โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ทภ.2 สรุปเหตุการณ์ชายแดนล่าสุด

News In Thailand

เผยแพร่ 16 ธ.ค. 2568 เวลา 03.26 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
ทภ.2 สรุปเหตุการณ์ชายแดนล่าสุด

วันที่ 16 ธันวาคม 2568 กองทัพภาคที่ 2 รายงานสรุปสถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ประจำวันที่ 15 ธันวาคม 2568 โดยระบุว่าฝ่ายกัมพูชาเริ่มเปิดฉากยิงเข้ามายังฝ่ายไทยตั้งแต่เวลา 02.13 น. ต่อเนื่องจนถึงเวลา 22.00 น. ในหลายพื้นที่แนวรบ

ชายแดนด้านจังหวัดอุบลราชธานี แนวรบช่องบก ภาพรวมสถานการณ์ตลอดทั้งวันยังอยู่ในภาวะปกติ พบเพียงการตรวจพบอากาศยานไร้คนขับของฝ่ายตรงข้ามเป็นระยะในช่วงเย็นและค่ำ ฝ่ายไทยได้ใช้การลาดตระเวนทางอากาศและการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยไม่พบการปะทะขนาดใหญ่

แนวรบช่องอานม้า เป็นอีกพื้นที่ที่มีการปะทะอย่างเข้มข้น ฝ่ายไทยดำเนินปฏิบัติการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง เข้าตีและเคลียร์พื้นที่เป้าหมาย มีการปะทะด้วยปืนเล็กยาว ปืนใหญ่ และอาวุธต่อสู้รถถัง ฝ่ายไทยสามารถควบคุมที่หมายได้ตามแผน และเสริมกำลังเพื่อสร้างความมั่นคงในพื้นที่

ชายแดนจังหวัดศรีสะเกษ แนวรบพื้นที่ซำแต โดนตรวล ภูผี สัตตะโสม พนมประสิทธิโส และช่องตาเฒ่า มีรายงานข่าวกรองว่าฝ่ายกัมพูชาอนุมัติการใช้จรวด RM-70 โดยมีเป้าหมายในหลายจุดสำคัญ ฝ่ายไทยได้ตอบโต้ด้วยการทำลายโรงจอดรถของฝ่ายกัมพูชาจำนวน 12 คัน บริเวณแยกสวายจรุม ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้และการระเบิดหลายครั้ง

นอกจากนี้ ฝ่ายไทยได้ใช้อากาศยาน F-16 ทิ้งระเบิดโจมตีที่ทำการกองพันสนับสนุน 371 และยิงทำลายที่ทำการตำรวจตระเวนชายแดน 795 ของฝ่ายกัมพูชา จนได้รับความเสียหายประมาณร้อยละ 80

แนวรบพื้นที่ผามออีแดง-ห้วยตามาเรีย มีการปะทะกันเป็นระยะด้วยปืนเล็กยาว ขณะที่แนวรบภูมะเขือ-โดนเอาว์ ฝ่ายไทยสามารถทำลายเสาสัญญาณสื่อสารของฝ่ายกัมพูชา บริเวณช่องโดนเอาว์ และใช้ปืนใหญ่ยิงต่อต้านการยิงปืนใหญ่จากฝ่ายตรงข้ามเป็นช่วง ๆ

ช่วงเย็นตรวจพบโดรนจำนวนมากในหลายพื้นที่ สะท้อนถึงความพยายามของฝ่ายกัมพูชาในการลาดตระเวนและกดดันทางอากาศ ส่วนแนวรบช่องสะงำ ยังไม่มีการสู้รบ อยู่ในสถานะเฝ้าระวัง

ชายแดนจังหวัดสุรินทร์ แนวรบช่องจอม ช่องเปรอ และช่องระยะ ฝ่ายไทยใช้กลยุทธ์เชิงรุก ยิงข่มและทำลายเป้าหมายสำคัญของฝ่ายกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง สามารถเข้าควบคุมพื้นที่ช่องระยะได้อย่างสมบูรณ์ พร้อมเสริมกำลังรักษาความมั่นคง

