ชี้ชะตา ทองคำ โลก จับตาผลประชุม “เฟด” คืนวันพุธนี้
GCAP GOLD เตือนตลาด ทองคำ ผันผวนสูง รับสัญญาณนโยบายการเงิน จับตาผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในคืนวันพุธนี้อย่างใกล้ชิด แนะนักลงทุนเน้นกลยุทธ์ "รอย่อซื้อ" พร้อมตั้ง Stop Loss ป้องกันความเสี่ยง จับตาสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์รัสเซีย-ยูเครน หากเจรจาสะดุด หนุนราคาทองคำ
10 ธันวาคม 2568 - นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด เปิดเผยว่า ขณะนี้ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในบริเวณใกล้เคียงโซนสำคัญ $4,200 โดยตลาดส่วนใหญ่ได้ประเมินโอกาสที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยไว้สูงเกือบ 90%
- ปัจจัยหนุน : หากเฟดส่งสัญญาณผ่อนคลายทางการเงิน ทั้งการส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย และการคงคาดการณ์ Dot Plot ที่ระบุว่า จะมีการลดอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีหน้า จะถือเป็นแรงหนุนสำคัญที่ขับเคลื่อนราคาทองคำให้ปรับตัวขึ้น
- ปัจจัยกดดัน : ในทางกลับกัน หากผลการประชุมออกมาโดยที่เฟดไม่ได้ลดดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาดการณ์ จะกลายเป็นปัจจัยลบที่กดดันราคาทองคำอย่างรุนแรง และกระตุ้นให้เกิดแรงขายทำกำไรระยะสั้น โดยเฉพาะหากนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด ส่งสัญญาณถึงการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากกว่าที่ตลาดประเมินไว้ ซึ่งจะทำให้ราคาทองคำเคลื่อนไหวผันผวนรุนแรง และมีความเสี่ยงที่จะเกิดสัญญาณหลอก (False Break) ในการเคลื่อนไหวของราคา
นอกจากประเด็นเรื่องเฟดแล้ว ตลาดกำลังให้ความสนใจกับความคืบหน้าของการเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครน โดยเฉพาะประเด็นสำคัญที่ยังไม่มีข้อสรุปชัดเจน เช่น การจัดการทรัพย์สินของรัสเซียที่ถูกอายัด และสถานะความชัดเจนของดินแดนฝั่งตะวันออก
- แรงหนุนจากภูมิรัฐศาสตร์ : หากการเจรจามีสัญญาณสะดุด หรือมีกระแสข่าวเชิงลบออกมา จะกลายเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ราคาทองคำปรับขึ้นแรง
- แรงกดดัน : แต่หากทิศทางสันติภาพมีความชัดเจนในเชิงบวก และสามารถบรรลุข้อตกลงได้ ราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอาจได้รับแรงกดดันเล็กน้อย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เพิ่มความผันผวนให้กับตลาดในขณะนี้
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในสัปดาห์นี้ ฝ่ายวิเคราะห์ของ GCAP GOLD แนะนำกลยุทธ์ "รอย่อซื้อ" (Buy on Dip) โดยมีแนวรับสำคัญที่น่าจับตา ได้แก่ บริเวณ $4,175 และ $4,150 (ซึ่งเทียบเท่ากับราคาทองคำไทยประมาณ 63,000 และ 62,600 บาทตามลำดับ)
หากราคาทองคำมีการย่อตัวลงมา แต่ยังสามารถยืนเหนือระดับ $4,150 ได้ จะมีโอกาสดีดตัวกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้านสำคัญบริเวณ $4,300 และ $4,380 อีกครั้ง (เทียบเท่าราคาทองคำไทยประมาณ 64,800 และ 66,000 บาท)
หากราคาดีดตัวแรงรับข่าวดอกเบี้ยของเฟดและเข้าใกล้โซนแนวต้านดังกล่าว แนะนำให้นักลงทุนเน้นการ ขายทำกำไรเป็นรอบ มากกว่าการไล่ซื้อ เพื่อเป็นการลดขนาดการลงทุนก่อนการแถลงของนายเจอโรม พาวเวลล์ เนื่องจากเป็นช่วงที่ตลาดจะผันผวนรุนแรง
สิ่งสำคัญที่เน้นย้ำ คือ นักลงทุนควรวาง Stop Loss ในทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเกิดสัญญาณหลุดต่ำกว่าระดับ $4,150 (เทียบเท่าราคาทองคำไทยประมาณ 62,500 บาท) ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนภาพระยะสั้นให้ราคาทองคำกลับมาเคลื่อนไหวในเชิงลบ