โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จาก "วันเสียงปืนแตก" สู่ภารกิจ "ดับเสียงปืนแตก" การต่อสู้ครั้งสุดท้ายของ พคท.

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 09 ส.ค. 2566 เวลา 11.18 น. • เผยแพร่ 07 ส.ค. 2566 เวลา 00.30 น.
กองร้อยทหารราบเคลื่อนที่ที่ 1 เขตงานพัทลุง ตรัง สตูล ของพคท. (ภาพจาก หนังสือ ธง แจ่มศรี ใต้ธงปฏิวัติ)

จาก “วันเสียงปืนแตก” สู่ภารกิจ “ดับเสียงปืนแตก” การต่อสู้ครั้งสุดท้ายของ พคท.

พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) เคยเป็นพรรคที่ถูกกฎหมายและได้ทำงานในสภาฯ แต่ในบริบทสงครามเย็นตั้งแต่สมัยจอมพล ป. สมัยที่ 2 เป็นต้นมา พรรคคอมมิวนิสต์ก็ถูกกีดกันให้ออกจากการเมือง และเป็นพรรคที่ผิดกฎหมาย ทั้งยังดำเนินนโยบายปราบปรามคอมมิวนิสต์

แต่ พคท. เคลื่อนไหวแบบ “หลีกเลี่ยงการปะทะเพื่อช่วงชิงสร้างพื้นฐานมวลชน” หรือการเคลื่อนไหวแบบสันติ ทว่าฝ่ายรัฐไทยก็ยังคงปราบปราม พคท. หนักขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะหลังการรัฐประหาร พ.ศ. 2501 โดย จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นต้นมา ซึ่งการปราบปรามคอมมิวนิสต์ของรัฐไทยเป็นการสร้างแรงกดทับและความแค้นให้กับ พคท. สะสมจนระเบิดออกมาในเหตุการณ์ “วันเสียงปืนแตก”

วันเสียงปืนแตก คือ วันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2508 สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ชี้หลักฐานจากหนังสือพิมพ์ว่าเป็นวันที่ 8 สิงหาคม หรือ 8-8-08 (สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล, 2552) เป็นกรณีที่ชาวบ้านนาบัวและ พคท. ใช้อาวุธยิงปะทะกับตำรวจในพื้นที่บ้านนาบัว ตำบลเรณู อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม นับกันว่าเป็นการใช้อาวุธต่อต้านอำนาจรัฐไทยครั้งแรกอย่างเป็นทางการ

ผลของเหตุการณ์เสียงปืนแตกคือมีตำรวจเสียชีวิต 1 นาย คือ ส.ต.อ. ชัยรัตน์ สิงห์ด้วง ทั้งยังทำให้ พ.ต.อ. สงัด โรจน์ภิรมย์ ผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม ถูกยิงบาดเจ็บสาหัส ฝ่าย พคท. เสียชีวิต 1 ราย คือ นายกองสิน จิตมาตย์ หรือ “สหายเสถียร”

ในด้านของ พคท. หลังจากเกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่รัฐ ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2508 (เดือนถัดมาจากเหตุการณ์) กรมการเมือง พคท. ได้จัดประชุมที่ดงพระเจ้า อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร โดยมีมติให้ใช้อาวุธต่อสู้กับเจ้าหน้าที่รัฐได้ในบางจุด นับเป็นหมุดหมายในการเริ่ม “สงครามประชาชน” โดยมีการจัดตั้งพลพรรคประชาชนต่อต้านอเมริกาแห่งประเทศไทย (พล ปตอ.) ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น “กองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย” (ทปท.) ใน พ.ศ. 2512 เป็นกองกำลังติดอาวุธที่มีจุดประสงค์เพื่อท้าทายอำนาจรัฐ

สมาชิก พคท. เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากการเข้าป่าของนักศึกษา, ปัญญาชน และผู้ที่คับแค้นรัฐบาลเผด็จการ การทยอยเข้าป่าของกลุ่มคนเหล่านี้ส่วนหนึ่งมาจากพฤติกรรมของรัฐเองที่เป็นเผด็จการ กดขี่ประชาชนมากโดยเฉพาะตามชนบทในภาคอีสาน และมีการควบคุมกิจการต่าง ๆ ของประชาชน

