สมเด็จพระพันปีหลวง : มารดาแห่งแผ่นดิน และบทบาทสำคัญต่อมุสลิมไทย
บทความพิเศษ | อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
ที่ปรึกษาสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้
สมเด็จพระพันปีหลวง
: มารดาแห่งแผ่นดิน
และบทบาทสำคัญต่อมุสลิมไทย
ด้วยพระนามของอัลลอฮ์ผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็น “อัครศาสนูปถัมภก” อย่างแท้จริง
ทรงตระหนักในความสำคัญของพหุสังคมไทย และได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจอันเป็นคุณูปการต่อพสกนิกรชาวไทยมุสลิมอย่างต่อเนื่องยาวนาน โดยเฉพาะในมิติของการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข
พระมหากรุณาธิคุณต่อศาสนาและวัฒนธรรมอิสลาม
พระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมกิจการอิสลามหลายด้าน อันแสดงถึงความห่วงใยและการให้เกียรติศาสนิกชน:
ด้านการศึกษาศาสนา:
ทรงสนับสนุนให้มีการ แปลความหมายของพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานเป็นภาษาไทย
โดยทรงอนุญาตให้อัญเชิญอักษรพระนามาภิไธย “สก.” ไว้บนปกคัมภีร์ (คู่กับอักษรพระปรมาภิไธย “ภ.ป.ร.”)
ซึ่งช่วยให้ชาวไทยมุสลิมและผู้สนใจสามารถเข้าถึงและทำความเข้าใจหลักคำสอนได้ง่ายยิ่งขึ้น
เป็นการยกระดับการศึกษาศาสนาในประเทศ
ด้านมรดกทางวัฒนธรรมและอาชีพ (โครงการศิลปาชีพ):
ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์หลักผ่านโครงการศิลปาชีพ โดยส่งเสริมและอนุรักษ์ งานหัตถกรรมพื้นบ้านที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชนชาวไทยมุสลิม โดยเฉพาะในภาคใต้ เช่น งานปักผ้า งานทอผ้า
ซึ่งนอกจากจะช่วยสร้างงาน สร้างรายได้แล้ว
ยังเป็นการรักษามรดกทางวัฒนธรรม อันเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ชาติ
พระราชกรณียกิจเหล่านี้มิได้มุ่งเน้นเพียงด้านศาสนาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมเยียนราษฎรอย่างใกล้ชิด โดยไม่ทรงถือความแตกต่างทางศาสนาและชาติพันธุ์
ซึ่งตอกย้ำถึงความเท่าเทียมและความเมตตา ในฐานะ “แม่แห่งแผ่นดิน”
บทบาทในการพัฒนาการศึกษามุสลิมและประชาชนในภาคใต้
พระราชกรณียกิจที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการศึกษาของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีชาวไทยมุสลิมเป็นประชากรส่วนใหญ่ สะท้อนถึงพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ ดังนี้:
การส่งเสริมอาชีพและรายได้ผ่านโครงการศิลปาชีพ:
ทรงส่งเสริมให้มีการฝึกอาชีพและศิลปหัตถกรรมท้องถิ่น เช่น การทำผ้าบาติก เครื่องปั้นดินเผา และงานฝีมือต่างๆ ผ่านโครงการศิลปาชีพ
การส่งเสริมเหล่านี้เป็นการให้โอกาสทางการศึกษาและพัฒนาทักษะ นอกเหนือจากระบบโรงเรียนปกติ ซึ่งช่วยให้ราษฎรชาวมุสลิมในพื้นที่สามารถสร้างรายได้ และเลี้ยงดูครอบครัวได้อย่างยั่งยืน โดยไม่ต้องอพยพไปทำงานที่อื่น
การพัฒนาอาชีพนี้ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในท้องถิ่น ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาสังคมและการศึกษา
การสนับสนุนการศึกษาอย่างทั่วถึง:
แนวพระราชดำริและพระราชกรณียกิจโดยรวมด้านการศึกษาของพระองค์นั้น มุ่งเน้นการให้โอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม แก่เยาวชนของชาติทุกกลุ่ม โดยไม่จำกัดเชื้อชาติและศาสนา
ทรงตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษาที่ไม่จำกัดอยู่แค่ในโรงเรียนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสายอาชีพและการอบรมจากผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาเยาวชนและแรงงานในพื้นที่ต่างๆ
พระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิต
และมอบโอกาสทางการศึกษาแก่ประชาชนทุกหมู่เหล่า รวมถึงชาวไทยมุสลิม
โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านโครงการศิลปาชีพ ซึ่งถือเป็นรูปแบบหนึ่งของการศึกษาด้านอาชีพ ที่มีส่วนช่วยในการยกระดับเศรษฐกิจฐานราก และสร้างความมั่นคงในชีวิตให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
ซึ่งเป็นการวางรากฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืน
มรดกแห่งสัจธรรม
: การรำลึกถึงพระพันปีหลวงในมิติอิสลาม
อ.อำนาจ (อับดุลอาซีซ) มะหะหมัด นักวิชาการมุสลิมชื่อดังสะท้อนว่า ในวาระแห่งการสวรรคตของพระองค์ ศาสนาอิสลามได้มอบบทเรียนเชิงอีหม่าน (ความศรัทธา) ให้ชาวไทยมุสลิมได้ตระหนักถึง “สัจธรรมแห่งชีวิตและความตาย” ซึ่งเป็นแก่นสำคัญของหลักคำสอน
ตามหลักการอิสลาม การจากไปของบุคคลสำคัญเป็นเครื่องเตือนใจให้มุสลิมกล่าวถ้อยคำแห่งการยอมจำนนต่อพระประสงค์ของอัลลอฮ์:
إِنَّا لِلَّهِ وَإِنَّا إِلَيْهِ رَاجِعُونَ
“แท้จริงเราทั้งหลายเป็นของอัลลอฮ์ และแท้จริงเราจะกลับไปหาพระองค์” (อัลกุรอาน 2:156)
การกล่าวโองการนี้: สำหรับมุสลิม เป็นการรำลึกถึงอำนาจของอัลลอฮ์ และเตือนตนให้ยอมรับความเป็นจริงของชีวิต มิใช่การละเมิดหลักเตาฮีด (การให้เอกภาพแก่อัลลอฮ์) หากเป็นการแสดงออกซึ่งความอ่อนน้อมต่อพระผู้ทรงสร้าง
การแสดงความเคารพ: หลักการอิสลามสอนให้มุสลิมรู้จัก “อิกรอม” (إكرام) หรือการให้เกียรติความเป็นมนุษย์ ดังที่ท่านศาสนทูตมุฮัมมัดเคยยืนขึ้นเมื่อขบวนศพของชาวยิวผ่านหน้า โดยกล่าวว่า “เขามิใช่วิญญาณคนหนึ่งดอกหรือ?”
การแสดงความอาลัยต่อพระบรมราชชนนีพันปีหลวงจึงเป็นการแสดงออกถึงมารยาทแห่งมนุษยธรรม และความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ในฐานะผู้นำของชาติ โดยไม่ขัดต่อหลักการศาสนา
แนวทางการถวายอาลัยที่สอดคล้องกับหลักศาสนา
เพื่อรักษาหลักปฏิบัติทางศาสนา อิสลามกำหนดแนวทางในการถวายอาลัยที่เน้นความ สุภาพ เรียบร้อย และการให้เกียรติ ดังนี้:
การแต่งกาย: ชาวไทยมุสลิม ไม่สามารถไว้ทุกข์ด้วยชุดสีดำ ตามหลักศาสนา แต่ให้แต่งกายด้วยสีอื่นที่สุภาพ (เช่น ขาว เทาอ่อน สีอ่อน) ไม่ฉูดฉาด สำหรับสตรีมุสลิมต้องคลุมฮิญาบอย่างเรียบร้อยและมิดชิด
การแสดงความเคารพ: สามารถแสดงความเคารพด้วยการยืนตรงสงบนิ่ง เพื่อแสดงความเคารพต่อผู้จากไป หรือก้มศีรษะคำนับในลักษณะที่ไม่เกินขั้นรูกัวะ (การก้มที่ลำตัวท่อนบนขนานกับพื้น) ซึ่งเป็นอิบาดะฮ์ (การเคารพสักการะ) ในละหมาด
บทสรุป
พระมหากรุณาธิคุณและพระราชจริยวัตรของพระบรมราชชนนีพันปีหลวงต่อชาวไทยมุสลิม ได้เป็นมรดกแห่งความรักและความเข้าใจ เป็นรากฐานอันมั่นคงของสังคมไทยที่อยู่ร่วมกันอย่างสันติภายใต้ความแตกต่างทางศาสนา
การสวรรคตของพระองค์จึงเป็นวาระที่ชาวไทยมุสลิมร่วมกันถวายความอาลัยด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
และพร้อมกันรำลึกถึงสัจธรรมแห่งชีวิต ตามหลักคำสอนของอิสลามอย่างสมบูรณ์
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สมเด็จพระพันปีหลวง : มารดาแห่งแผ่นดิน และบทบาทสำคัญต่อมุสลิมไทย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly