บ้านสมเด็จโพลล์ ชี้ คนกรุงมองไทย-กัมพูชา 'ขัดแย้ง' ชี้นโยบายมีผลเลือก ส.ส.
วันนี้ (4 มกราคม 2569) ศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ได้ดำเนินโครงการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับไทย-กัมพูชา โดยเก็บจากกลุ่มตัวอย่างจากประชาชนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร
โดยมีการเก็บข้อมูลในจังหวัดกรุงเทพมหานคร จำนวนทั้งสิ้น 1,145 กลุ่มตัวอย่าง เก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 23 – 26 ธันวาคม 2568 ซึ่งกลุ่มตัวอย่างในการสำรวจครั้งนี้ใช้เกณฑ์ตารางสำเร็จรูปของ Taro Yamane กำหนดว่าประชากรเกิน 100,000 คนต้องการความเชื่อมั่น 95% และความผิดพลาดไม่เกิน 3% ต้องใช้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,111 กลุ่มตัวอย่าง
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สิงห์ สิงห์ขจร ประธานคณะกรรมการศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ กล่าวว่า ผลการสำรวจในครั้งนี้ต่อสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาปี 2568 โดยจังหวัดที่มีพื้นที่ติดต่อกับพรมแดนกัมพูชาประกอบไปด้วยจังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสระแก้ว จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดตราด
จากการสำรวจความคิดเห็นสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา มองภาพความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชา การติดตามข่าวสารเรื่องความสัมพันธ์ ไทย-กัมพูชา ประเด็น ไทย-กัมพูชา ที่ประชาชนจดจำ นโยบายด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทย-กัมพูชา มีผลต่อการตัดสินใจเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร ในวันที่ 8 ก.พ. 69 และการจัดการความสัมพันธ์กับกัมพูชา โดยมีข้อมูลที่น่าสนใจดังต่อไปนี้
กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มองภาพความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชา ในปัจจุบัน อันดับแรกคือ มีความขัดแย้ง 62.5% อันดับสองคือ เป็นคู่ขัดแย้ง 17.3% อันดับที่สามคือ เป็นมิตรที่ดี 12.1% และอันดับสุดท้ายคือ เป็นปกติ 8.1%
และมีการติดตามข่าวสารเรื่องความสัมพันธ์ ไทย-กัมพูชา อันดับแรกคือ ติดตามบ้าง 44.1% อันดับสองคือ ติดตามตลอด 42.2% และอันดับสุดท้ายคือ ไม่ค่อยติดตาม 13.7%
ขณะที่ประเด็น ไทย-กัมพูชา กลุ่มตัวอย่างนึกถึงในประเด็น
- กรณีพิพาท พื้นที่ทับซ้อน 37.4%
- แก๊งคอลเซ็นเตอร์ อาชญากรรมข้ามชาติ 30.4%
- แรงงานต่างด้าวและการค้าชายแดน 15%
- ปัญหาการทับซ้อนด้านวัฒนธรรม 14.9%
- การท่องเที่ยวระหว่างประเทศ 2.3%
ด้านนโยบายด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทย-กัมพูชา มีผลต่อการตัดสินใจเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร ในวันที่ 8 ก.พ. 69 กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่คิดว่า
- มีผลมาก 53.5%
- ผลปานกลาง 30.2%
- ไม่มีผล 16.3%
กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่อยากให้รัฐบาลใหม่มีนโยบาย ในการจัดการความสัมพันธ์กับกัมพูชา
- รักษาอธิปไตยและไม่ให้มีภัยคุกคามต่อประเทศไทย 41.6%
- แก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่อยู่ในประเทศกัมพูชา 31.1%
- ส่งเสริมการค้าชายแดนและการท่องเที่ยวร่วมกัน 17.1%
- กรณีพิพาท พื้นที่ทับซ้อน 10.2%