“วิโรจน์” งง “พรรคกล้าธรรม” ดิ้น หลัง “ปชน.” ออกแคมเปญ “มีเราไม่มีเทา” จ่อ ยื่นซักฟอก หากรัฐบาลมีความผิดฉกรรจ์
“วิโรจน์” งง “พรรคกล้าธรรม” ดิ้น หลัง “ปชน.” ออกแคมเปญ “มีเราไม่มีเทา” จ่อ ยื่นซักฟอก หากรัฐบาลมีความผิดฉกรรจ์ ชี้ ยุบสภาก่อน รธน. ผ่านวาระ 3 เป็นอำนาจนายกฯ ย้ำ ควรปราบสแกมเมอร์จริงจัง
วันที่ 5 พ.ย. 2568 ที่รัฐสภา นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ เมื่อถามถึงปรากฏการณ์ที่ สส.ไอซ์ รักชนก พรรคประชาชนโต้กันกับ สส.ไผ่ ลิกค์ พรรคกล้าธรรม มองอย่างไร นายวิโรจน์กล่าวว่าต่างคนก็ต่างตรวจสอบซึ่งกันและกัน เป็นโอกาสดีของประชาชนที่ได้เห็นข้อมูลที่เปิดเผยตนก็มั่นใจในตัวนางสาวรักชนก ศรีนอก สส.กทม.พรรคประชาชน เพราะรู้จักและทำงานร่วมกันมาก็พร้อมเปิดในเมื่อนายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร พรรคกล้าธรรม มาร่วมเปิดเผยด้วย ก็คิดว่าการเปิดเผยให้สาธารณะรับทราบประชาชนก็จะได้ประโยชน์และจะได้พบข้อบกพร่องที่เป็นข้อบกพร่องที่อธิบายได้ก็แก้ไขกันไปแต่ถ้าหากเป็นข้อบกพร่องที่เกี่ยวกับการก่ออาชญากรรมหรือธุรกิจที่ผิดกฏหมายก็ดำเนินไปตามกฏหมาย
ส่วนกรณีที่มีการเปิดเผย ถึงกรณีการสมัครสมาชิกนั้น หรือกรณีเอาผู้ช่วย สส.มาทำงานแต่ไม่ได้ทำจริงเข้าข่ายบัญชีม้าหรือไม่นั้น ตนมองว่าเรื่องนี้เลขาธิการพรรคก็ได้ชี้แจงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าเกิดกับใครหรือคนใดก็ว่ากันไป ส่วนที่เปิดจดหมายออกมาทำให้พรรคเสียหายหรือไม่นั้นตนมองว่าหากมีความเสียหายก็คงจะมีแต่คิดว่าเป็นความเสียหายที่ชี้แจงได้ไม่ใช่ความบกพร่องเชิงนโยบายต้องบอกว่า สมาชิกพรรค ก็มีจำนวนเยอะบุคคลที่เข้ามาร่วมก็มีจำนวนมากโดยนโยบายและโดยเนื้อแท้เราไม่มีสิ่งใดที่ผิดกฎหมายแต่ถ้าเกิดเป็นความบกพร่องส่วนบุคคลพรรคก็ต้องรับไว้แก้ไข และถ้ามีความจำเป็นต้องลงโทษก็ต้องดำเนินการ
เมื่อถามย้ำว่าในรายละเอียดของจดหมายที่ระบุว่าต้องหักเงินให้ตัวแทนจังหวัดนั้น ต้องทำความเข้าใจอย่างไร นายวิโรจน์กล่าวว่า ตนเข้าใจว่าการทำงานก็ต้องมีข้อตกลงว่าใครจะบริจาคให้เท่าไหร่ ซึ่งในเวลาต่อมาอาจจะมีความไม่พอใจหรือมีปัญหาเกิดขึ้นก็เป็นไปได้ ซึ่งยืนยันว่าหากมีปัญหาก็ต้องดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาโดยเจตนารมย์ของพรรคคิดว่าเราไม่มีนโยบายที่สั่งการโดยไม่สุจริตอย่างเช่นการหาสมาชิกพรรคหรือไปเกรคนมาสมัครสมัครสมาชิก ส่วนจะมีหนอนบ่อนไส้หรือไม่นั้นตนมองว่าด้วยความตระหนักของแต่ละคนก็รู้ดีอยู่แล้วในการพูดคุยในพื้นที่ต้องพูดคุยด้วยความสุจริตและต้องระมัดระวังโดยส่วนตัวของตนและเพื่อนนั้นก็ไม่ได้มีความกังวล หากแชทหลุดออกไปก็อาจจะเป็นเรื่องการทำงานที่พูดคุยแบบเป็นกันเอง โดยอาจมีการใช้คำพูดแบบชื่อย่อก็ตามที่เปิดเผยนั้นไม่ได้ดูว่าไม่มีเนื้อหาสาระอะไรที่ผิดกฎหมายเพียงแต่โฟกัสในการทำงานว่าจะร่วมกันใช้อำนาจนิติบัญญัติในการตรวจสอบ
