โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดจักรวาล ‘แม่ตุ๊ก’ ในวันที่ไม่ใช่แค่ ‘แม่ตุ๊ก Little Monster’แต่เป็นเจ้าของธุรกิจสกินแคร์ มัทฉะ ฯลฯ

Capital

อัพเดต 18 ธ.ค. 2568 เวลา 07.55 น. • เผยแพร่ 18 ธ.ค. 2568 เวลา 07.47 น. • Insight

ถ้าพูดถึง ‘แม่ตุ๊ก–นิรัตน์ชญา การุณวงศ์วัฒน์’ หรือที่รู้จักกันในนาม ‘แม่ตุ๊ก Little Monster’ ครีเอเตอร์สายแม่และเด็กยุคบุกเบิก หลายคนน่าจะเชื่อมโยงความเป็นแม่ตุ๊กกับการเป็นแม่ของเด็กหญิง ‘จิน’ และ ‘เรนนี่’ ที่คอยแชร์วิธีเลี้ยงลูก การสอนลูกให้พูดภาษาอังกฤษ ไปจนถึงชีวิตครอบครัวที่หลายคนยกย่องเป็นแบบอย่าง

แต่ปัจจุบัน หากใครยังติดตามแม่ตุ๊กและช่อง Little Monster เราจะเห็นความเปลี่ยนแปลงในหลายแง่มุม ทั้งด้านคอนเทนต์ บทบาทของแม่ตุ๊ก รวมไปถึงสินค้าต่างๆ ที่แม่ตุ๊กสร้างสรรค์ออกมา ก็ขยายไลน์สินค้าไปมากกว่าการเป็นสินค้าแม่และเด็ก แต่เป็นสินค้าเพื่อพัฒนาตัวเองและสินค้าที่เหมาะกับวัยรุ่นซึ่งกำลังซุ่มพัฒนากับลูกสาวที่เข้าสู่วัยใหม่อย่างจิน

Recap ตอนนี้จึงอยากพาไปสำรวจจักรวาล ‘แม่ตุ๊ก’ ในวันที่เปลี่ยนผ่านสู่บทบาทใหม่ๆ ไปจนถึงธุรกิจภายใต้ระบบนิเวศที่เกิดขึ้นจาก ‘ตัวตน’ ที่เปลี่ยนไป เป็น Creator-led Brand Ecosystem ที่พัฒนาไปตามช่วงชีวิตของทั้งแม่และลูก

1. Personal Brand Evolution การเติบโตของ ‘แม่ตุ๊ก’ จาก ‘แม่ตัวอย่าง’ เป็น ‘บุคคลตัวอย่าง’

แม่ตุ๊กเคยเล่าว่าเธอฝันอยากมีธุรกิจของตนเองตั้งแต่เด็กๆ เริ่มตั้งแต่ประถมที่หยิบจับของในบ้านไปขายเป็นของมือสอง เมื่อเข้าสู่ช่วงทำงานประจำเป็นกราฟิกดีไซเนอร์ก็รับงานนอกจนทำเป็นแบรนด์แยกของตนเอง ก่อนเลิกไปและเริ่มทำขนมขาย จนกระทั่งเกิดจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิต นั่นคือธุรกิจที่ชื่อว่า Little Monster

https://www.tiktok.com/@tuklittlemonster?lang=en

จุดเริ่มต้นของ Little Monster คือแม่ตุ๊กในบทบาท ‘คุณแม่’ ที่เล่าความพยายามเลี้ยงลูกแบบอบอุ่นและจริงใจ การเรียนรู้เรื่องความรักตัวเอง และการกลับมาดูแลชีวิตตัวเองหลังช่วงยากๆ

คอนเทนต์เหล่านั้นมีความเชื่อมโยงกับลูกสาวอย่างน้องจินและน้องเรนนี่ ตั้งแต่คลิปจินที่สนทนาในรถกับพ่อเหว่งอย่างสนุกสนาน คอนเทนต์สอนเรนนี่พูดภาษาอังกฤษ คอนเทนต์ที่ชวนเรนนี่และจินมาสะท้อนมุมมองความคิดที่ผู้ใหญ่หลายคนต่างก็ชื่นชม

