โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ผลวิจัย "อาถรรพ์รัก 7 ปี" ล่าสุดลดเหลือ 5 ปี! หมอเผยสาเหตุที่แท้จริงทางวิทยาศาสตร์

sanook.com

เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • Sanook
เปิดงานวิจัย

อาถรรพ์รัก 7 ปี เหลือเพียง 5 ปี! แพทย์เผยสาเหตุที่แท้จริงคือ "สมองหมดแรงที่จะรัก"

ใบหย่าที่เคยเป็นเอกสารไกลตัว กลับกลายเป็นสิ่งที่มียอดความต้องการพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ จากสถิติล่าสุดของกระทรวงมหาดไทยไต้หวันพบว่า อัตราการหย่าร้างพุ่งสูงเป็นอันดับ 2 ของเอเชีย ปรากฏการณ์นี้สะท้อนว่าไม่ใช่แค่ความรักที่จืดจางลง แต่เป็นผลมาจากความกดดันในการใช้ชีวิตและสภาวะ "ระบบประสาทรับภาระเกินขีดจำกัด" ของคนยุคใหม่

สถิติการหย่าร้างพุ่งสูง รัก 5 ปีคือช่วงวิกฤตใหม่

ข้อมูลจากทางการระบุว่าจำนวนคู่รักที่ตัดสินใจหย่าร้างพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่หลังการระบาดของโควิด โดยในปี 2567 มีคู่รักจดทะเบียนหย่าสูงถึง 53,469 คู่ ซึ่งเป็นสถิติที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา จากเดิมที่เคยมีคำกล่าวว่า "อาถรรพ์รัก 7 ปี" (Seven Year Itch) แต่ในปัจจุบันช่วงเวลาดังกล่าวถูกย่อให้สั้นลงเหลือเพียง 5 ปี โดยพบว่า 1 ใน 3 ของคู่หย่าร้างมักเลือกแยกทางกันก่อนจะใช้ชีวิตคู่ครบ 5 ปีเสียด้วยซ้ำ

เมื่อสมองเข้าสู่ "โหมดเอาตัวรอด" จนหัวใจหมดแรงรัก

นายแพทย์จาง เจียหมิง ผู้เชี่ยวชาญด้านพันธุศาสตร์และเวชศาสตร์ระดับโมเลกุล อธิบายความสัมพันธ์ในมุมมองวิทยาศาสตร์ว่า การแต่งงานคือการร่วมมือกันของ "ระบบประสาทสองชุด" เมื่อชีวิตต้องเผชิญกับราคาบ้านที่พุ่งสูง ความกังวลในการเลี้ยงดูลูก และการแข่งขันในที่ทำงาน สมองจะสลับเข้าสู่ "โหมดเอาตัวรอด" โดยอัตโนมัติ

ในโหมดนี้ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนความเครียดหรือคอร์ติซอลออกมาเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ความอ่อนโยนและความอดทนลดน้อยลง นายแพทย์จางยอมรับว่า หลายครั้งที่การหย่าร้างไม่ได้เกิดขึ้นเพราะไม่รักหรือไม่อยากรักษาความสัมพันธ์ แต่เป็นเพราะสมองล้าเกินไปจนหัวใจไม่มีกำลังเหลือพอที่จะมอบความรักให้แก่กัน

ยีนในร่างกาย: กุญแจลับที่ทำให้ระบบประสาทไม่ตรงกัน

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือ "ความต่างทางพันธุกรรม" ที่กำหนดพฤติกรรมการแสดงออกในความสัมพันธ์ ซึ่งนายแพทย์จางได้แบ่งรูปแบบความต้องการที่ต่างกันออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ดังนี้:

  • กลุ่มยีนตัวรับออกซิโทซิน (OXTR) ไวต่อความรู้สึก: กลุ่มนี้จะต้องการความมั่นคงและความใกล้ชิดเป็นอย่างมาก
  • กลุ่มยีนตัวรับโดปามีน (DRD4) บางประเภท: กลุ่มนี้จะชอบความแปลกใหม่ การกระตุ้น และความท้าทาย

เมื่อคนประเภทที่ขี้กังวลต้องมาใช้ชีวิตคู่ร่วมกับคนที่ชอบแสวงหาความตื่นเต้น หากไม่เข้าใจความต่างทางชีวภาพของกันและกัน การปรับตัวจะกลายเป็นความขัดแย้งที่รุนแรงทันที ซึ่งนี่ไม่ใช่ความผิดของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นเพราะสัญญาณประสาทของทั้งคู่ไม่เคยจูนเข้าหากันได้เลย

สรุปคำแนะนำ: รักให้สุขภาพดี สำคัญกว่ารักให้ยืนยาว

ในยุคที่การหย่าร้างไม่ใช่เรื่องน่าอายอีกต่อไป การเรียนรู้วิธี "รักอย่างสุขภาพดี" จึงเป็นเรื่องสำคัญ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าแทนที่จะอดทนจนใจสลาย ควรเริ่มจากการลดภาระให้สมอง เช่น การนอนหลับให้เพียงพอเพื่อซ่อมแซมสมองส่วนหน้า และการกอดกันอย่างอ่อนโยนทุกวันเพื่อกระตุ้นสารแห่งความสุข การเข้าใจระบบประสาทของตนเองและคู่รักจะช่วยให้เราพบช่องว่างแห่งความอ่อนโยนท่ามกลางความตึงเครียดของชีวิตคู่ได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...