โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สมเด็จพระพันปีหลวง : มารดาแห่งแผ่นดิน และบทบาทสำคัญต่อมุสลิมไทย

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 03 พ.ย. 2568 เวลา 02.38 น. • เผยแพร่ 03 พ.ย. 2568 เวลา 02.38 น.

บทความพิเศษ | อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)

ที่ปรึกษาสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้

สมเด็จพระพันปีหลวง

: มารดาแห่งแผ่นดิน

และบทบาทสำคัญต่อมุสลิมไทย

ด้วยพระนามของอัลลอฮ์ผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็น “อัครศาสนูปถัมภก” อย่างแท้จริง

ทรงตระหนักในความสำคัญของพหุสังคมไทย และได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจอันเป็นคุณูปการต่อพสกนิกรชาวไทยมุสลิมอย่างต่อเนื่องยาวนาน โดยเฉพาะในมิติของการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข

พระมหากรุณาธิคุณต่อศาสนาและวัฒนธรรมอิสลาม

พระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมกิจการอิสลามหลายด้าน อันแสดงถึงความห่วงใยและการให้เกียรติศาสนิกชน:

ด้านการศึกษาศาสนา:

ทรงสนับสนุนให้มีการ แปลความหมายของพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานเป็นภาษาไทย

โดยทรงอนุญาตให้อัญเชิญอักษรพระนามาภิไธย “สก.” ไว้บนปกคัมภีร์ (คู่กับอักษรพระปรมาภิไธย “ภ.ป.ร.”)

ซึ่งช่วยให้ชาวไทยมุสลิมและผู้สนใจสามารถเข้าถึงและทำความเข้าใจหลักคำสอนได้ง่ายยิ่งขึ้น

เป็นการยกระดับการศึกษาศาสนาในประเทศ

ด้านมรดกทางวัฒนธรรมและอาชีพ (โครงการศิลปาชีพ):

ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์หลักผ่านโครงการศิลปาชีพ โดยส่งเสริมและอนุรักษ์ งานหัตถกรรมพื้นบ้านที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชนชาวไทยมุสลิม โดยเฉพาะในภาคใต้ เช่น งานปักผ้า งานทอผ้า

ซึ่งนอกจากจะช่วยสร้างงาน สร้างรายได้แล้ว

ยังเป็นการรักษามรดกทางวัฒนธรรม อันเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ชาติ

พระราชกรณียกิจเหล่านี้มิได้มุ่งเน้นเพียงด้านศาสนาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมเยียนราษฎรอย่างใกล้ชิด โดยไม่ทรงถือความแตกต่างทางศาสนาและชาติพันธุ์

ซึ่งตอกย้ำถึงความเท่าเทียมและความเมตตา ในฐานะ “แม่แห่งแผ่นดิน”

บทบาทในการพัฒนาการศึกษามุสลิมและประชาชนในภาคใต้

พระราชกรณียกิจที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการศึกษาของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีชาวไทยมุสลิมเป็นประชากรส่วนใหญ่ สะท้อนถึงพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ ดังนี้:

การส่งเสริมอาชีพและรายได้ผ่านโครงการศิลปาชีพ:

ทรงส่งเสริมให้มีการฝึกอาชีพและศิลปหัตถกรรมท้องถิ่น เช่น การทำผ้าบาติก เครื่องปั้นดินเผา และงานฝีมือต่างๆ ผ่านโครงการศิลปาชีพ

การส่งเสริมเหล่านี้เป็นการให้โอกาสทางการศึกษาและพัฒนาทักษะ นอกเหนือจากระบบโรงเรียนปกติ ซึ่งช่วยให้ราษฎรชาวมุสลิมในพื้นที่สามารถสร้างรายได้ และเลี้ยงดูครอบครัวได้อย่างยั่งยืน โดยไม่ต้องอพยพไปทำงานที่อื่น

การพัฒนาอาชีพนี้ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในท้องถิ่น ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาสังคมและการศึกษา

การสนับสนุนการศึกษาอย่างทั่วถึง:

แนวพระราชดำริและพระราชกรณียกิจโดยรวมด้านการศึกษาของพระองค์นั้น มุ่งเน้นการให้โอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม แก่เยาวชนของชาติทุกกลุ่ม โดยไม่จำกัดเชื้อชาติและศาสนา

ทรงตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษาที่ไม่จำกัดอยู่แค่ในโรงเรียนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสายอาชีพและการอบรมจากผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาเยาวชนและแรงงานในพื้นที่ต่างๆ

พระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิต

และมอบโอกาสทางการศึกษาแก่ประชาชนทุกหมู่เหล่า รวมถึงชาวไทยมุสลิม

โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านโครงการศิลปาชีพ ซึ่งถือเป็นรูปแบบหนึ่งของการศึกษาด้านอาชีพ ที่มีส่วนช่วยในการยกระดับเศรษฐกิจฐานราก และสร้างความมั่นคงในชีวิตให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ซึ่งเป็นการวางรากฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืน

มรดกแห่งสัจธรรม

: การรำลึกถึงพระพันปีหลวงในมิติอิสลาม

อ.อำนาจ (อับดุลอาซีซ) มะหะหมัด นักวิชาการมุสลิมชื่อดังสะท้อนว่า ในวาระแห่งการสวรรคตของพระองค์ ศาสนาอิสลามได้มอบบทเรียนเชิงอีหม่าน (ความศรัทธา) ให้ชาวไทยมุสลิมได้ตระหนักถึง “สัจธรรมแห่งชีวิตและความตาย” ซึ่งเป็นแก่นสำคัญของหลักคำสอน

ตามหลักการอิสลาม การจากไปของบุคคลสำคัญเป็นเครื่องเตือนใจให้มุสลิมกล่าวถ้อยคำแห่งการยอมจำนนต่อพระประสงค์ของอัลลอฮ์:

إِنَّا لِلَّهِ وَإِنَّا إِلَيْهِ رَاجِعُونَ

“แท้จริงเราทั้งหลายเป็นของอัลลอฮ์ และแท้จริงเราจะกลับไปหาพระองค์” (อัลกุรอาน 2:156)

การกล่าวโองการนี้: สำหรับมุสลิม เป็นการรำลึกถึงอำนาจของอัลลอฮ์ และเตือนตนให้ยอมรับความเป็นจริงของชีวิต มิใช่การละเมิดหลักเตาฮีด (การให้เอกภาพแก่อัลลอฮ์) หากเป็นการแสดงออกซึ่งความอ่อนน้อมต่อพระผู้ทรงสร้าง

การแสดงความเคารพ: หลักการอิสลามสอนให้มุสลิมรู้จัก “อิกรอม” (إكرام) หรือการให้เกียรติความเป็นมนุษย์ ดังที่ท่านศาสนทูตมุฮัมมัดเคยยืนขึ้นเมื่อขบวนศพของชาวยิวผ่านหน้า โดยกล่าวว่า “เขามิใช่วิญญาณคนหนึ่งดอกหรือ?”

การแสดงความอาลัยต่อพระบรมราชชนนีพันปีหลวงจึงเป็นการแสดงออกถึงมารยาทแห่งมนุษยธรรม และความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ในฐานะผู้นำของชาติ โดยไม่ขัดต่อหลักการศาสนา

แนวทางการถวายอาลัยที่สอดคล้องกับหลักศาสนา

เพื่อรักษาหลักปฏิบัติทางศาสนา อิสลามกำหนดแนวทางในการถวายอาลัยที่เน้นความ สุภาพ เรียบร้อย และการให้เกียรติ ดังนี้:

การแต่งกาย: ชาวไทยมุสลิม ไม่สามารถไว้ทุกข์ด้วยชุดสีดำ ตามหลักศาสนา แต่ให้แต่งกายด้วยสีอื่นที่สุภาพ (เช่น ขาว เทาอ่อน สีอ่อน) ไม่ฉูดฉาด สำหรับสตรีมุสลิมต้องคลุมฮิญาบอย่างเรียบร้อยและมิดชิด

การแสดงความเคารพ: สามารถแสดงความเคารพด้วยการยืนตรงสงบนิ่ง เพื่อแสดงความเคารพต่อผู้จากไป หรือก้มศีรษะคำนับในลักษณะที่ไม่เกินขั้นรูกัวะ (การก้มที่ลำตัวท่อนบนขนานกับพื้น) ซึ่งเป็นอิบาดะฮ์ (การเคารพสักการะ) ในละหมาด

บทสรุป

พระมหากรุณาธิคุณและพระราชจริยวัตรของพระบรมราชชนนีพันปีหลวงต่อชาวไทยมุสลิม ได้เป็นมรดกแห่งความรักและความเข้าใจ เป็นรากฐานอันมั่นคงของสังคมไทยที่อยู่ร่วมกันอย่างสันติภายใต้ความแตกต่างทางศาสนา

การสวรรคตของพระองค์จึงเป็นวาระที่ชาวไทยมุสลิมร่วมกันถวายความอาลัยด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

และพร้อมกันรำลึกถึงสัจธรรมแห่งชีวิต ตามหลักคำสอนของอิสลามอย่างสมบูรณ์

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สมเด็จพระพันปีหลวง : มารดาแห่งแผ่นดิน และบทบาทสำคัญต่อมุสลิมไทย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...