พฤษภาเลือด ปฏิกิริยา ร้อน ต่อ 'ผังล้มเจ้า' จาก สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล
ยุทธการแดงเดือด
พฤษภาเลือด
ปฏิกิริยา ร้อน ต่อ ‘ผังล้มเจ้า’
จาก สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล
ขณะที่ด้านหนึ่ง นปช.แดงทั้งแผ่นดิน มีมติเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2553 ระดมพลครั้งใหญ่ขับไล่รัฐบาลภายใต้ยุทธศาสตร์ “รวมพลแดงทั่วไทย ไล่ทรราชมือเปื้อนเลือด” นัดรวมพลที่แยกราชประสงค์ในวันที่ 20 เมษายน
บ่ายวันที่ 21 เมษายน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ยื่นฟ้อง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ต่อศาลแพ่ง
ขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวไม่ให้จำเลยทั้งสองสั่งการเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทหาร เข้าสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงบริเวณแยกราชประสงค์ และศาลแพ่งมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว
ให้จำเลยทั้งสอง คือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ดำเนิน การตามหลักสากลและดูแลความสงบใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก
วันที่ 23 เมษายน นปช.แดงทั้งแผ่นดิน ยื่นเงื่อนไขให้ยุบสภาภายใน 30 วัน
เวลาประมาณ 21.00 น.ของวันเดียวกัน “มติชน” บันทึกประเทศไทย ปี 2553 รายงานว่า กลุ่มคนกว่า 50 คน นำไม้ไผ่ปลายแหลมบุกเข้าไปภายในอาคารสิริกิติ์ (สก.) โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ อ้างว่าขอตรวจค้นอาคารผู้ป่วย
ส่งผลให้แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และผู้ป่วยต่างตกใจ
ต่อมา ในวันที่ 29 เมษายน “มติชน” บันทึกประเทศไทยระบุต่อไปว่า กลุ่มคนเสื้อแดงบุกเข้าค้นโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์อีกรอบ ทำให้ในวันรุ่งขึ้นทางโรงพยาบาลต้องย้ายผู้ป่วยกระจายไปโรงพยาบาลอื่นถึง 27 แห่ง
และต่อมาในวันที่ 1 พฤษภาคม สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์เพื่อทรงเยี่ยม สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ที่ยังทรงรับการรักษาอยู่ในโรงพยาบาลเพียงพระองค์เดียว
ทั้งนี้ ได้ทรงรับสั่งให้ย้ายสมเด็จพระสังฆราชไปยังโรงพยาบาลศิริราชเพื่อความปลอดภัย
ขณะเดียวกัน ความเคลื่อนไหวหนึ่งจากทางด้าน ศอฉ.สมควรต้องให้ความสนใจอย่างเป็นพิเศษในห้วงก่อนและภายหลังการบุกเข้าตรวจค้นโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ของคนเสื้อแดง
นั่นคือ การปล่อย “ผังล้มเจ้า” ออกมาในวันที่ 26 เมษายน 2553
“มติชน” บันทึกประเทศไทย ปี 2553 บันทึกเอาไว้ว่า เย็นวันที่ 26 เมษายน พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ. แถลงพร้อมกับนำแผนผัง “เครือข่ายขบวนการที่มีพฤติการณ์ส่อไปในทางล้มเจ้า” มาแจกจ่ายสื่อมวลชน
ทำให้ในวันต่อๆ มา ผู้ที่ถูกพาดพิงถึงออกมาตอบโต้ปฏิเสธข้อมูลของ ศอฉ.พร้อมทั้งแจ้งความหมิ่นประมาท
วันที่ 30 เมษายน พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย (พท.) แต่งเครื่องแบบทหารเต็มยศพร้อมคณะเดินทางไปยังกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์
(ร.11รอ.) บางเขน เพื่อเข้าชี้แจงกับ ศอฉ.ถึงกรณีถูกกล่าวหาว่าล้มสถาบัน
แต่ทาง ศอฉ.ให้ พล.อ.ชวลิตเข้าไปเพียงคนเดียว พล.อ.ชวลิต จึงยื่นเอกสารฝากผู้ออกมาต้อนรับแล้วเดินทางกลับ
หลังจากนั้น พล.อ.ชวลิตแถลงข่าวเสนอตั้งรัฐบาลเฉพาะกาลขึ้นมาแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น
หนังสือ “สู่สงครามกองโจร ล้มรัฐ! ล้มปืน! ล้มเจ้า” ฉบับสมบูรณ์ของกองบรรณาธิการที-นิวส์ ที่มีนายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม เป็นบรรณาธิการอำนวยการ อาจมีเป้าหมายเด่นชัดผ่านบทที่ 24
สรุป : แผนภูมิ “เครือข่ายล้มเจ้า” ชำแหละขบวนการล้มเจ้า-ก่อการร้ายที่แฝงตัวอยู่ในคนเสื้อแดง
แต่ก็ต้องยอมรับว่าได้ประมวล “ข้อมูลดิบ” บางข้อมูล ไม่ว่าจะของสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ไม่ว่าจะของธงชัย วินิจจะกูล ไม่ว่าจะของใจ อึ้งภากรณ์ อันเป็นอีกด้านของความเห็นเอาไว้อย่างน่าพิจารณา
แม้จะเป็นเพียงบางส่วนในลักษณะ “ตัดทอน” ก็มี “ความหมาย”
บทความชื่อ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ : กำลังแต่งภาพละครแขวนคอ” สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ซึ่งเป็น 1 ในผู้มีรายชื่ออยู่ในเอกสาร “เครือข่ายล้มเจ้า” เขียนขึ้นเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2553
ที่หนังสือ “สู่สงครามกองโจร ล้มรัฐ! ล้มปืน! ล้มเจ้า” คัดมาตีพิมพ์นำในบทความที่หน้า 295 คือ
“รัฐบาลประชาธิปัตย์ของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กำลังดำเนินการสร้างภาพ “ละครแขวนคอ” ชุดใหม่เพื่อเตรียมใช้กำลังติดอาวุธเข้าปราบผู้ชุมนุมที่ราชประสงค์
“ภาพละครแขวนคอ” ของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ครั้งนี้แม้หน้าตาภายนอกจะต่างออกไปจาก “ภาพละครแขวนคอ” ครั้งก่อน แต่เนื้อหาไม่ต่างกัน คือออกมาในรูปของ “แผนภูมิ” ของสิ่งที่รัฐบาลอภิสิทธิ์เรียกว่า “เครือข่ายล้มเจ้า”ที่เผยแพร่โดย ศอฉ.
