โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

10 เทรนด์เทคโนโลยีปี ’69 ที่นักวิเคราะห์มองว่าเทคฯ จะหยุดชะงัก

Capital

อัพเดต 05 พ.ย. 2568 เวลา 09.03 น. • เผยแพร่ 05 พ.ย. 2568 เวลา 09.03 น. • Insight

อีกไม่ถึง 2 เดือนก็จะก้าวเข้าสู่ปี 2569 นับเป็นช่วงเวลาที่ผู้ประกอบการเริ่มร่างแผนขับเคลื่อนธุรกิจในปีหน้า ซึ่งหนึ่งในเทรนด์ที่ร้อนแรงคงหนีไม่พ้นเรื่องของเทคโนโลยี นวัตกรรม และ AI

แต่เชื่อหรือไม่ว่า ยีน อัลวาเรซ (Gene Alvarez) รองประธานนักวิเคราะห์การ์ทเนอร์ บริษัทวิจัยข้อมูลเชิงลึกด้านธุรกิจและเทคโนโลยีชั้นนำของโลก กล่าวว่าในปี 2569 จะเป็นปีที่ผู้นำด้านเทคโนโลยีต้องเผชิญกับการหยุดชะงัก จากนวัตกรรมที่ขยายตัวรวดเร็วอย่างที่ไม่เคยพบมาก่อน

โทริ พอลแมน (Tori Paulman) รองประธานนักวิเคราะห์การ์ทเนอร์อีกท่าน กล่าวเสริมว่าแนวโน้มต่างๆ เหล่านี้ยังเป็นตัวเร่งการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ โดยสิ่งที่แตกต่างออกไปในปีหน้านี้คือความเร็วของนวัตกรรมที่เกิดขึ้นมากกว่าที่เคยเป็น ดังนั้นธุรกิจที่ลงมือเรื่องนวัตกรรมตั้งแต่ตอนนี้ นอกจากจะรับมือกับความผันผวนได้แล้ว ยังเป็นผู้กำหนดทิศทางอุตสาหกรรมของตนในทศวรรษต่อไป

คอลัมน์ Keynote ในครั้งนี้จึงพามาส่องเทรนด์เทคโนโลยีเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญในปี 2569 ซึ่งถือเป็นฟันเฟืองสำคัญ เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจให้ก้าวทันในวันที่ AI และนวัตกรรมอัพเดตใหม่แทบทุกวัน

1. AI Supercomputing Platforms

คือการประมวลผลข้อมูลที่รวมเอาหน่วยประมวลผลกลางหรือ CPUs, GPUs, ชิปประมวลผลเฉพาะแอพพลิเคชั่น หรือ AI ASICs, การประมวลผลแบบ Neuromorphic ซึ่งจำลองการประมวลผลในรูปแบบเดียวกับสมองมนุษย์ ช่วยให้ธุรกิจจัดการงานที่ซับซ้อนได้ หรือจัดการกับงานที่ต้องใช้ข้อมูลต่างๆ

ตัวอย่างเช่น บริษัทด้านการดูแลสุขภาพและเทคโนโลยีชีวภาพที่คิดค้นยาตัวใหม่ โดยใช้เวลาไม่กี่สัปดาห์จากแต่เดิมต้องใช้เวลาหลายปี หรือในภาคบริการทางการเงินขององค์กรต่างๆ สามารถจำลองตลาดโลก เพื่อลดความเสี่ยงของพอร์ตโฟลิโอ ขณะที่ผู้ให้บริการสาธารณูปโภคสามารถจำลองสภาพอากาศที่มีความรุนแรง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบส่งกำลังไฟฟ้าได้

2. Multi-agent Systems

คือระบบคอมพิวเตอร์ที่ประกอบไปด้วยเอเจนต์ AI หลายตัว เปรียบเสมือนมีเจ้าหน้าที่ AI หลายคนที่นำความสามารถเฉพาะด้านมารวมกัน เพื่อทำให้กระบวนการทางธุรกิจที่ซับซ้อน เปลี่ยนเป็นระบบอัตโนมัติ ช่วยลดความเสี่ยงในการทำงานผิดพลาด โดยการนำวิธีการที่ทดลองใช้แล้วว่าเวิร์กกับการทำงาน มาใช้ซ้ำในเวิร์กโฟลว์ต่างๆ ซึ่งง่ายต่อการทำงานและนำไปปรับใช้ได้รวดเร็วตามความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละงาน

3. Domain-Specific Language Models

ในสมัยก่อนคนอาจคุ้นเคยกับโมเดลภาษาทั่วไป ที่สามารถโปรแกรมข้อมูลได้ทุกประเภท ไม่ได้เจาะจงกับอุตสาหกรรมไหนเป็นพิเศษ เหมาะกับการใช้ทำงานที่หลากหลาย แต่ยังขาดความเข้าใจในอุตสาหกรรมเฉพาะทาง ทำให้เกิดโมเดลภาษาเฉพาะโดเมน หรือการฝึก AI ให้อ่านข้อมูลในอุตสาหกรรมเฉพาะทางได้ เช่น การแพทย์ กฎหมาย หรือการเงิน ทำให้โมเดลเข้าใจคำศัพท์ทางเทคนิคได้มากกว่า และสามารถแนะนำหรือตอบคำถามในเรื่องเฉพาะทางได้แม่นยำและมีความน่าเชื่อถือมากกว่าโมเดลภาษาทั่วไป

ในปัจจุบันโมเดลภาษาเฉพาะโดเมนมีต้นทุนที่ต่ำลงเรื่อยๆ การ์ทเนอร์จึงคาดการณ์ว่าภายในปี 2571 องค์กรมากกว่าครึ่งหนึ่งจะหันไปใช้โมเดลภาษาเฉพาะโดเมนกันมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน

4. AI Security Platforms

คือการใช้ AI ให้เป็นเหมือนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้กับองค์กร โดยทำหน้าที่ตรวจสอบ วิเคราะห์ ป้องกัน และจัดการกับภัยคุกคามที่ซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อปกป้องข้อมูลและเสริมเกาะความปลอดภัยทางไซเบอร์ ทำให้คาดการณ์ว่าภายในปี 2571 มากกว่า 50% ขององค์กรจะหันมาใช้แพลตฟอร์มความปลอดภัย AI กันมากขึ้น

5. AI-Native Development Platforms

คือฝังโมเดล AI ไว้ในทุกขั้นตอนการทำงาน เพื่อให้เกิดการเรียนรู้แบบเรียลไทม์ นำมาใช้ออกแบบผลิตภัณฑ์และวัฒนธรรมองค์กร เช่น Gen AI เพื่อสร้างซอฟต์แวร์ AI ก็จะทำหน้าที่เป็นวิศวกรซอฟต์แวร์ที่ทำงานร่วมกับพนักงานในบริษัทได้ ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากต่อองค์กรที่มีทีมเล็กๆ ให้ทำงานคู่กับ AI เพื่อสร้างแอพพลิเคชั่นได้มากขึ้น

คาดการณ์ว่าภายในปี 2573 แพลตฟอร์มการพัฒนาแบบ AI-Native จะส่งผลให้ 80% ขององค์กรต่างๆ สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างทีม Software Engineering ขนาดใหญ่ให้เป็นทีมที่เล็กลง เพื่อให้คล่องตัวในการทำงานมากยิ่งขึ้น และได้ประสิทธิภาพมากขึ้นจากการที่มี AI ช่วยเสริมการทำงาน

6. Confidential Computing

เป็นแนวทางใหม่ในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่มุ่งเน้นไปที่การปกป้องข้อมูลขณะที่กำลังถูกประมวลผล ช่วยให้ข้อมูลมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ถือเป็นข้อได้เปรียบสำหรับอุตสาหกรรมที่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ การปฏิบัติตามข้อกำหนด ไปจนถึงการทำงานร่วมกับคู่แข่ง

7. Physical AI

ปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ คือการหยิบ AI ที่ดูเหมือนล่องลอยในโลกเทคโนโลยี มาฝังไว้ในเครื่องจักรและอุปกรณ์ในโลกจริง ช่วยให้เครื่องจักรหรืออุปกรณ์นั้นๆ สามารถรับรู้ ตัดสินใจ และดำเนินการได้ เช่น หุ่นยนต์ โดรน ช่วยให้เกิดประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมที่ให้ความสำคัญกับระบบอัตโนมัติ ความสามารถในการปรับตัว และความปลอดภัย

8. Preemptive Cybersecurity

เห็นๆ กันอยู่ว่าหลายบริษัทถูกแฮกเกอร์ล้วงเอาข้อมูลไปและนั่นก็เกิดความเสียหายมหาศาล จึงเริ่มมีการหันมาใช้เครื่องมือที่ออกแบบมาลดความเสี่ยงนั้น เช่น AI-powered SecOps, Programmatic Denial เครื่องมือเหล่านี้จะหลอกล่อและเบี่ยงเบนความสนใจของแฮ็กเกอร์ไป

9. Digital Provenance

ในยุคที่มีเนื้อหาที่ถูกสร้างจาก AI มากขึ้นและเสมือนจริงจนบางอย่างแทบแยกไม่ออก การตรวจสอบแหล่งที่มา เจ้าของลิขสิทธิ์ และความสมบูรณ์ของข้อมูล กลายเป็นสิ่งจำเป็นและป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหาย จึงเกิดเครื่องมือที่ช่วยตรวจสอบแหล่งที่มา เช่น Software Bills of Materials (SBoM), Attestation

Database และ Digital Watermarking เพื่อช่วยให้บริษัทไม่ละเมิดลิขสิทธิ์จากการใช้ AI เพราะการ์ทเนอร์คาดการณ์ว่า ภายในปี 2572 บริษัทที่ไม่ได้ลงทุนในเรื่องนี้อาจเสี่ยงถูกปรับหลายพันล้านดอลลาร์

10. Geopatriation

หมายถึงการย้ายข้อมูลและแอพพลิเคชั่นของบริษัทจากผู้ให้บริการคลาวด์สาธารณะระดับโลกไปสู่การดำเนินงานแบบท้องถิ่น เช่น Sovereign Cloud, Regional Cloud Provider หรือศูนย์ข้อมูลของบริษัทเอง ซึ่งระบบนี้เคยถูกใช้เฉพาะธนาคารและหน่วยงานของรัฐบาล แต่ในปัจจุบันถูกนำมาใช้ในหลากหลายธุรกิจมากขึ้น ยิ่งในยุคนี้ที่ลูกค้ากังวลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล การเก็บข้อมูลในพื้นที่ท้องถิ่นหรือพื้นที่ให้บริการ ย่อมสร้างความไว้วางใจให้กับลูกค้ามากกว่า

ทั้งหมดนี้คือ 10 เทรนด์เทคโนโลยีในปี 2569 ที่จำเป็นต่อหลายธุรกิจในการเฝ้าระวังความปลอดภัยและพัฒนาเทคโนโลยี AI และนวัตกรรมในองค์กรให้พร้อมรับมือสู่การเปลี่ยนแปลงในอนาคตอันใกล้นี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...