"เทพไท" ชี้ชัด พรรคส้มเปิดทีมบริหาร “ยังไม่ปัง” ชื่อไม่ว้าว เสี่ยงโดนขุดคุ้ย
">
วันที่ 8 ม.ค.69 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เทพไท คุยการเมือง ระบุว่า…
พรรคส้ม เปิดทีมบริหาร ไม่ปัง!!!
ผมได้ติดตามความเคลื่อนไหวทางการเมืองของพรรคประชาชน ที่มีการประกาศว่า จะเปิดเผยทีมบริหารถ้าหากพรรคประชาชนได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งได้เฝ้าดูว่าจะมีใคร หรือบุคคลที่น่าสนใจอย่างไรบ้าง ล่าสุดมีการเปิดทีมบริหารออกมาต่อสาธารณะชนแล้ว3คน คือ
1.รศ.ดร.มุนินทร์ พงศาปาน อดีตคณบดีนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ เป็นทีมบริหารด้านกระบวนการยุติธรรม
2.นายพิศาล มาณวพัฒน์ อดีตเอกอัครราชทูต และอดีตส.ว. เป็นทีมบริหารด้านต่างประเทศ
3.รศ.ดร.อนุชา พวงสำลี อดีตผู้ก่อตั้งโรงเรียนสาธิตมหาลัยธรรมศาสตร์ เป็นทีมบริหารด้านการศึกษา
ถ้าหากจะเปรียบเทียบชื่อชั้นและชื่อเสียงกับทีมผู้บริหารของรัฐบาลนายอนุทิน ชาวีรกูล หรือทีมบริหารของพรรคภูมิใจไทย คือ
1.นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ว่าที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
2.นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส ว่าที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
3.นางศุภจี สุธรรมพันธ์ ว่าที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
ถ้าเปรียบเทียบ3คนนี้ แบบตัวต่อตัว จะเห็นได้ว่าแคนดิเดตผู้บริหารของพรรคภูมิใจไทยโดดเด่นกว่าทีมบริหารของพรรคประชาชน
การที่พรรคประชาชนต้องการเปิดทีมบริหารขึ้นมา ระหว่างรณรงค์หาเสียง น่าจะมาจากการต้องการสร้างมิติใหม่ทางการเมือง ต้องการจะแสดงให้สังคมเห็นความพร้อม หรือทีมบริหารของพรรคประชาชน หากได้เป็นรัฐบาล ซึ่งไม่ต่างอะไรกับในอดีตที่มีการตั้งคณะรัฐมนตรีเงา หรือ ครม.เงาในยุคที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้นำฝ่ายค้านได้ยึดเอารูปแบบการเมืองแบบอังกฤษ ตั้งคณะรัฐมนตรีเงา (shadow cabinet ) หรือ รัฐบาลเงา (shadow government) แต่ในตอนนั้นเป็นการตั้งทีมตรวจสอบรัฐบาล เมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาลแล้ว
แต่ในกรณีพรรคประชาชนต้องการจะเปิดทีมบริหารก่อนจะมีการเลือกตั้ง หวังจะดึงคะแนนเสียงศรัทธาจากประชาชนต่อทีมบริหาร เพื่อให้ลงคะแนนให้กับผู้สมัครส.ส.พรรคประชาชน และส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อของพรรคประชาชน แต่ถ้าหากดูรายชื่อ3คนที่เปิดเผยออกมาแล้ว ถือว่ายังไม่ว๊าวพอ หรือยังเป็นที่ฮือฮา ยังไม่เป็นที่เซอร์ไพรส์ของสังคม
ส่วนตัวเห็นว่า ถ้าจะเปิดชื่อทีมบริหารเช่นนี้ พรรคประชาชนกำลังตกอยู่ในเป้าการตรวจสอบ จะเห็นมีการขุดคุ้ยเอาประวัติของทีมบริหารที่เปิดเผยตัวออกมาแล้วในด้านลบมาตีแผ่ มาดิสเครดิตกัน ซึ่งจะสร้างผลเสียมากกว่าผลได้ เพราะส่วนใหญ่ก็จะขุดคุ้ยเอาประวัติด้านลบมาแฉ มาเปิดโปง ซึ่งเป็นการได้ไม่คุ้มเสีย
ถ้าหากว่าผมเป็นผู้บริหารพรรคประชาชนผมเห็นว่าถ้าหากเปิดชื่อผู้บริหารของพรรคประชาชนและถูกดิสเครดิตเช่นนี้ ไม่เปิดตัวผู้บริหารจะดีกว่า รอให้มีการจัดตั้งรัฐบาลให้แล้วเสร็จ หรือให้มีรัฐบาลบริหารประเทศแล้ว ถ้าพรรคประชาชนเป็นฝ่ายค้าน ก็จะตั้งคณะรัฐมนตรีเงามาตรวจสอบรัฐบาล ถ้าพรรคประชาชนได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ก็สามารถทาบทามบุคคลภายนอก หรือที่เรียกกันว่าเทคโนแครต นักบริหารมืออาชีพ เข้าร่วมรัฐบาลง่ายกว่านำบุคคลภายนอก หรือเทคโนแครต มาเปิดตัวระหว่างรณรงค์หาเสียง
จึงตั้งข้อสังเกตและแสดงความคิดเห็นมายังทีมผู้บริหารพรรคประชาชนเพื่อได้พิจารณาครับ