เมื่อเวลาผ่านไป จินและเรนนี่ย่อมเติบโตขึ้น จากเรนนี่สายกิน ก็เป็นเรนนี่ที่รักการทำอาหาร จากจินที่ชอบวาดรูป ก็ได้ไปแคมป์ด้านศิลปะที่ต่างประเทศ และแน่นอนว่าเด็กๆ ย่อมต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้น นั่นเองเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่คอนเทนต์ในช่องเริ่มสะท้อนตัวตนของแม่ตุ๊กชัดเจนขึ้น พร้อมๆ กับการมาถึงของโลก TikTok ที่ครีเอเตอร์แต่ละคนในช่องต่างๆ ต่างก็มีแอ็กเคานต์ย่อยๆ เป็นของตัวเอง

แม่ตุ๊กเริ่มทำคอนเทนต์ที่แชร์ให้เห็นถึงความชอบส่วนตัว การดูแลใจ การบาลานซ์บทบาทแม่ ผู้หญิง และมนุษย์ ทำให้เธอเริ่มเปลี่ยนผ่านบทบาทจาก role model คุณแม่ เป็น role model ผู้ใหญ่คนหนึ่งที่น่านำเป็นตัวอย่าง โดยไม่ต้องพึ่งพาความน่ารักของเด็กๆ อย่างเดียวเหมือนในยุคแรก นี่คือการเติบโตของตัวบุคคลที่ตั้งต้นให้ทั้งเพจและแบรนด์สินค้าเติบโตตาม

2. Creator-led Brand Ecosystem เมื่อคอนเทนต์ กลายเป็นระบบนิเวศทางธุรกิจ

เมื่อฐานผู้ติดตามโตขึ้น ความเชื่อใจของแฟนๆ ก็สะสมเป็นรากฐานของการทำธุรกิจ สมัยเด็กๆ ยังเล็ก Little Monster ทำสินค้าแม่และเด็กออกมาวางขาย อย่างแฟลชการ์ด หนังสือภาพ บอดี้สูทเบบี๋

แม่ตุ๊กยังเคยทำแบรนด์ Happy Munchy ขนมและอาหารสำหรับเด็กจากการที่จินทานยาก โดยตั้งต้นกับหุ้นส่วนอีก 2 คนก่อนที่แม่ตุ๊กจะถอนตัวเองออกจากแบรนด์ นอกจากนั้นยังมี บราวนี่จินเอง, pop bread และคุกกี้ที่ขายในร้าน Family Garden ของแม่หรือคุณยายของเด็กๆ

รูป : @seen.seenofficial

รูป : @seen.seenofficial

เมื่อเด็กๆ เริ่มโต และแม่ตุ๊กเริ่มทำช่องของตัวเองพร้อมแชร์คอนเทนต์ในแบบที่เป็นตัวเอง จึงเกิดเป็นธุรกิจใหม่อย่าง SEEN แบรนด์ที่เน้นให้ผู้คนกลับมามองเห็นคุณค่าของตัวเองและได้ดูแลตัวเองทั้งกายและใจอีกครั้ง มีทั้งอาหารเสริมที่ช่วยดูแลใจและร่างกายที่พัฒนามาจาก pain point ของแม่ตุ๊กเอง สมุดบันทึก มาส์กหน้า ไปจนถึงมอยส์เจอไรเซอร์ ซึ่งแต่ละหมวดดูจะเป็นสินค้าคนละกลุ่ม ทว่าสินค้าเหล่านี้กลับเชื่อมโยงกันอย่างไร้ที่ติ คือเป็นสินค้าที่ทำให้ผู้คนได้ ‘seen’ หรือกลับมาเห็นคุณค่าของตัวเองอีกครั้งหนึ่ง