ที่ไม่ต่างกันเลยก็คือ การใช้ข้อหาว่ามีการล่วงละเมิดสถาบันกษัตริย์เกิดขึ้นโดยที่ข้อหานั้นไม่เป็นความจริงเลย
(เช่นเดียวกับที่เคยมีการเล่นละครแขวนคอหุ่น หรือคนที่แต่งหน้าเป็นองค์รัชทายาทในสมัยนั้น ในปัจจุบัน ก็ไม่มี “เครือข่าย” เพื่อการ “ล้มเจ้า” แต่อย่างใด และจุดมุ่งหมายของ “ภาพละครแขวนคอ” ครั้งนี้ก็เหมือนกันกับครั้งก่อน
คือ เพื่อปูทาง เป็นข้ออ้างสำหรับการฆ่ากลางเมือง
ในความเห็นของ “กองบรรณาธิการที-นิวส์” นั่นคือ บางส่วนของบทความที่เขียนโดย สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล บทความชิ้นนี้สมศักดิ์พยายามเปรียบเทียบรัฐบาลประชาธิปัตย์เมื่อ 34 ปีก่อน (ที่นำโดย ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช และมีนายชวน หลีกภัย เป็นแกนสำคัญ)
กับรัฐบาลประชาธิปัตย์ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (ซึ่งถือนายชวนเป็น “ฮีโร”) ว่ากำลังทำสิ่งเดียวกัน
คือ สร้างสถานการณ์ปลุกระดมเพื่อที่จะเป็นข้ออ้างในการเข่นฆ่ากลางเมือง
โดยข้ออ้างที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเมื่อคราวเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ คือ “ภาพถ่ายการแสดงละครของนักศึกษาธรรมศาสตร์เพื่อประท้วงเหตุการณ์ที่มีช่างไฟฟ้านครปฐมสองคนที่กำลังร่วมกับขบวนการนักศึกษาขณะนั้นรณรงค์การต่อต้านการกลับมาของถนอมเพื้อฟื้นเผด็จการถูกแขวนคอตายอย่างสยดสยอง มาโฆษณาว่านักศึกษากำลังกระทำการดูหมิ่นองค์รัชทายาท”
ขณะที่ข้ออ้างในปัจจุบัน คือ “แผนภูมิ” ของสิ่งที่รัฐบาลอภิสิทธิ์เรียกว่า “เครือข่ายล้มเจ้า” ที่เผยแพร่โดย ศอฉ.
ซึ่งสมศักดิ์กล่าวว่าเป็นเหมือน “ภาพละครแขวนคอ” ที่ถูกสร้างขึ้นใหม่เพื่อใส่ร้ายกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดง (และอาจรวมถึงตัวของเขาเองด้วย) และเป็นการกล่าวหาที่ปราศจากข้อเท็จจริง
และ “ในสมัยนั้น ในปัจจุบันก็ไม่มี” เครือข่าย “เพื่อการ” ล้มเจ้า “แต่อย่างใด”
สอดรับกับที่ธงชัย วินิจจะกูล กล่าวในบทความ “เชื้อร้าย : เมื่อร่างกายทางการเมืองติดเชื้อแดง” ที่เขียนเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2553 ว่า ไม่ให้ราคาต่อ “แผนภูมิล้มเจ้า” ของ ศอฉ.เลย
ยิ่งเมื่อเปรียบเทียบกับกรณีบุกโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
“เหตุการณ์ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สะท้อนภาพวิกฤตการเมืองไทยในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี
มันอาจจะสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงให้กับเสื้อแดงได้มากยิ่งกว่าข้อกล่าวหาที่รัฐบาลกุขึ้นมาไม่กี่วันก่อนหน้านั้นว่าพวกเขาต้องการล้มเจ้าเสียอีก เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าว
เผยให้เห็นถึงแก่นความขัดแย้งทางสังคมและการเมืองในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อทางประวัติศาสตร์นี้ได้ดียิ่งกว่าข้อกล่าวหาเลื่อนเปื้อนเรื่องขบวนการล้มเจ้า
เราสามารถทำความเข้าใจประเด็นสถาบันกษัตริย์และประเด็นอื่นๆ ได้จากอุปมาของเหตุการณ์นี้ ตัวเหตุการณ์และการรับรู้เหตุการณ์นี้อาจทำหน้าที่เช่นเดียวกับภาพแขวนคอในเหตุการณ์สังหารหมู่ 6 ตุลาฯ
นั่นคือ มันช่วยโหมกระพือความเกลียดชังและความบ้าคลั่งอันอาจนำไปสู่การล้อมปราบอีกครั้งอย่างที่ข้อกล่าวหาขบวนการล้มเจ้าทำไม่สำเร็จ”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พฤษภาเลือด ปฏิกิริยา ร้อน ต่อ ‘ผังล้มเจ้า’ จาก สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly