โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

สรุป 5 ประเด็นเด่น ศาลสูงสหรัฐซักทรัมป์คดีภาษีศุลกากรโลก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 06 พ.ย. 2568 เวลา 13.38 น. • เผยแพร่ 06 พ.ย. 2568 เวลา 06.38 น.

สรุป 5 ประเด็นเด่น ศาลสูงสหรัฐซักทรัมป์คดีภาษีศุลกากรโลก จากศาลถึงเศรษฐกิจโลก คดีภาษีไม่ใช่แค่เรื่องการค้า แต่คือการชี้ชะตาประธานาธิบดีสหรัฐมีอำนาจเพียงใดภายใต้กฎหมายฉุกเฉิน

วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 เวลา 03.12 น. สำนักข่าว CNN รายงานว่า ศาลฎีกาสหรัฐฯ แสดงความกังวลอย่างลึกซึ้งต่อการที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ใช้กฎหมายอำนาจฉุกเฉิน (International Emergency Economic Powers Act – IEEPA) ซึ่งมีถ้อยคำคลุมเครือ เพื่อออกมาตรการเรียกเก็บภาษีศุลกากรทั่วโลก โดยผู้พิพากษาหลายคนในฝ่ายอนุรักษนิยมได้ตั้งคำถามต่ออำนาจของฝ่ายบริหารในคดีที่อาจส่งผลกระทบกว้างขวางต่อเศรษฐกิจและขอบเขตอำนาจของประธานาธิบดี

ตลอดการไต่สวนยาวกว่า 2 ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในคดีเศรษฐกิจสำคัญที่สุดที่เข้าสู่ศาลสูงในรอบหลายปี ประธานศาลจอห์น โรเบิร์ตส์ และผู้พิพากษาเอมี โคนีย์ บาร์เร็ตต์ ได้ซักถามอย่างเข้มข้นเกี่ยวกับการตีความกฎหมายของรัฐบาล โดยเฉพาะประเด็นที่ฝ่ายบริหารอ้างว่าการเก็บภาษี ถือเป็นส่วนหนึ่งของการกำกับดูแลการนำเข้า (regulate importation) ภายใต้กฎหมาย IEEPA

โรเบิร์ตส์ตั้งข้อสังเกตว่ากฎหมายฉบับนี้จากทศวรรษ 1970 ไม่เคยถูกใช้เพื่อเก็บภาษีศุลกากรมาก่อน ทั้งที่สภาคองเกรสเคยมอบอำนาจให้ประธานาธิบดีปรับภาษีภายใต้กฎหมายอื่น ๆ โดยตรง ขณะที่บาร์เร็ตต์ถามกลับอัยการรัฐบาลว่า “มีตัวอย่างใดในประวัติศาสตร์ที่คำว่า regulate importation ถูกตีความให้หมายถึงการมีอำนาจเรียกเก็บภาษีหรือไม่”

ผู้พิพากษาเบร็ตต์ คาวานอห์ห์ ซึ่งมักเป็นเสียงชี้ขาดของศาล ได้หยิบยกกรณีในยุคประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน ปี 1971 ที่เคยเรียกเก็บภาษี 10% สำหรับสินค้านำเข้าทั้งหมด โดยอ้างอำนาจตามกฎหมาย Trading with the Enemy Act ซึ่งเป็นกฎหมายต้นแบบของ IEEPA เพื่อเปรียบเทียบว่าหากสภาคองเกรสไม่เห็นด้วยกับแนวทางนี้ เหตุใดจึงไม่แก้ไขถ้อยคำของกฎหมายในภายหลัง

อีกประเด็นสำคัญที่ศาลให้ความสนใจ คือคำถามว่าหากศาลตัดสินให้ทรัมป์แพ้คดี รัฐบาลสหรัฐจะต้องคืนเงินภาษีมูลค่ากว่า 90,000 ล้านดอลลาร์ที่เก็บไปแล้วอย่างไร โดยผู้พิพากษาบาร์เร็ตต์ถึงกับกล่าวว่า“มันจะกลายเป็นความยุ่งเหยิงครั้งใหญ่หรือไม่?” ซึ่งทนายฝ่ายผู้ฟ้องตอบว่าการคืนเงินให้ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจะเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนอย่างยิ่ง

ในขณะเดียวกัน ผู้พิพากษาฝ่ายเสรีนิยมทั้งสามคน ได้แก่ โซเนีย โซโตมายอร์, เอเลนา เคแกน และเคทันจี บราวน์ แจ็กสัน ต่างแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับฝ่ายบริหาร โดยเห็นว่ากฎหมาย IEEPA ถูกออกแบบมาเพื่อจำกัด ไม่ใช่ขยายอำนาจของประธานาธิบดีในยามฉุกเฉิน พร้อมตั้งคำถามต่อการที่รัฐบาลทรัมป์ใช้การประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ เพื่อรองรับนโยบายที่ก่อให้เกิดผลทางเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เช่น มาตรการภาษีดังกล่าว

ผู้พิพากษาเคแกนยังกล่าวเหน็บอย่างตรงไปตรงมาว่า “ในตอนนี้เรากำลังอยู่ในภาวะฉุกเฉินทุกเรื่อง ทุกเวลา ราวกับว่าครึ่งหนึ่งของโลกนี้อยู่ในวิกฤตถาวร”

ขณะเดียวกันหลายฝ่ายมองว่าคดีนี้จะเป็นบททดสอบสำคัญของหลักคำสอนคำถามใหญ่ (Major Questions Doctrine) ที่ศาลเคยใช้จำกัดอำนาจฝ่ายบริหารในสมัยประธานาธิบดีโจ ไบเดน เช่น การยกเลิกหนี้นักเรียนและการบังคับวัคซีนช่วงโควิด-19 ซึ่งอาจถูกนำมาใช้เทียบเคียงกับการขยายอำนาจฝ่ายบริหารในสมัยทรัมป์เช่นเดียวกัน

ผลการพิจารณาครั้งนี้อาจส่งผลต่อทั้งนโยบายการค้าและขอบเขตอำนาจของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในระยะยาว โดยคาดว่าศาลฎีกาจะมีคำตัดสินภายในกลางปี 2569

อ้างอิง : edition.cnn.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...