ส่วนกรณีเปิดแคมเปญมีเราไม่มีเทานั้น เป็นการผลักดันให้พรรคภูมิใจไทยเลือกที่จะสลัดพรรคกล้าธรรมทิ้งหรือไม่ นายวิโรจน์กล่าวว่าพอเราเปิดเรื่องมีเราไม่มีเทานั้นมองว่าคนค่อนข้างนิ่งเพราะหากไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับทุนเทาก็อยากให้อยู่เฉยๆเพราะไม่ได้เปิดออกมาว่าใครเป็นสีเทาหรือสีดำ ถ้าไม่เทาก็ไม่ต้องกลัวต่างคนก็ต่างทำงานกันต่อไปตนก็พร้อมถูกตรวจสอบซึ่งพรรคประชาชนเราไม่เคยจับผิดหรือหยิบเอาเรื่องเล็กๆมานั่งไล่ว่าเป็นการผิดในระเบียบหรือไม่ ตัวคิดว่าเราทำแต่เรื่องที่มีนัยยะสำคัญต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศถ้าหากท่านใดไม่เทาก็เก็บอาการเอาไว้
ส่วนที่หลายคนมองว่าการมาเจาะแต่กล้าธรรมนั้นแสดงว่าไม่กล้าตรวจสอบภูมิใจไทยใช่หรือไม่ เพราะอาจไปกระทบกับเอ็มโอเอหากร่วมมือในสมัยหน้า นายวิโรจน์กล่าวว่า ไม่ควรเคลื่อนเราไม่เคยโฟกัสที่กล้าทำอย่างเดียวเพราะในภาพรวมแล้วก็ตรวจสอบตามระบบแต่ทำไมกล้าทำถึงอยู่ดีๆก็ขึ้นมาซึ่งตนก็ไม่ได้กล่าวหาเป็นเสมือนการตอบสนองกลับของพรรคกล้าธรรมตนว่าพวกเราก็ไม่ได้กล่าวหาแต่เป็นการตั้งข้อสังเกต ที่พรรคกล้าธรรมมีปฏิกิริยาตอบสนอง
วันนี้ไม่ใช่แค่พรรคประชาชนตั้งข้อสังเกตแต่เป็นการตั้งข้อสังเกตร่วมกันระหว่างประชาชนไม่ใช่แค่ประชาชนตนคิดว่าแต่ละพรรคการเมืองก็มาชี้แจงและความเข้าใจกับสังคมส่วนเรื่องมีเราไม่มีเทาก็ร่วมกันได้เพราะคำว่ามีเราไม่มีเทาคือเราไม่เอาสิ่งผิดกฎหมายธุรกิจผิดกฎหมายหรือทุ่นเทาข้ามชาติเราจะไม่ให้มันกล้าที่จะมาแย้มกลายในประเทศเรา“ นายวิโรจน์กล่าว
เมื่อถามว่าตัวนายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบหรือไม่ ที่ปล่อยให้ ประเทศเทาแบบนี้ นายวิโรจน์กล่าวว่าต้องถือว่ามีความรับผิดชอบที่ต้องดำเนินการเพราะตอนนี้นายกรัฐมนตรีก็ถืออำนาจในฝ่ายบริหารแล้วก็ไม่อยากให้ไปกล่าวหาว่าเอื้อประโยชน์ให้ทุนเทาหรืออยู่ในทุนเทาเพราะนายกก็เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งแต่ก็มีหน้าที่ในการจัดการกับทุนเทาโดยสามารถสั่งการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) ซึ่งอยู่ในการกำกับดูแลอยู่แล้วหรือกรณีตำรวจไซเบอร์ที่อยู่ในการกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี และที่สำคัญที่สุดตนได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้แทนจากสถานทูตและผู้แทนที่มีประสบการณ์ต่างยืนยันว่าประเทศต่างๆได้มอบหมายให้ผู้รับผิดชอบหลักในการปรับโปรแกรมเมอร์ในภูมิภาคอาเซียนไว้แต่ละสถานทูต ต้นจึงบอกว่าเมื่อไหร่ประเทศไทยจะตั้งและเชิญชวนประเทศต่างๆในแต่ละสถานทูตมาพูดคุยแลกเปลี่ยนเป้าหมายกันและสืบสวนสอบสวนขยายผลมาดำเนินคดีให้เป็นรูปธรรม
