โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

คง 4 หุ้น! ชูปันผลสู้ SET

หุ้นวิชั่น

อัพเดต 14 ธ.ค. 2568 เวลา 19.25 น. • เผยแพร่ 15 ธ.ค. 2568 เวลา 00.13 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้น

หุ้นวิชั่น - บทวิเคราะห์ บล. ดาโอ ระบุว่า คาดการณ์ทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้: ดัชนีฯ ผันผวนจากความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ แม้ตลาดหุ้นทั่วโลกจะได้รับปัจจัยบวกจากการลดดอกเบี้ยของ Fed และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีน แต่ตลาดหุ้นไทยกลับเผชิญแรงกดดันเฉพาะตัวจากการ “ยุบสภาฯ” ของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เพื่อหลีกเลี่ยงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งส่งผลให้ไทยเข้าสู่สภาวะ “สุญญากาศ” ทางการบริหารที่มีรัฐบาลรักษาการยาวนานประมาณ 5-6 เดือน กระทบความเชื่อมั่นนักลงทุนและโครงการภาครัฐ นอกจากนี้สถานการณ์ตึงเครียดชายแดนไทย-กัมพูชา ยังเป็นปัจจัยลบที่ต้องจับตาใกล้ชิด กรอบการเคลื่อนไหวดัชนีฯ สัปดาห์นี้ประเมินไว้ที่ 1242-1265 จุด

ปัจจัยในประเทศ:

• ทิศทางการเมืองไทย: ตลาดหุ้นไทยเผชิญความกดดันจากการเมืองภายใน ติดตามวันนี้ (15 ธ.ค.) กกต. เคาะวันเลือกตั้ง พร้อมกับการประกาศแคนดิเดตนายกฯ ของแต่ละพรรคการเมืองในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งรัฐบาลชุดนี้คาดว่าจะทำหน้าที่รักษาการต่ออีก 5-6 เดือน ความไม่แน่นอนในช่วงระหว่างการเลือกตั้งรวมถึงมาตรการที่ถูกแช่แข็ง เป็นปัจจัยกดดัน และกระทบกับความเชื่อมั่นในการบริหารประเทศ …. กระทบกับหุ้นกลุ่มรับเหมาฯ หรือ รับงานภาครัฐฯ แต่หุ้นทีได้ประโยชน์เล็กน้อย ได้แก่ กลุ่ม defensive หรือหุ้นที่เป็นกลุ่ม High Dividend (หุ้นธนาคาร)

• ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา: ปัญหาชายแดนยังเป็นปัจจัยต่อเนื่องที่ต้องเฝ้าระวัง

• กระประชุมธนาคารกลาง: สัปดาห์นี้ตลาดจับตาผลการประชุมธนาคารกลางนัดส่งท้ายปี โดย กนง. (17 ธ.ค.) มีลุ้นลดดอกเบี้ยช่วยเศรษฐกิจตาม Fed ที่ประกาศปรับลดไปแล้วก่อนหน้านี้ ขณะที่ BOJ เตรียมขึ้นดอกเบี้ยสวนทางโลก ซึ่งคาดว่าค่าเงินจะมีความผันผวน เงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าลงจากที่ปัจจุบันแข็งค่าแตะระดับ 31.6 บาท/ดอลลาร์ ส่วนค่าเงินเยนล่าสุดอ่อนค่า 155.84 เยน/ดอลลาร์ คาดว่าจะแข็งค่าขึ้นหากปรับดอกเบี้ยขึ้นตามตลาดคาด

• สุดสัปดาห์นี้ (19 ธ.ค.) FTSE SET Index Series Semi-Annual Review จะมีการทำ Rebalance โดยนำหุ้น THAI เข้าคำนวณ FTSE SET Large-Cap Index และดึง AWC ไปไว้ที่ FTSE SET Mid-Cap Index เราประเมินว่า นอกจากหุ้นเข้า-ออก ในแต่ละ class ของ FTSE จะเคลื่อนไหวมากกว่าปกติ แต่อาจทำให้ปริมาณการซื้อขายหุ้นขนาดใหญ่ ที่อิง FTSE SET Index ขยับตัวตามไปด้วย

• Fund Flow/เงินบาท: ข้อมูลวันที่ 12 ธ.ค. นักลงทุนต่างชาติ ในตลาดหุ้นไทย (SET+MAI) ขายสุทธิ 1,252 ล้านบาท, สำหรับข้อมูลในตลาดตราสารหนี้ ขายสุทธิ 2,335 ล้านบาท, ด้านค่าเงินบาทปิด ที่ระดับ 31.61 บาท/ดอลลาร์

ปัจจัยต่างประเทศ

• ตลาดหุ้นเอเชียโดยรวมปรับตัวสูงขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากปัจจัยบวกหลายประการพร้อมกัน ได้แก่ การคาดการณ์ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในสัปดาห์หน้า, คำมั่นสัญญาของจีนที่จะยังคงใช้นโยบายพยุงเศรษฐกิจต่อไป และการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่สามติดต่อกัน ซึ่งช่วยกระตุ้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลก

• ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีแนวโน้มจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 19 ธ.ค. สู่ระดับ 0.75% ซึ่งอาจทำให้ค่าเงินเยนแข็งค่าและเกิดแรงเทขายทำกำไรในสินทรัพย์เสี่ยงเอเชียบางส่วน (Unwinding Yen Carry Trade)

• รัสเซีย-ยูเครน : ยังอยู่ในช่วงของการเจรจาตามแผน 20 ข้อ แผนสันติภาพในยูเครนที่สหรัฐฯ เป็นตัวกลางก็สร้างความกังวลให้แก่ชาติยุโรปว่าอาจเอื้อประโยชน์ให้รัสเซีย

• การสั่งแบน Tiktok ของทรัมป์: คำสั่งแบน Tiktok ของปธน. กำลังจะครบกำหนด 16 ธ.ค.นี้ หลังก่อนหน้านี้ได้เลื่อนการแบนมาแล้วกว่า 4 ครั้งในปีนี้ เพื่อผลักดันนดีลขายกิจการ TikTok ในสหรัฐฯ ให้กลุ่มทุนพันธมิตรนำโดย Oracle …. ซึ่งคาดว่าการแบน Tiktok จะยังคงถูกเลื่อนออกไปเป็นระยะ จนกว่ากระบวนการจะเสร็จสมบูณ์ ซึ่งครั้งนี้ก็คาดว่าจะเลื่อนอีกเช่นกัน

• ราคาน้ำมันโลก: สหรัฐฯ ออกมาตรการคว่ำบาตรเวเนซุเอลารอบใหม่ มุ่งเป้าไปที่เครือญาติผู้นำและเรือขนส่งน้ำมัน ซึ่งสร้างความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มเติม กดดันต่อราคาน้ำมันให้ดีดตัวขึ้น แต่โดยรวมยังมีแรงกดดันจากภาวะอุปทานล้นตลาดอยู่

ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event

• 15 ธ.ค.: TH-กกต.ประกาศวันเลือกตั้ง

• 16 ธ.ค.: US-Unemployment Rate

• 16 ธ.ค.: US-Change in Nonfarm Payrolls

• 16 ธ.ค.: US-สิ้นสุดการแบน Tiktok ของปธน. ทรัมป์

• 17 ธ.ค.: JN-Exports YoY

• 17 ธ.ค.: TH-BoT Benchmark Interest Rate

• 18 ธ.ค.: US-CPI, Core CPI YoY

• 19 ธ.ค.: JN-BOJ Target Rate

กลยุทธ์การลงทุน

• ประเมินว่าตลาดหุ้นไทยยังขาดปัจจัยบวกใหม่และถูกกดดันจากความไม่แน่นอนทางการเมือง รวมถึงความเสี่ยงบริเวณชายแดน ทำให้ Upside จำกัด กลยุทธ์หลักยังคงเน้น “ตั้งรับ” และถือเงินสดเพิ่มขึ้น รอความชัดเจนหลังวันเลือกตั้งถูกกำหนด

• เงินบาท ที่แข็งค่า (31.61 บาท/ดอลล่าร์) จะช่วยลดแรงขายของนักลงทุนต่างประเทศได้ระดับหนึ่ง หลังการเมือง-สถานการณ์ไทย-กัมพูชา ทำให้เกิดแรงกระเพื่อมในตลาดหุ้น อย่างไรก็ตาม เงินบาท ที่แข็งค่า จะกระทบรายได้ของหุ้นกลุ่มส่งออก แต่จะดีต่อหุ้นโรงไฟฟ้า ที่ได้อานิสงค์จากราคา Gas ในตลาดโลกที่ปรับตัวลงด้วย

• หุ้นกลุ่มธนาคาร แม้จะมีความกังวลเรื่องดอกเบี้ยขาลง แต่ด้วย Valuation ที่ไม่แพงและการจ่ายเงินปันผลที่สม่ำเสมอ จึงเป็นเป้าหมายของเม็ดเงินลงทุนในภาวะตลาดผันผวน (Safe Haven)

• ภาวะตลาดที่ไม่เอื้ออำนวย ทำให้กลยุทธ์ื้อหุ้นปันผลสูงมักจะถูกใช้เพื่อหลบความผันผวน และเข้าสู่ฤดูกาลของการเก็บหุ้นเพื่อรับเงินปันผล แนะนำ PTTEP, ADVANC*, SAT, PTT*, SCB, KTB

• หุ้นในพอร์ตแนะนำ: คง4 หุ้นทั้งหมดไว้ หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย TTB (10%), PTTEP(10%), ADVANC*(10%), SCB(10%)

Technical : TIDLOR, BCPG

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...