ฝ่ายไทยยังใช้โดรนทิ้งระเบิดและปืนใหญ่โจมตีที่ตั้งทหารกัมพูชาและจุดต้องสงสัยหลายแห่ง ประเมินว่าฝ่ายตรงข้ามได้รับความเสียหายสูง แนวรบพื้นที่คนา ฝ่ายไทยสามารถยึดและควบคุมพื้นที่ พร้อมเสริมความมั่นคงได้แล้ว

แนวรบพื้นที่ตาควาย มีการปะทะอย่างหนัก ทหารกัมพูชาใช้ปืนกลและจรวดหลายลำกล้อง BM-21 ยิงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงโจมตีพื้นที่ปราสาทตาควายและเนิน 350 พร้อมใช้โดรน FPV โจมตีฐานทหารหลายครั้ง อย่างไรก็ตาม ฝ่ายไทยยังสามารถยึดพื้นที่เป้าหมายสำคัญและเร่งเสริมความมั่นคงได้

รายงานยังระบุข้อสังเกตสำคัญว่า ทุกครั้งที่ฝ่ายกัมพูชาใช้ BM-21 จะมีโดรน FPV บินเข้ามาควบคู่กันหลายลำ แสดงถึงการประสานการยิงกับอากาศยานไร้คนขับอย่างเป็นระบบ

แนวรบช่องกร่าง ทั้งสองฝ่ายมีการยิงปืนใหญ่เป็นระยะ มีกระสุน BM-21 ตกในหลายพื้นที่ รวมถึงการยิงจากทิศใต้เข้ามายังช่องเสม็ดและปราสาทตาเมือน แม้ฝ่ายไทยจะยึดครองและสถาปนาความมั่นคงในพื้นที่ปราสาทตาควายแล้ว แต่ยังคงถูกโจมตีด้วยอาวุธหนักอย่างต่อเนื่อง

แนวรบพื้นที่ตาเมือนธม ช่วงเช้ามืดตรวจพบความเคลื่อนไหวของยานพาหนะฝ่ายตรงข้าม และมีการยิงอาวุธวิถีโค้งใส่ฝ่ายไทย ก่อนที่ฝ่ายไทยจะยิงโต้ตอบจนฝ่ายกัมพูชายุติการยิง

ชายแดนจังหวัดบุรีรัมย์ แนวรบช่องสายตะกู มีการยิงตอบโต้กันเป็นระยะด้วยปืนครกและปืนเล็กยาว และบางช่วงมีการยิงปืนใหญ่อย่างหนาแน่น

สรุปภาพรวม สถานการณ์ชายแดนยังคงมีการปะทะเป็นช่วง ๆ ในหลายพื้นที่สำคัญ โดยเฉพาะแนวรบตาควายและช่องอานม้า ฝ่ายกัมพูชาใช้จรวด BM-21 ปืนใหญ่ เครื่องยิงลูกระเบิด และโดรน FPV เป็นหลัก ขณะที่ฝ่ายไทยดำเนินการรุกอย่างเป็นระบบ ใช้ปืนใหญ่ การเข้าตีภาคพื้น และโดรนทิ้งระเบิด เพื่อทำลายที่ตั้งและโครงสร้างการสื่อสารของฝ่ายตรงข้าม

ผลการปฏิบัติการโดยรวม ฝ่ายไทยสามารถควบคุมพื้นที่เป้าหมายสำคัญได้หลายจุด ลดขีดความสามารถในการสั่งการและการยิงของฝ่ายตรงข้ามลงอย่างมีนัยสำคัญ ขวัญกำลังพลยังอยู่ในเกณฑ์ดี แม้ช่วงค่ำหลายพื้นที่จะกลับสู่ภาวะปกติ แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังภัยจากโดรนและการโจมตีระยะไกลอย่างต่อเนื่องในระยะต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...