ไม่นานมานี้ยังมี Hi Matcha Girlies ที่เกิดจากความหลงใหลในมัทฉะของแม่ตุ๊กซึ่งแม้จะยังไม่ได้วางขาย แต่ก็ได้ร่วมมือกับทาง After You คิดค้นเมนูมัทฉะวางขาย

การแตกแบรนด์ภายใต้ความเป็นแม่ตุ๊กยังพัฒนาได้อีก เมื่อจิน ลูกสาวคนโตที่ทำให้เกิดช่อง Little Monster ก้าวเข้าสู่วัยรุ่น ก่อกำเนิดแบรนด์ SAYSO สกินแคร์และเครื่องสำอางสำหรับวัยรุ่น ที่แม้ตอนนี้จะยังไม่ launch แต่ก็เริ่มสร้างพื้นที่ทดลองคอนเทนต์แล้ว ได้เปรียบทั้งในเชิงการรีเสิร์ชและพัฒนาสินค้า เพราะเปิดให้จินและเพื่อนๆ รวมถึงคนทางบ้านได้ร่วมแสดงความเห็นและสิ่งที่ต้องการ ขณะเดียวกันก็ได้สร้าง brand awareness ให้คนติดตามซื้อสินค้า เอาใจช่วยในการพัฒนาไปในตัว

ไม่ว่าจะ Little Monster, SEEN, Hi Matcha Girlies หรือ SAYSO ต่างก็อยู่ภายใต้ร่มเดียวกัน คือการพัฒนาสินค้าจากประสบการณ์จริงของครอบครัว ระบบนิเวศที่แม่ตุ๊กสร้างจึงไม่ใช่แค่การขายของ แต่เป็นการเชื่อมคาแร็กเตอร์ คอนเทนต์ คอมมิวนิตี้ และสินค้าเข้าด้วยกันอย่างต่อเนื่อง

3. Community-driven Branding คอมมิวนิตี้ที่ทำให้แบรนด์เติบโตไปพร้อมชีวิตจริง

สิ่งที่ Little Monster และแม่ตุ๊กทำได้ดีมากคือการสร้าง ‘พื้นที่ปลอดภัย’ ให้แม่ๆ และผู้ติดตามรู้สึกว่าเข้าใจกัน แม้จะไม่เคยพบหน้า ความสัมพันธ์แบบนี้ทำให้ผู้ติดตามยอมรับการเติบโตของเพจไปพร้อมกับครอบครัว นั่นคือเข้าใจแบบไม่ตัดสิน, เลี้ยงลูกแบบกล้าลอง, สอนเรื่องการเคารพตัวเอง และแชร์ชีวิตจริงมากกว่าชีวิตที่แสนเพอร์เฟกต์ คอมมิวนิตี้แบบนี้คือพลังสำคัญที่ทำให้สินค้าใหม่ๆ ยังมีพื้นที่เติบโตเสมอ

สำหรับบทบาทเจ้าของธุรกิจนี้ แม่ตุ๊กยังเคยแชร์บทเรียนสำคัญไว้ว่า “เราไม่สามารถทำงานคนเดียวได้ และความยากที่สุดของคนเป็นเจ้าของก็คือต้องเรียนรู้ที่จะพักให้เป็น”

Little Monster จึงเป็นตัวอย่างของครีเอเตอร์ที่ใช้ความเรียลและความไม่ยึดติดมาสร้างแบรนด์ได้อย่างลึกซึ่งและยืนยาว ตั้งแต่การสื่อสาร การเติบโตของตัวตนคนเป็นแม่ การเติบโตของลูกๆ การเคารพพื้นที่ในครอบครัว ไปจนถึงการสร้างสินค้าและธุรกิจที่ลิงก์จากเรื่องจริงทั้งหมด

Little Monster จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่เพจครอบครัวอีกต่อไป แต่เป็น ‘แบรนด์’ ที่มี ‘ชีวิต’ ที่คนดูรู้สึกผูกพัน และเติบโตไปพร้อมกันในทุกช่วงวัย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...