“ทองคำ” ปี 68 ทุบสถิติรอบ 46 ปี ทำ New High 50 ครั้ง ไปกันต่อปี 69 ลุ้นทะลุ 70,000 บาท
สรุปปรากฏการณ์ "ทองคำ" ปี 2568 ทำ New High กว่า 50 ครั้ง พุ่งแรงสุดในรอบ 46 ปี พร้อมกางแผนที่ราคาทองปี 2569 จาก 3 กูรูดัง ฮั่วเซ่งเฮง, YLG และ GCAP คาดเป้าหมายทะลุ 70,000 บาท
ปี 2568 เป็นปีที่ ทองคำ มีผลตอบแทนสูงสุดประวัติการณ์ ราคาทองคำโลกให้ผลตอบแทนสูงที่สุดในรอบกว่า 46 ปี โดยปรับตัวขึ้นกว่า 70% ส่วนทองคำในประเทศพุ่งแรงถึง 59% โดยตลอดทั้งปีทองคำมีการทำ New High ไปมากกว่า 50 ครั้ง
Timeline ราคาทองคำปี 2568
มกราคม 2568 (จุดเริ่มต้นปี)
ราคาทองคำโลก (Spot Gold) เปิดตลาดที่ 2,632 ดอลลาร์ต่อออนซ์,
ราคาทองคำแท่งในประเทศ เปิดตลาดที่ 42,650 บาท
มีนาคม 2568:
ราคาทองคำโลกปรับตัวขึ้นแตะระดับ 3,000 ดอลลาร์ เป็นครั้งแรก
เมษายน 2568:
ราคาทองคำโลกพุ่งทะลุ 3,100 ดอลลาร์
ราคาทองคำไทยทะลุ 50,000 บาท
สถิติช่วง 4 เดือนแรก ทำ New High ไปแล้วรวม 19 ครั้ง
ตุลาคม 2568:
ราคาทองคำโลกพุ่งทะลุ 4,000 ดอลลาร์ (ภายในเวลาเพียง 7 เดือนหลังจากแตะระดับ 3,000 ดอลลาร์)
ราคาในประเทศเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 61,000 บาท
- 17 ตุลาคม 2568: ราคาทองคำในประเทศทำสถิติ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 67,400 บาท
สถิติช่วง 10 เดือนแรก: ทำ New High สะสมรวมกว่า 40 ครั้ง
ธันวาคม 2568 (ช่วงปลายปี)
26 ธันวาคม 2568: ราคาทองโลกแตะที่ 4,531 ดอลลาร์ และทองไทยอยู่ที่ประมาณ 66,200 บาท
27 ธันวาคม 2568: ราคาทองคำโลกทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติศาสตร์ (All-Time High) ที่ระดับ 4,531 ดอลลาร์
- สรุปภาพรวมสิ้นปี: ราคาทองโลกเพิ่มขึ้นกว่า 70% และทองไทยเพิ่มขึ้นถึง 59% เมื่อเทียบกับต้นปี
ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนราคาในปี 2568
ผู้ประกอบการทองคำ 3 ราย ฮั่วเซ่งเฮง, YLG, GCAP ระบุถึงสาเหตุที่ทำให้ปี 2568 เป็นปีทองไว้ดังนี้
- นโยบาย "ทรัมป์ 0": ความกังวลเรื่องสงครามการค้าและการใช้กำแพงภาษี ทำให้เกิดความผันผวนในตลาดการเงินโลก
- วัฏจักรดอกเบี้ยขาลง: การที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เข้าสู่ช่วงลดดอกเบี้ยอย่างเต็มตัว ทำให้ทองคำน่าดึงดูดกว่าสินทรัพย์ที่อิงดอกเบี้ย,
- แรงซื้อจากสถาบัน: มีเม็ดเงินไหลเข้ากองทุน Gold ETF สูงถึง 6 ตัน (ในช่วง 11 เดือนแรก) หลังจากไหลออกต่อเนื่องมา 4 ปี
- การสะสมของธนาคารกลาง: กระแส De-dollarization ทำให้ธนาคารกลางทั่วโลกเร่งสะสมทองคำในทุนสำรองเพื่อลดการพึ่งพาดอลลาร์
ทิศทางทองคำปี 2569 ขาขึ้นแต่ลดความร้อนแรง
3 กูรูวงการทองคำมองตรงกันว่าปี 2569 ทองคำยังอยู่ใน วัฏจักรขาขึ้น (Bull Market) แต่อาจไม่หวือหวาเท่าปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ดีตัวแปรที่สำคัญที่สุดสำหรับทองคำในประเทศคือ "ค่าเงินบาท" หากเงินบาทแข็งค่าขึ้นอาจทำให้ราคาทองในไทยปรับตัวขึ้นช้ากว่าราคาทองคำโลก
ธนรัชต์ พสวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทฮั่วเซ่งเฮง เผยว่า มองว่าทองคำจะปรับตัวขึ้นต่อเป็นปีที่ 4 แต่อาจลดความร้อนแรงลง โดยอาจจะต้องจับตาการเปลี่ยนตัว ประธานเฟดคนใหม่ ที่จะมาแทนเจอโรม พาวเวล ซึ่งคาดว่าจะมีนโยบายผ่อนคลายและลดดอกเบี้ยเชิงรุกมากกว่าเดิม
นอกจากนี้ยังมี "ผู้เล่นใหม่" อย่าง Tether (ผู้ออกสเตเบิลคอยน์) ที่เข้ามาสะสมทองคำสำรองมหาศาล
เป้าหมายราคาปี 2569 :
ทองโลก: 4,770 – 5,200 ดอลลาร์
ทองไทย: 70,000 – 76,200 บาท (บนสมมติฐานเงินบาท 31 บาท)
พวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร YLG เผยว่า ปัจจัยหนุนยังแข็งแกร่งใน 4 ด้าน คือ ดอกเบี้ยขาลง, กระแส De-dollarization (ลดการพึ่งพาดอลลาร์), การโยกเงินจากตลาดหุ้นเข้าสู่สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูง และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์
เป้าหมายราคาปี 2569 :
ทองโลก: 4,721 – 4,900 ดอลลาร์
ทองไทย: 69,500 – 72,150 บาท (บนสมมติฐานเงินบาท 31.06 บาท)
อารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ GCAP GOLD ระบุว่า สัญญาณทางเทคนิคของทองคำระยะยาวเป็น Bullish Breakout โดยมีการย่อตัวเพื่อสะสมกำลัง ปัจจัยที่ต้องจับตาคือความตึงเครียดระหว่าง จีน-ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นตัวเร่งอุปสงค์สินทรัพย์ปลอดภัย
เป้าหมายราคาปี 2569 :
ทองโลก: 4,750 – 4,900 ดอลลาร์
ทองไทย: 72,000 – 74,000 บาท (หากบาทอยู่ที่ 32 บาท) แต่หากบาทอ่อนค่าไปที่ 33-34 บาท อาจเห็น ทะลุ 75,000 บาท