โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เชลยศึกสงครามลาว (3)

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 06 พ.ย. 2568 เวลา 12.53 น. • เผยแพร่ 05 พ.ย. 2568 เวลา 03.17 น.

บทความพิเศษ | พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์

VIETNAMIZATION

8ธันวาคม พ.ศ.2506 จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ถึงแก่อสัญกรรม จอมพลถนอม กิตติขจร รับหน้าที่นายกรัฐมนตรีต่อ บทบาทของประเทศไทยในสมรภูมิลาวขยายตัวยิ่งขึ้นไปอีก จากกองร้อยทหารปืนใหญ่ที่เข้าไปในลาวเพียงระยะสั้นๆ และมีบทบาทน้อย ก็ขยายตัวเป็นปักหลักถาวรเพื่อป้องกันเมืองสุย-ชายขอบทุ่งไหหินในนามของ “กองร้อยเอสอาร์” ตั้งแต่ พ.ศ.2507 ในยุคประธานาธิบดีจอห์นสัน กระทั่งเผชิญหน้ากับกำลังที่เหนือกว่าของเวียดนามเหนือโดยเฉพาะรถถัง กองร้อยเอสอาร์ 8 จึงต้องถอนตัวกลับเมื่อมิถุนายน พ.ศ.2512 ในยุคประธานาธิบดีนิกสัน ที่รับตำแหน่งต่อพร้อมด้วยนโยบายถอนทหารอเมริกันออกจากเวียดนาม

พ.ศ.2513 การถอนทหารอเมริกันออกจากเวียดนามเพิ่มจำนวนขึ้นตามลำดับ สวนทางกับทหารไทยที่จะกลับสู่สมรภูมิลับลาวอีกครั้งหนึ่ง ครั้งนี้ไม่เพียงแค่กองร้อยทหารปืนใหญ่เท่านั้น แต่ยังมีกำลังทหารราบ “ราชินีแห่งสนามรบ” อีกด้วย

ภาพรวมทุ่งไหหิน

สงครามในลาวกำลังขยายตัว…
2513 ลาววิกฤต

การถอนตัวของกองร้อยเอสอาร์ 8 เมื่อ พ.ศ.2512 ส่งผลอย่างสำคัญต่อสถานการณ์ในลาว เวียดนามเหนือทุ่มเทกำลังเข้าสู่พื้นที่ยุทธศาสตร์เพื่อคุ้มครองเส้นทางโฮจิมินห์ สามารถเข้ายึดทุ่งไหหินและเมืองสุยไว้ได้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2513 กำลังทหารกองทัพแห่งชาติลาว ภาค 2 ของนายพลวังเปาต้องร่นถอยมาทางใต้ แล้ววางกำลังป้องกันซำทองและล่องแจ้งเป็นที่มั่นสุดท้าย

กลางเดือนมีนาคม พ.ศ.2513 เวียดนามเหนือเปิดฉากการรุกรบใหญ่อีกครั้ง กองทัพแห่งชาติลาว ภาค 2 ของนายพลวังเปาจึงอยู่ในภาวะอันตรายหนักยิ่งขึ้น และเกือบจะต้องเสียที่มั่นสำคัญบริเวณล่องแจ้งไปอีก รัฐบาลลาวโดยมีเจ้าสุวรรณภูมาเป็นนายกรัฐมนตรีด้วยการสนับสนุนจากอเมริกา จึงได้ร้องขอกำลังรบของไทยไปสนับสนุนกองทัพแห่งชาติลาว เพื่อป้องกันซำทองและล่องแจ้ง ที่มั่นสุดท้ายของสมรภูมิทุ่งไหหิน

3 กองพันทหารราบ 2
กองร้อยทหารปืนใหญ่

26 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2513 รัฐบาลไทยได้เปิดการประชุม “คณะกรรมการอำนวยการต่อต้านการแทรกซึมของคอมมิวนิสต์ในราชอาณาจักรลาว – คณะกรรมการ คท.” ครั้งที่ 16 เป็นการเร่งด่วน จอมพลถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่งการให้กองทัพบกจัดทำ “โครงการ วีพี.” และให้เตรียมจัด “กองร้อยทหารปืนใหญ่ทดลอง 12/1 (เอสอาร์ 9)” เพื่อส่งเข้าปฏิบัติการสนับสนุนกองทัพแห่งชาติลาว ภาค 2 ที่ล่องแจ้ง โดยใช้นามรหัส “เอวีพี-1”

กองร้อยทหารปืนใหญ่ เอวีพี-1 จะเป็นหน่วยแรกในโครงการ วีพี. ที่เข้าปฏิบัติการในพื้นที่การรบเพื่อช่วยกอบกู้สถานการณ์บริเวณโล่งแจ้ง

ต่อมาเมื่อสถานการณ์ทรุดหนักลงไปอีก รัฐบาลลาวจึงได้ร้องขอกำลังทหารราบขนาดกรมผสม ซึ่งมีหน่วยรบหลัก 3 กองพันทหารราบจากไทยไปเพิ่มเติมกำลังอีก โดยรัฐบาลอเมริกาจะให้การสนับสนุนทั้งสิ้นต่อการปฏิบัติของกำลังทหารไทย จอมพลถนอม กิตติขจร จึงสั่งการให้กองทัพบกส่งกำลัง 1 กองพันทหารราบ เข้าปฏิบัติการสนับสนุนกองทัพแห่งชาติลาว ภาค 2 โดยทันที และให้เตรียมกำลังเพิ่มเติมอีก 2 กองพันจากกรมผสมที่ 13 อุดรธานี ซึ่งสนธิกำลังจากกรมผสมที่ 3 นครราชสีมา และกรมผสมที่ 6 อุบลราชธานี รวมทั้ง 2 กองร้อยปืนใหญ่สนาม แล้วส่งมอบการบังคับบัญชาให้หน่วยผสม 333 ซึ่งมี พ.อ.วิฑูรย์ ยะสวัสดิ์ “เทพ” เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของทหารไทยในสมรภูมิลับลาว

หน่วยผสม 333 ได้ส่งกำลังทั้งหมดที่ได้รับมอบคือ 3 กองพันทหารราบ 2 กองร้อยทหารปืนใหญ่สนาม และได้จัดตั้ง บก.ฉก.วีพี.ขึ้นเป็นหน่วยบัญชาการภาคสนามที่ล่องแจ้งเพื่อควบคุมบังคับบัญชาการปฏิบัติการทั้งสิ้นของทหารไทยในเขตกองทัพแห่งชาติลาว ภาค 2 ทุ่งไหหิน โดยประสานงานอย่างใกล้ชิดกับนายพลวังเปา

หน่วยทหารปืนใหญ่ ใช้นามรหัส “เอวีพี (ARTILLERY VANG PAO)” ประกอบด้วย กองร้อยทหารปืนใหญ่ “เอวีพี-1” และกองร้อยทหารปืนใหญ่ “เอวีพี-2” ส่วนหน่วยทหารราบใช้นามรหัส “ไอวีพี (INFANTRY VANG PAO) “ประกอบด้วย กองพันทหารราบ “ไอวีพี-11”, ไอวีพี-12 และ “ไอวีพี-13” ตามลำดับ

การรบที่บ้านนา

ตลอด 1 ปีเต็มในการเข้าปฏิบัติการของทหารประจำการจากไทย การสู้รบที่รุนแรงที่สุด เกิดขึ้นที่บ้านนา อันเป็นที่ตั้งของกองพันทหารราบ ไอวีพี-13 และกองร้อยทหารปืนใหญ่ เอวีพี-1 ร.ท.ประจักษ์ วิสุตกุล (ยศสุดท้ายพลตรี- รองแม่ทัพภาคที่ 2) “หัวหน้าใจ” ซึ่งร่วมรบอยู่ในเหตุการณ์นี้ได้เขียนบันทึก “นรกบ้านนา” ซึ่งนับเป็นเอกสารทางประวัติศาสตร์ที่มีคุณค่ายิ่ง

ร.ท.ประจักษ์ วิสุตกุล จบการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่น 15 เมื่อ พ.ศ.2510 หลังกลับจากราชการสงครามเวียดนามใต้ เมื่อกลางปี พ.ศ.2512 แล้วเข้ารับราชการหน่วยเดิมที่กองพันทหารราบที่ 2 กรมผสมที่ 3 นครราชสีมา เมื่อกองทัพบกมีคำสั่งให้จัดกำลังไปสนับสนุนรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรลาวก็ได้อาสาสมัครไปราชการลับครั้งนี้ในตำแหน่งผู้บังคับหมวดที่ 1 กองพันทหารราบ BI-15 (ในบันทึกนี้ ร.ท.ประจักษ์ จะเรียกกองพัน ไอวีพี-13 ว่า “BI-15”) ซึ่งมี ร.อ.สุรายุทธ์ เจริญพันธุ์ เป็นผู้บังคับกองร้อย และ พ.ท.ไพศาล คำสุพรหม เป็นผู้บังคับกองพัน

