โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ปี 2026 ตลาดการเงินโลก เผชิญแรงสั่นสะเทือนรอบด้าน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 06 ม.ค. เวลา 13.46 น. • เผยแพร่ 06 ม.ค. เวลา 06.46 น.

ปี 2026 ตลาดการเงินโลก เผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งภูมิรัฐศาสตร์ การเมืองสหรัฐ และนโยบายการเงินที่เริ่มแยกทาง ขณะกระแส AI ยังร้อนแรงแต่แฝงความเสี่ยงฟองสบู่

วันที่ 6 มกราคม 2569 เวลา 12.03 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ปี 2026 ถูกมองว่าเป็นอีกหนึ่งปีที่ตลาดการเงินโลกต้องเผชิญความไม่แน่นอนจากหลายปัจจัยพร้อมกัน ทั้งความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐ และทิศทางนโยบายการเงินที่เริ่มแตกต่างกันมากขึ้นระหว่างประเทศเศรษฐกิจหลัก ขณะเดียวกันกระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เติบโตอย่างร้อนแรง ก็กำลังก่อคำถามว่าตลาดหุ้นเทคโนโลยีกำลังเข้าใกล้ภาวะฟองสบู่หรือไม่

นักวิเคราะห์จาก Swissquote Bank เตือนว่าความเสี่ยงแบบหงส์ดำที่แท้จริงอาจไม่ได้มาจากปัจจัยที่ตลาดจับตาอยู่แล้ว แต่อาจเกิดจากมุมที่ถูกมองข้าม เช่น ช็อกเศรษฐกิจมหภาคที่ไม่คาดคิด หรือการเปลี่ยนนโยบายอย่างฉับพลันของรัฐบาลหรือธนาคารกลาง

ความเสี่ยงการเมือง-นโยบาย เรียงแถวกดดันตลาด

หนึ่งในเหตุการณ์สำคัญต้นปีคือ การเสนอชื่อประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คนใหม่ หลังวาระของเจอโรม พาวเวล จะสิ้นสุดในเดือนพฤษภาคม ท่ามกลางแรงกดดันจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการให้เฟดลดดอกเบี้ยมากขึ้น จนเกิดคำถามต่อความเป็นอิสระของธนาคารกลาง

นักกลยุทธ์ตลาดโลกของ eToro เตือนว่าความเสี่ยงที่ตลาดอาจประเมินต่ำเกินไปคือ เฟดผ่อนคลายนโยบายการเงินมากเกินความจำเป็น ซึ่งอาจปลุกเงินเฟ้อกลับมา และนำไปสู่การกลับลำนโยบายอย่างรุนแรงในภายหลัง

ขณะเดียวกันศาลฎีกาสหรัฐเตรียมพิจารณาความชอบด้วยกฎหมายของมาตรการภาษีฉุกเฉินของทรัมป์ และการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายนก็อาจเพิ่มความผันผวนให้ตลาดการเงิน

ด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความตึงเครียดทวีขึ้นหลังสหรัฐจับกุมผู้นำเวเนซุเอลา พร้อมส่งสัญญาณแข็งกร้าวต่อประเทศในภูมิภาค เช่น โคลอมเบีย เม็กซิโก และคิวบา ขณะที่ประเทศอย่างแคนาดาและกรีนแลนด์ก็ถูกจับตามองจากถ้อยแถลงของผู้นำสหรัฐ

ปีนี้ยังเป็นปีเลือกตั้งสำคัญในหลายประเทศตลาดเกิดใหม่ ตั้งแต่ฮังการีไปจนถึงลาตินอเมริกา ซึ่งอาจกลายเป็นแรงถ่วงหลังตลาดทำผลงานโดดเด่นในปี 2025

ตลาดหุ้นยังขึ้นได้ แต่ไม่แรงเหมือนเดิม

ผลสำรวจนักวิเคราะห์ชี้ว่า ตลาดหุ้นสหรัฐ ญี่ปุ่น และยุโรปยังมีแนวโน้มปรับขึ้นในปี 2026 แต่โอกาสทำผลตอบแทนร้อนแรงเท่าปีก่อนมีจำกัด โดยกว่าหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามคาดว่าจะเกิดการปรับฐานในช่วงหนึ่งของปี

ความเสี่ยงสำคัญคือการปรับฐานของหุ้น AI หลังมูลค่าพุ่งแรงจากความคาดหวังการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ขณะที่เริ่มมีความกังวลเรื่องผลตอบแทนจริงจากการลงทุนและระดับหนี้ของบริษัทเทคโนโลยีบางราย

นักวิเคราะห์ประเมินว่า ดัชนี S&P 500 อาจปิดปี 2026 แถว 7,490 จุด และ STOXX 600 ของยุโรปที่ 623 จุด ซึ่งหมายถึงการปรับขึ้นในระดับปานกลาง พร้อมสัญญาณว่าการลงทุนจะกระจายตัวออกจากหุ้นยักษ์ใหญ่สหรัฐมากขึ้น

ธนาคารกลางเดินคนละทิศ

ในปี 2026 ธนาคารกลางทั่วโลกเริ่มแยกเส้นทางชัดเจน เฟดอาจลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีก 2 ครั้ง ขณะที่ธนาคารกลางยุโรปมีแนวโน้มตรึงดอกเบี้ย ออสเตรเลียอาจขึ้นดอกเบี้ย และญี่ปุ่นคาดว่าจะปรับดอกเบี้ยขึ้นสู่ระดับ 1%

นักวิเคราะห์ชี้ว่าแม้เฟดจะมีความยืดหยุ่นมากกว่าเพราะมีพันธกิจคู่ แต่หากเงินเฟ้อกลับขึ้นเหนือ 3.5% ก็จะเป็นเส้นแดงที่ไม่อาจผ่อนคลายต่อได้

หนี้สูง-บอนด์ยีลด์ไม่ลงง่าย

แม้รัฐบาลสหรัฐหวังว่าการลดดอกเบี้ยจะช่วยลดภาระดอกเบี้ยประชาชน แต่ผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวยังทรงตัวในระดับสูง สะท้อนความกังวลต่อฐานะการคลังและการกระตุ้นเศรษฐกิจ

นักวิเคราะห์คาดว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ อายุ 10 ปี อาจขยับขึ้นเล็กน้อยในปลายปี 2026 ขณะที่เยอรมนีมีแนวโน้มตามทิศทางเดียวกัน ส่วนอังกฤษและญี่ปุ่นอาจเห็นผลตอบแทนลดลง

ดอลลาร์อ่อน คริปโทฯ ยังผันผวน

ฉันทามติของตลาดมองว่าเงินดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนค่า หลังทำผลงานแย่ที่สุดในรอบหลายปี ขณะที่เงินเยนคาดจะแข็งค่าขึ้น ส่วนยูโรและปอนด์ทรงตัว ด้านสินทรัพย์ดิจิทัลยังถูกจัดเป็นกลุ่มความเสี่ยงสูง บิตคอยน์แม้เคยทำสถิติสูงสุดใหม่ แต่ความผันผวนยังสูงตามการเคลื่อนไหวของหุ้นเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม การเข้ามาของนักลงทุนสถาบันและกองทุน ETF อาจช่วยหนุนอุปสงค์ในระยะยาว

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...