โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

เจ้าของร้านชำสุดเจ็บใจ โร่แจ้งความ เปิดกล้องวงจรปิดพบลูกค้าแอบลักเงินถึง 4 รอบ ลั่น ขโมยเงินกูซื้อของกู

MATICHON ONLINE

อัพเดต 22 ก.ย 2566 เวลา 05.00 น. • เผยแพร่ 22 ก.ย 2566 เวลา 04.54 น.

เจ้าของร้านชำสุดเจ็บใจ โร่แจ้งความ เปิดกล้องวงจรปิดพบลูกค้าแอบลักเงินถึง 4 รอบ ลั่น ขโมยเงินกูซื้อของกู

เจ้าของร้านค้าสุดเจ็บ รักและเอ็นดูแม่ค้ากับลูกน้อย 2 คน ขายน้ำอัดลมริมทาง ทั้งแจกทั้งแถมเวลามาซื้อน้ำแข็งและของในร้านเพราะพูดเพราะ เห็นแล้วปลื้มใจความขยันสามารถซื้อทุเรียนลูกใหญ่ให้ลูกกินเป็นประจำ มาดูวงจรปิดในร้านพบขโมยเงินในร้านทุกวันโร่แจ้งเอาผิดระบุ ”ขโมยเงินกูซื้อของกู”

เมื่อวันที่ 22 กันยายน ร้านค้าใน อ.แคนดง จ.บุรีรัมย์ ต่างออกมาเผยพฤติกรรมแสบของหญิงสาวรายหนึ่ง อายุประมาณ 30 ปี ที่มักจะพาลูกสาววัย 4 ขวบกับ 7 ขวบไปด้วย แล้วก่อเหตุลักทรัพย์ภายในร้าน มีร้านค้าได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก จึงออกมาแจ้งเตือนเป็นอุทาหรณ์ให้กับร้านค้าทั่วไป

จากการตรวจสอบที่ร้านค้าแห่งหนึ่งใน อ.แคนดง พบนางชิตากาญจน์ ตามสีรัมย์ อายุ 44 ปี เจ้าของร้านมาบุญชู เลขที่ 120 ม.5 ต.แคนดง อ.แคนดง จ.บุรีรัมย์ ตั้งอยู่ริมถนนสายแคนดง-สตึก ในเขตเทศบาลตำบลแคนดง โดยเจ้าของร้านได้พาผู้สื่อข่าวไปดูคลิปกล้องวงจรปิดภายในร้าน

เป็นภาพหญิงสาวทราบต่อมา นางสิริมา ดำริห์ อายุ 30 ปี มาพร้อมกับลูกสาว 2 คนเข้ามาในร้าน แล้วแอบขโมยเอาเงินสดในลิ้นชักโต๊ะเก็บเงินของร้านหลายครั้ง โดยนางชิตากาญจน์ เล่าว่า

รู้จักกับนางสิริมา เพราะมาซื้อของภายที่ร้านได้ประมาณ 2 เดือน แต่มีความรู้สึกที่ดี เพราะมีลูกสาวน่ารัก 2 คน อายุ 4 ขวบกับ 7 ขวบมาด้วย เป็นคนพูดจาไพเราะ เวลามาซื้อของจะแถมไปด้วย ถ้าเป็นของเด็กจะไม่คิดเงินเพราะสงสาร เพราะแม่มีอาชีพขายน้ำอัดลมริมทาง

ต่อมาเริ่มผิดสังเกต ระหว่างที่ตนออกไปตักน้ำแข็งที่ถังน้ำแข็งซึ่งตั้งอยู่หน้าร้าน ขายให้ แต่นางสิริมา มักจะหายตัวไปปล่อยให้ลูกอยู่หน้าร้านกับตนเองระหว่างตักน้ำแข็ง ไม่กล้าไปไหนเพราะเกรงว่าเด็กจะวิ่งออกไปถนน ประมาณ 5 นาทีนางสิริมา ก็ออกมา แล้วให้ไปคิดเงินที่โต๊ะในร้าน

กระทั่งพอรู้ว่าน่าจะเข้าไปขโมยพวกสบู่ ยาสีฟันบ้าง ตนไม่ได้ใส่ใจเพราะสงสาร แต่เหตุการณ์เกิดขึ้นบ่อย เมื่อต้นเดือนกันยายน จึงเข้าไปเปิดกล้องวงจรปิดดู เห็นชัดเจนว่านางสิริมา เปิดลิ้นชักเข้าไปขโมยเงินสดประมาณ 4 ครั้ง เมื่อมาย้อนคิดพบว่าเงินที่หายไปน่าจะวันละประมาณ 8,000 บาท จึงไปบอกให้แม่ที่มาช่วยขายของเพื่อให้ระวัง แต่แม่กลับไม่เชื่ออ้างว่าตนเองตาลาย “คนแบบนี้หรือที่จะมาขโมยเงิน” จึงเปิดกล้องวงจรปิดให้แม่ดูจึงถึงบางอ้อ ก่อนจะเข้าไปแจ้งความต่อ ร.ต.อ.กิตติกาญจน์ กรมธรเศรษฐ์ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.แคนดง อ.แคนดง เพื่อต้องการดำเนินคดี

นางชิตากาญจน์ กล่าวด้วยว่า ก่อนหน้านี้ยอมรับว่าปลื้มกับนางสิริมา เพราะมีอาชีพแค่ขายน้ำอัดลม แต่มีเงินซื้อทุเรียนลูกใหญ่ให้ลูกกินเป็นประจำ พอมารู้ความจริงสุดเจ็บใจที่แท้เงินที่เอามาซื้อทุเรียนกับซื้อของในร้าน ”เป็นเงินกูเอง” ตอนนี้ยังไม่ทราบว่าเงินที่หายไปจำนวนเท่าไหร่เท่าที่เห็นในภาพวงจรปิด ขโมย 4 ครั้ง ครั้งละประมาณ 8,000 บาท หรือประมาณ 32,000 บาท แต่ก่อนหน้านั้นหรือประมาณ 60 วันที่ผ่านมา ไม่รู้หายไปเท่าไหร่ ส่วนสาเหตุที่นำมาร้องสื่อเพราะอยากแจ้งเตือน และอยากจะเร่งคดีที่ไม่มีความคืบหน้าทั้งที่มีหลักฐานครบ

ด้านนายสุวิทย์ ชะบารัมย์ ผู้ใหญ่บ้าน ม.18 บ้านม่วงน้อย ต.แคนดง อ.แคนดง จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า นางสิริมา ผู้ก่อเหตุเป็นคนชอบลักเล็กขโมยน้อยมานาน เคยไปทำงานก่อสร้างที่กรุงเทพฯกับสามี แต่อยู่ไม่ได้คาดว่าน่าจะไปขโมยทรัพย์สินของเพื่อนร่วมงาน

ตอนนี้เท่าที่ได้รับรายงานมีร้านค้าหลายร้านค้าใน อ.แคนดง ถูกขโมยของหลายร้านค้า แต่ส่วนใหญ่ไม่มีหลักฐาน แม้แต่ร้านค้าของตนเองยังถูกขโมยของแต่ไม่มีหลักฐานเช่นเดียวกัน ครั้งนี้มีภาพจากกล้องวงจรปิดชัด โดยหลังจากนางสิริมา รู้ตัวได้หลบหนีไปจังหวัดสกลนคร แล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...