เมื่อเดินทางถึงพื้นที่การรบ ในชั้นแรกได้รับมอบหมายให้นำกำลังหมวด 1 ขึ้นยึดรักษาพื้นที่ปีกขวาของแนวสกายไลน์ เป็นเวลาประมาณ 1-2 เดือน ซึ่งไม่มีการปะทะรุนแรง เมื่อฝ่ายข้าศึกถอนตัวจากแนวสกายไลน์แล้ว ได้รับคำสั่งให้เคลื่อนย้ายไปทำหน้าที่ป้องกันฐานปืนใหญ่ 155 ม.ม.ฐานยิง “โรมิโอจูเลียต” ติดถ้ำตำลึงและภูล่องมาดซึ่งเป็นแนวรบที่สอง

“ประมาณปลายตุลาคมหรือต้นพฤศจิกายน 2513 หมวดของผมถูกคำสั่งด่วนให้ย้ายกำลังไปอยู่แนวล่าสุดที่บ้านนาโดยด่วน ใช้การเคลื่อนย้ายด้วย ฮ. ผมได้สั่งให้ทหารรวบรวมอาวุธกระสุนให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้เอาไปให้หมด โดยเฉพาะระเบิดมือ เอ็ม 26 เกือบพันลูก ซึ่งต้องแอบเอาไปและแพ็กอย่างดีมิฉะนั้นนักบิน ฮ.ไม่ยอมให้เอาขึ้นไป ฮ. นำหมวดผมมาลงที่บ้านนาซึ่งเป็นฐานที่มั่นใหญ่ของฝ่ายเราในแนวหน้าสุด

วินาทีแรกที่เหยียบที่บ้านนาผมมองดูภูมิประเทศโดยรอบแล้วรู้สึกด้วยสัญชาตญาณว่าที่นี่คือนรกชัดๆ เป็นที่ราบแอ่งกระทะ ล้อมรอบด้วยภูเขาสูงรอบด้าน ทิศตะวันตกเฉียงเหนือติดทุ่งไหหิน ทิศตะวันออกมีแนวสันเขาสูงชัน BI-14 (ไอวีพี-12) ยึดอยู่ห่างจากบ้านนาประมาณ 10 กิโลเมตร ด้านทิศใต้เป็นเนินอานม้าห่างไปประมาณ 1-2 ก.ม. ด้านทิศตะวันตกเป็นทิวเขายาว มียอดเล็กใหญ่สูงต่ำลดหลั่นกัน

หมวดผมรับผิดชอบพื้นที่ของกองพันด้านทิศใต้ติดกับฐานปืน บีเอ-1 ‘พันเชอร์’ 105 และ 155 ม.ม. มี ‘หน.เกริก’ (ร.อ.นานศักดิ์ ข่มไพรี) เป็น ผบ.ฐาน มีเพื่อนรุ่นเดียวกับผมอยู่ 3 คน คือ ร.ต.คำรบ แสงจันทร์ไทย (เสียชีวิตโดยปืนใหญ่ข้าศึกที่ฐานบ้านนาในเวลาต่อมา) ร.ต.นิมิต อุ่ยอวยผล ผบ.มว.ป้องกันฐานยิง (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น ‘กิตติศักดิ์ ผลอวยพร’) และ ร.ต.ประเสริฐ กาสุวรรณ ‘ไอ้ย้ง’ นายทหารอำนวยการยิง ให้อุ่นใจขึ้นบ้าง อย่างน้อยมีเพื่อนปืนใหญ่ถึง 3 คน ผมเป็นทหารราบเพียงคนเดียว”

“ผมเร่งดัดแปลงพื้นที่อย่างเร่งด่วน เราทำบังเกอร์กันแทบทุกวัน ต้องลงไปตัดไม้ซุงจากหุบด้านล่างแบกมาทำบังเกอร์ให้แข็งแรงที่สุดเท่าที่จะทำได้ ลวดหนามแทบจะไม่มี เห็นฐานปืนใหญ่มีลวดหนามถึงสามชั้นรู้สึกอิจฉาเพื่อนมาก เราหาลวดหนามเท่าที่จะหาได้แต่มีน้อยมากและต้องยืดให้ห่างที่สุดเพื่อให้ยาวตลอดแนวป้องกัน ด้วยความจำเป็นบางครั้งก็ขโมยลวดหนามที่ส่งมาให้ฐานปืนก็มีเพื่อป้องกันตนเอง จุดไหนไม่มีก็สร้างเครื่องกีดขวางใช้ไม้ทำขวากและของมีคมทั้งหลาย ตะปู แก้ว เท่าที่จะหามาได้ การขอยุทโธปกรณ์ป้องกันฐานไม่ค่อยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยเหนือเท่าที่ควร

ผมและผู้ใต้บังคับบัญชาดัดแปลงที่มั่นตั้งฐานหมวดอยู่ประมาณ 2 สัปดาห์ทั้งเครื่องกีดขวาง ลวดหนาม คูสนามเพลาะ ที่ตั้งปืนกลเอ็ม 60 คลังกระสุนของหมวด บังเกอร์ บก.หมวด บังเกอร์พยาบาล มีความสวยงามและแข็งแรงพอสมควร แต่มีแนวรั้วลวดหนามเท่านั้นที่บาง บางจุดวางเพียงขดเดียว เสาก็ใช้ไม้ไม่แข็งแรง ไม่มีลวดหนามเส้นเลย มีแต่ลวดหนามหีบเพลง ผมได้ทำหอคอยสูงเพื่อใช้ตรวจการณ์อยู่หลัง บก.หมวด ดูเด่นมาก ฐานก็เป็นแนวดูกลมสวยงามเข้ากับเนินพอดี ตามแนวคูสั่งให้ทำสายเสียบลูกระเบิดขว้างตลอดแนว และเตรียมระเบิดไว้พร้อมซึ่งผมขนมาจากฐานเก่าเป็นจำนวนมาก คูเรด (คูสนามเพลาะ) ลึกพอดียืนและแคบพอเคลื่อนที่ได้ มีการขุดคูเชื่อมต่อจากหมู่ต่างๆ มายัง บก.หมวดโดยไม่ต้องใช้การเคลื่อนที่ข้างบนและสามารถติดต่อกันได้ทุกหมู่

ระหว่างการดำเนินการดัดแปลงพื้นที่สร้างฐาน ข้าศึกได้ยิงปืนใหญ่รบกวนคาดว่าขนาด 85 ม.ม.ทั้งกระสุนควันและแตกอากาศ เราต้องคอยระวังตลอดเวลา บางครั้งก็ยิง ค. 82 ม.ม.เป็นชุด เราต้องคอยฟังเสียงและเข้าหลบในบังเกอร์ ที่อันตรายที่สุดคือ ปรส. 75 และ 85 ของข้าศึก ได้ยินเสียงกระสุนก็มาถึงแล้ว ต้องระวังไม่อยู่เป็นกลุ่มเป็นก้อนและเป็นเป้าหมายของ ปรส. และ ค. อันตรายที่สุดตอนที่ ฮ. มาส่งเสบียงจะต้องถูกโจมตีจาก ค. 2-3 ชุดเสมอ และไม่ได้ยินเสียงการยิงเสียง ฮ. กลบหมด

ที่ตั้งอาวุธหนักข้าศึกอยู่ตามเนินเขารอบบ้านนา ทั้ง ค. และ ปรส. ส่วน ป. คาดว่ายิงมาจากทุ่งไหหินด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ฝ่ายเราตอบโต้ด้วยปืนใหญ่ทำให้ข้าศึกไม่กล้าเปิดเผยที่ตั้งยิงบ่อยนัก นอกจากนั้น การขอเครื่องบินโจมตีทั้งแฟนทอมและสกายเรดเดอร์ หรือไม่ก็ ที 28 ของลาวมาโจมตีทิ้งระเบิด ทำให้ข้าศึกหยุดรบกวนลงบ้าง

ฝ่ายเราเริ่มมีการบาดเจ็บและเสียชีวิตบ้างแล้วจากการโจมตีด้วยอาวุธหนักรบกวน เมื่อ บ.ฝ่ายเรามาจะเกิดศึกหนักทุกครั้งโดยเฉพาะการยิงต่อสู้ของ ปตอ. 50 ม.ม.ของข้าศึกยิงสวนขึ้นไปเห็นแนวกระสุนส่องวิถีชัดเจน ข้าศึกสู้อย่างไม่กลัวตาย (ภายหลังทราบว่าพลยิงถูกล่ามโซ่กับปืน) ถ้าระเบิดโดนเป้าหมาย ปตอ.ข้าศึกจะเงียบทันที เป็นที่รู้กันว่าเรียบร้อย”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เชลยศึกสงครามลาว (3)

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...