั่งกิน ตนจึงตัดสินใจตามไปที่ร้านอาหารดังกล่าว และเห็นว่า สามีของตนกำลังนั่งรับประทานอาหารกับผู้หญิงคนดังกล่าวจริง ด้วยท่าทีที่มีความสนิทสนมเกินกว่าเพื่อน ซึ่ง เหตุการณ์ ณ ตอนนั้น ตนยอมรับว่า รู้สึกโมโหเป็นอย่างมาก และได้เดินเข้าไปหาสามีพร้อมกับลูก น้อย ก่อนที่จะมีปากเสียงกัน และมีเหตุการณ์ชุลมุนเกิดขึ้น แต่นายเจนรบกลับเลือกที่จะปกป้องผู้หญิงคนนั้นดังกล่าวแทนที่จะปกป้องตนกับลูก ตนจึงตัดสินใจขอหย่ากับนายเจนรบ

ต่อมา เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2568 เป็นการนัดหย่ากันครั้งแรก และได้มีการทำบันทึกข้อตกลง แต่นายตำรวจไม่ยอมหย่า จากนั้น เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2568 มีการนัดหย่ากันครั้งที่ 2 นายตำรวจ ก็ไม่ยอมที่จะหย่าเช่นเดิม

จนกระทั่งวันที่ 16 มิถุนายน 2568 มีการนัดหย่าครั้งที่ 3 โดยครั้งนี้ นายตำรวจ ยอมที่จะหย่ากับ ตนโดยมีการทำบันทึกข้อตกลงหลังการหย่า ซึ่งอำนาจปกครองลูกให้ฝ่ายหญิงเป็นผู้ดูแลฝ่ายเดียว และยกทรัพย์สิน ซึ่งเป็นรถเบนซ์ ทะเบียน 5กช 8887 กรุงเทพมหานครให้ฝ่ายหญิง

นอกจากนี้ ฝ่ายชายจะต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูบุตรเดือนละ 45,000 บาท ซึ่งต้องจ่ายทุกวันที่ 2 ของเดือน จนกว่าบุตรจะจบปริญาตรี ค่าใช้จ่ายๆ อื่นเกี่ยวกับ สุขภาพบุตรฝ่ายชายจะเป็นผู้จ่าย

จนกระทั่งวันที่วันที่ 4 กรกฎาคม 2568 ตอนเริ่มมีอาการผิดปกติของร่างกายจึงไปตรวจร่างกายปรากฏ ตนได้ตั้งท้อง 9 สัปดาห์ (ประมาณ 2 เดือน) ซึ่งเป็นระยะเวลาที่อยู่ในระหว่างมีทะเบียนสมรส โดยตลอดเวลาที่ผ่านมา ตนยืนยันว่า มีความสัมพันธ์กับนายตำรวจเพียงแค่คนเดียว จึงตัดสินใจทักข้อความไปหา นายเจนรบเพื่อบอกว่าตนตั้งท้อง และจะดำเนินการอย่างไรต่อไป แต่กลับปฏิเสธและให้เหตุผลว่าเลี้ยงไม่ไหว ไม่สามารถดูแลได้ จึงให้ตนไปทำแท้งแบบถูกกฎหมาย พร้อมกับมีการส่งโลเคชั่นสถานที่ทำแท้งมาให้ตน แต่ตนไม่กล้าที่จะดำเนินการทำแท้ง เพราะเป็นห่วงชีวิต และเสียความรู้สึกลูกทั้งคนไม่มีใครรับผิดชอบเลย

จนกระทั่งเมื่อช่วงกลางเดือนกรกฎาคม 2568 ตนได้เดินทางกลับประเทศเดนมาร์ก โดยตั้งใจว่าจะคลอดบุตรลูกคน 2 ที่ประเทศเดนมาร์กแต่เริ่มมีอาการผิดปกติทางร่างกาย

จนวันที่ 14 กรกฎาคม 2568 ตนตัดสินใจไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลประเทศเดนมาร์ก และพบว่าติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โดยหมอที่โรงพยาบาลประเทศเดนมาร์กได้ให้ยาที่เกี่ยวกับการรักษาโรคดังกล่าวมาให้ ซึ่งยานี้หมอแจ้งว่าจะมีมีผลกระทบต่อลูกในท้อง แต่ถ้าหากไม่ทานยาอาการก็จะแย่ลงเรื่อยๆ และอันตรายต่อลูกในท้องเช่นเดียวกัน จึงทำให้ตนจำเป็นต้องรักษาอาการดังกล่าว และ กินยารักษาเรื่อยมา ก่อนที่จะเดินกลับประเทศไทย

จนกระทั่งวันที่ 22 สิงหาคม 2568 ตนมีอาการตกเลือดจึงตัดสินใจไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล มหาวิทยาลัยนเรศวรปรากฎว่าได้เกิดอาการภาวะแท้งลูก สาเหตุมาจากยาดังกล่าวที่ใช้

ทั้งนี้ ตนยอมรับว่า ระยะหลังๆ นายเจนรบเริ่มไม่ได้มีการส่งเงินมาเลี้ยงดูบุตรคนแรกแต่อย่างใด โดยก่อนหน้านี้นายเจนรบได้มีการทำสัญญาตกลง กับตนว่าจะจ่ายเงินให้จำนวน 2 ล้านบาท เป็นค่าเลี้ยงดูบุตร แต่ตนกลับได้เงินมาเพียง 500,000 บาท หลังจากนั้นก็ไม่มีการจ่ายเงินใดๆ เพิ่มเติมอีก

หลังจากนั้นวันที่ 5 มกราคม 2569 ตนได้นำรถยนต์เบ้นซ์ไปซ่อม เนื่องจากรถมีปันหาและได้ถูก นายตำรวจขโมยรถยนต์คันดังกล่าวไป โดยได้มีการแจ้งความเอาไว้ สุดท้ายนี้อยากให้ทุกคนได้เห็นพฤติกรรมของผู้ชายคนดังกล่าวว่าไม่เหมาะสมและควรออกจากราชการตำรวจ

ทางด้าน ต้นอ้อ เปิดเผยว่า สำหรับพฤติกรรมของผู้ชาย ที่ชอบหลอกผู้หญิงมาแล้ว 5 คน โดยแต่ละคน เหยื่อไม่ได้รับรู้มาก่อน เพราะผู้ชายเป็นคนเดียว ที่ปั่นหัวให้เหยื่อทะเลาะกันเอง ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ ไม่ควรจะเกิดขึ้นกับข้าราชการตำรวจ ที่เป็นผู้บังคับใช้กฎหมาย มีทั้งการเอาชื่อลูกชาย ที่เป็นยูทูบเปอร์ชื่อดังมีผู้ติดตามมาก กว่า 10 ล้านคน มากล่าวอ้างให้ดูน่าเชื่อถือ อีกทั้งทำให้ผู้หญิงเสียสิทธิ์การเป็นพลเมืองที่ประเทศเดนมาร์ก เพราะต้องตัดสินใจมาสร้างครอบครัวกับคนที่หวังจะพึ่งพาให้เป็นหัวหน้าครอบครัว

ผู้สื่อข่าวนครบาล ทีมข่าวสยามนิวส์ รายงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...