สรุป 5 ประเด็นเด่น ศาลสูงสหรัฐซักทรัมป์คดีภาษีศุลกากรโลก
สรุป 5 ประเด็นเด่น ศาลสูงสหรัฐซักทรัมป์คดีภาษีศุลกากรโลก จากศาลถึงเศรษฐกิจโลก คดีภาษีไม่ใช่แค่เรื่องการค้า แต่คือการชี้ชะตาประธานาธิบดีสหรัฐมีอำนาจเพียงใดภายใต้กฎหมายฉุกเฉิน
วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 เวลา 03.12 น. สำนักข่าว CNN รายงานว่า ศาลฎีกาสหรัฐฯ แสดงความกังวลอย่างลึกซึ้งต่อการที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ใช้กฎหมายอำนาจฉุกเฉิน (International Emergency Economic Powers Act – IEEPA) ซึ่งมีถ้อยคำคลุมเครือ เพื่อออกมาตรการเรียกเก็บภาษีศุลกากรทั่วโลก โดยผู้พิพากษาหลายคนในฝ่ายอนุรักษนิยมได้ตั้งคำถามต่ออำนาจของฝ่ายบริหารในคดีที่อาจส่งผลกระทบกว้างขวางต่อเศรษฐกิจและขอบเขตอำนาจของประธานาธิบดี
ตลอดการไต่สวนยาวกว่า 2 ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในคดีเศรษฐกิจสำคัญที่สุดที่เข้าสู่ศาลสูงในรอบหลายปี ประธานศาลจอห์น โรเบิร์ตส์ และผู้พิพากษาเอมี โคนีย์ บาร์เร็ตต์ ได้ซักถามอย่างเข้มข้นเกี่ยวกับการตีความกฎหมายของรัฐบาล โดยเฉพาะประเด็นที่ฝ่ายบริหารอ้างว่าการเก็บภาษี ถือเป็นส่วนหนึ่งของการกำกับดูแลการนำเข้า (regulate importation) ภายใต้กฎหมาย IEEPA
โรเบิร์ตส์ตั้งข้อสังเกตว่ากฎหมายฉบับนี้จากทศวรรษ 1970 ไม่เคยถูกใช้เพื่อเก็บภาษีศุลกากรมาก่อน ทั้งที่สภาคองเกรสเคยมอบอำนาจให้ประธานาธิบดีปรับภาษีภายใต้กฎหมายอื่น ๆ โดยตรง ขณะที่บาร์เร็ตต์ถามกลับอัยการรัฐบาลว่า “มีตัวอย่างใดในประวัติศาสตร์ที่คำว่า regulate importation ถูกตีความให้หมายถึงการมีอำนาจเรียกเก็บภาษีหรือไม่”
ผู้พิพากษาเบร็ตต์ คาวานอห์ห์ ซึ่งมักเป็นเสียงชี้ขาดของศาล ได้หยิบยกกรณีในยุคประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน ปี 1971 ที่เคยเรียกเก็บภาษี 10% สำหรับสินค้านำเข้าทั้งหมด โดยอ้างอำนาจตามกฎหมาย Trading with the Enemy Act ซึ่งเป็นกฎหมายต้นแบบของ IEEPA เพื่อเปรียบเทียบว่าหากสภาคองเกรสไม่เห็นด้วยกับแนวทางนี้ เหตุใดจึงไม่แก้ไขถ้อยคำของกฎหมายในภายหลัง
อีกประเด็นสำคัญที่ศาลให้ความสนใจ คือคำถามว่าหากศาลตัดสินให้ทรัมป์แพ้คดี รัฐบาลสหรัฐจะต้องคืนเงินภาษีมูลค่ากว่า 90,000 ล้านดอลลาร์ที่เก็บไปแล้วอย่างไร โดยผู้พิพากษาบาร์เร็ตต์ถึงกับกล่าวว่า“มันจะกลายเป็นความยุ่งเหยิงครั้งใหญ่หรือไม่?” ซึ่งทนายฝ่ายผู้ฟ้องตอบว่าการคืนเงินให้ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจะเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนอย่างยิ่ง
ในขณะเดียวกัน ผู้พิพากษาฝ่ายเสรีนิยมทั้งสามคน ได้แก่ โซเนีย โซโตมายอร์, เอเลนา เคแกน และเคทันจี บราวน์ แจ็กสัน ต่างแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับฝ่ายบริหาร โดยเห็นว่ากฎหมาย IEEPA ถูกออกแบบมาเพื่อจำกัด ไม่ใช่ขยายอำนาจของประธานาธิบดีในยามฉุกเฉิน พร้อมตั้งคำถามต่อการที่รัฐบาลทรัมป์ใช้การประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ เพื่อรองรับนโยบายที่ก่อให้เกิดผลทางเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เช่น มาตรการภาษีดังกล่าว
ผู้พิพากษาเคแกนยังกล่าวเหน็บอย่างตรงไปตรงมาว่า “ในตอนนี้เรากำลังอยู่ในภาวะฉุกเฉินทุกเรื่อง ทุกเวลา ราวกับว่าครึ่งหนึ่งของโลกนี้อยู่ในวิกฤตถาวร”
ขณะเดียวกันหลายฝ่ายมองว่าคดีนี้จะเป็นบททดสอบสำคัญของหลักคำสอนคำถามใหญ่ (Major Questions Doctrine) ที่ศาลเคยใช้จำกัดอำนาจฝ่ายบริหารในสมัยประธานาธิบดีโจ ไบเดน เช่น การยกเลิกหนี้นักเรียนและการบังคับวัคซีนช่วงโควิด-19 ซึ่งอาจถูกนำมาใช้เทียบเคียงกับการขยายอำนาจฝ่ายบริหารในสมัยทรัมป์เช่นเดียวกัน
ผลการพิจารณาครั้งนี้อาจส่งผลต่อทั้งนโยบายการค้าและขอบเขตอำนาจของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในระยะยาว โดยคาดว่าศาลฎีกาจะมีคำตัดสินภายในกลางปี 2569
อ้างอิง : edition.cnn.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
- เปิด 5 ทางเลือกแผนสำรอง “ทรัมป์” หากศาลสูงสุดสหรัฐชี้ภาษีนำเข้าผิดกฎหมาย
- ศาลสูงสหรัฐ เตรียมชี้ชะตา “ภาษีทรัมป์” รัฐบาลทรัมป์มั่นใจไม่ถูกยกเลิก
- คดีชี้ชะตาอำนาจ “ทรัมป์” ศาลสูงฯ ถกดุ ปมใช้กฎหมายฉุกเฉินเก็บภาษีศุลกากรทั่วโลก
- "ทรัมป์" เตือนหายนะระดับประเทศ หากศาลฎีกายกเลิกภาษีทั่วโลก ชี้ทำเพื่อปกป้องเศรษฐกิจโลก