เมื่อถามถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีเลยมาว่ามีแนวโน้มว่าจะยุบสภาก่อนหากมีความสุ่มเสี่ยงทางการเมืองจะกระทบต่อการแก้รัฐธรรมนูญ นายวิโรจน์กล่าวว่าเป็นอำนาจเฉพาะตัวของนายกรัฐมนตรีก็ต้องตามหน้าที่ส่วนการแก้ไขรัฐมนตรีคณะกรรมาธิการที่พิจารณาร่าง รัฐธรรมนูญก็ทำเต็มที่แต่ถ้าหากอนุทินใช้อำนาจในการยุบสภาก็ต้องว่ากันไปในสภาสมัยหน้า ส่วนหากจะมองว่าเป็นการเสียของหรือไม่ตนมองว่าอย่างน้อยเราก็ ได้พยายามเพราะได้พูดตลอดว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มันมีปัญหาหลายคนก็บอกว่าพรรคประชาชนต้องพูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญตนก็ต้องบอกว่ากฎระเบียบของประเทศที่เรียกว่ารัฐธรรมนูญนั้นคิดว่าประเทศโอเคหรือไม่ที่เปลี่ยนนายกรัฐมนตรีทุกปีเราพูดถึงว่าอยากให้พรรคประชาชนพูดถึงนโยบายเศรษฐกิจบ้างแต่ต้องตั้งคำถามว่ากรอบนโยบายเศรษฐกิจเป็นเพียงแค่การกระตุ้นเศรษฐกิจ ตนคิดว่าการแก้ไขและจำนวนเป็นหนึ่งในรากฐานการผลักดันเศรษฐกิจสังคมของชาติ
เมื่อถามว่า ภายใต้การยุบสภาอยากรอต้องผ่านวาระ 3 ในการแก้รัฐธรรมนูญก่อนหรือไม่ นายวิโรจน์มองว่า ตนคาดหวังถ้าหากพรรคภูมิใจไทยเห็นปัญหาแบบที่พวกตนเห็นหรือแบบที่ประชาชนจำนวนไม่น้อยเห็นตนคิดว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นโซ่ตรวนในการพัฒนาประเทศซึ่งคนร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ในวันที่ร่างเคยคิด ถึงอนาคตหรือไม่ เพราะก็จินตนาการในอนาคตโดยนำอดีตมาจินตนาการแต่การจินตนาการในอนาคตต้องใช้ความเป็นปัจจุบันและจินตนาการของอนาคตเพื่อไปในอนาคตถัดไป
ส่วนหากแก้รัฐธรรมนูญสำเร็จมีโอกาสที่จะไม่ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่นายวิโรจน์กล่าวว่าหากมีเรื่องหรือสาระที่จำเป็นต้องยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ต้องยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจถ้าหากมีเรื่องที่หนักหนาสาหัสเป็นภัยร้ายต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนก็คิดว่าเราพร้อมที่จะยื่นอภิปรายและพร้อมที่จะลงนาม แต่การอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ต้องอภิปรายโดยยึดกับเนื้อหาสาระถึงความผิดที่รัฐบาลก่อและเนื้อหาสาระในการอภิปรายแต่เราจะไม่ใช้การอภิปรายเป็นเกมการเมืองหรือเป็นช่อง ทางในการระบายความแค้น