แม้ว่ารัฐบาลทหารดำเนินการปราบปรามคอมมิวนิสต์อย่างเข้มข้น แต่ความกดดันนี้เองกลับกลายเป็นสิ่งที่ผลักดันให้ประชาชนคับแค้นรัฐบาลมากขึ้น และหันไปเข้าร่วมร่วมกับ พคท. เห็นได้จากหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ ซึ่งเกิดเหตุการณ์ความอยุติธรรมจากบางฝ่าย ทั้งยังเกิดการรัฐประหารและจัดตั้งรัฐบาลธานินทร์ กรัยวิเชียร ซึ่งมีนโยบายขวาจัด หันกลับมาปราบปรามคอมมิวนิสต์ภายในประเทศอย่างหนัก ภายใต้ช่วงเวลาที่ผิดยุคผิดสมัย ทำให้เกิดการไหลเข้าป่าเข้าร่วมกับ พคท. ครั้งใหญ่ ของนิสิต, นักศึกษา และปัญญาชน

เมื่อเกิดการรัฐประหารโค่นรัฐบาลธานินทร์ และเปลี่ยนเป็นรัฐบาล พล.อ. เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ก็มีนโยบายประนีประนอมกับฝ่ายซ้ายมากขึ้น ทั้งยังออกพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องในการชุมนุมในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ระหว่างวันที่ 4 ถึงวันที่ 6 ตุลาคม 2519 พ.ศ. 2521 เพื่อเป็นช่องทางให้กลุ่มนักศึกษาและปัญญาชนที่เข้าป่าหลัง 6 ตุลาฯ กลับเข้าเมือง และยังเป็นต้นแบบของคำสั่ง 66/2523 ในสมัยรัฐบาล พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ ที่เปลี่ยนยุทธศาสตร์การสู้รบกับ พคท. ที่ผ่อนปรนจากการปราบปรามทางทหารอย่างเข้มข้น เป็นการผสานไปกับการเมือง

ในด้าน พคท. เมื่อขบวนการนักศึกษาและปัญญาชนเข้าสู่พรรคคอมมิวนิสต์มากขึ้น ก็ทำให้เกิดปัญหาจากความขัดแย้งทางความคิด นอกจากนี้ ยังมีความขัดแย้งจากการแบ่งขั้วอำนาจในระบบโลกใหม่ ในกรณีอินโดจีนช่วง พ.ศ. 2522/ค.ศ. 1979 เวียดนามที่เป็นคอมมิวนิสต์สายโซเวียตสามารถโค่นล้มรัฐบาลเขมรแดงที่เป็นคอมมิวนิสต์สายจีน และตั้งรัฐบาลเฮง สัมริน เป็นรัฐบาลหุ่นเชิด ซ้ำจีนยังทำสงครามสั่งสอนเวียดนามในปีเดียวกัน

ความขัดแย้งในอินโดจีนระหว่างคอมมิวนิสต์ 2 สาย ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของสมาชิก พคท. ทำให้ พคท. เกิดการแยกตัวออกเป็นหลายกลุ่ม มีทั้งกลุ่มโปรจีน, โปรโซเวียต, กลุ่มที่แยกออกไปเพื่อโจมตี พคท. ฯลฯ ความขัดแย้งจากหลากหลายความคิดนี้ทำให้เกิด “วิกฤตศรัทธา” เกี่ยวกับแนวทางการเคลื่อนไหวของ พคท. และเป็นสาเหตุของการ “ป่าแตก” ตั้งแต่หลัง พ.ศ. 2525 เป็นต้นมา

แม้ว่าจะเกิดการป่าแตกที่เป็นหมุดหมายสำคัญของการล่มสลายของ พคท. จะเกิดขึ้นในช่วงทศวรรษดังกล่าว แต่ พคท. ก็ไม่ได้อันตรธานหายไปทันที หลังจากการประชุมสมัชชา ครั้งที่ 4 ธง แจ่มศรี (สหายธง) ได้ถูกเลือกให้รับตำแหน่งเลขาธิการ พคท. และมีการย้ายศูนย์กลางพรรคอยู่บ่อยครั้ง จากเดิมศูนย์กลางพรรคอยู่สุราษฎร์ธานี พ.ศ. 2526 สหายธงได้ย้ายศูนย์กลางพรรคมาอยู่ที่ชุมพร และ พ.ศ. 2527 ได้ย้ายเข้าไปในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ, และคณะ, 2562, น. 448-449) หลังจากนั้นสมาชิกระดับสูงของพรรคค่อย ๆ ทยอยถูกจับกุมไปเรื่อย ๆ เหลือแค่สหายธงกับสมาชิกอีกไม่มากนัก หลบซ่อนตัวอยู่บริเวณแนวเขาตะนาวศรี

การต่อสู้ระหว่างรัฐไทยและ พคท. ครั้งสุดท้ายคือ วันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2535 ตชด. 14 และ ตชด. พลร่มค่ายนเรศวร 8 ราย และกะเหรี่ยงนำทางอีก 1 ราย รวม 9 ราย อ้างว่าได้เข้ามาทำภารกิจพิสูจน์ทราบกองกำลังบริเวณบางกลอย โดยเฮลิคอปเตอร์ และได้ปะทะกับกองกำลังที่ทางการไม่ทราบฝ่าย และได้ติดอยู่ในป่านานถึง 35 วัน โดยมีผู้เสียชีวิตจากการปะทะ 3 ราย อีก 2 รายไม่ทราบว่าถูกสังหารจากฝ่ายไหน รวมเสียชีวิต 5 ราย

จากการให้สัมภาษณ์ของ ร.ต.ท. โชคดี ชัยยะเจริญ (คุยคุ้ยคน |ติดนรกป่าอาถรรพ์ | 35วันในป่าบางกลอย,Part 2-3, 2565) หนึ่งใน ตชด. ผู้ปฏิบัติภารกิจนี้ ชี้ให้เห็นได้ว่าการปะทะไม่ได้เกิดเพียงวันที่ 7 สิงหาคม เท่านั้น แต่ใน 4-5 วันให้หลัง ก็ได้เกิดการปะทะอีกครั้ง ซึ่งเป็นการปะทะครั้งใหญ่กว่าวันที่ 7 สิงหาคม เพราะการปะทะครั้งนี้เองทำให้มีผู้เสียชีวิตจากการปะทะ 3 ราย

ในงานฌาปนกิจสหายธง พ.ศ. 2562 คำไว้อาลัยได้เปิดเผยว่า กองกำลังที่ปะทะกับ ตชด. กลุ่มดังกล่าว คือกองกำลังของสหายธง ซึ่งเป็น พคท. กลุ่มสุดท้ายที่ยังหลงเหลืออยู่ ซึ่งอยู่ในบริเวณพื้นที่เทือกเขาตะนาวศรี สหายธงมองว่าปฏิบัติการครั้งนี้อาจไม่ใช่เป็นเพียงการพิสูจน์ทราบอย่างที่กล่าวอ้าง แต่อาจเป็นภารกิจ “ดับเสียงปืนแตก” หรือการสังหารสหายธงและคอมมิวนิสต์กลุ่มสุดท้ายที่เหลือคนอยู่ไม่มากนัก เพราะเป็นการเลือกปฏิบัติการในวันที่ 7 สิงหาคม ซึ่งตรงกับวันปืนแตก (ในความเข้าใจของคนทั่วไปในขณะนั้น) ทั้งชุดปฏิบัติการของ ตชด. เป็นการคัดคนที่มีประสบการณ์รบอย่างโชกโชน ไม่น่าจะมาทำเพียงภารกิจด้านการข่าว (ส. ชนะ ประชาสงบ, 2562, น. 119-120)

อย่างไรก็ตาม การปะทะครั้งนี้ไม่ว่าจะเกิดจากความตั้งใจหรือไม่ ก็นับได้ว่าเป็น “วันเสียงปืนแตกครั้งสุดท้าย” เพราะเป็นครั้งสุดท้ายที่ พคท. ทำการต่อสู้ด้วยอาวุธกับเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งยังตรงกับวันที่ 7 สิงหาคม ที่ถูกนับเป็นวันเสียงปืนแตก ที่ พคท. ได้ใช้อาวุธต่อต้านอำนาจรัฐครั้งแรกอย่างเป็นทางการ และยังเป็นการปิดฉากสงครามประชาชน เพราะกองกำลัง พคท. กลุ่มสุดท้ายก็ทยอยสลายตัวลงไปเรื่อย ๆ จนเหลือเพียงสหายธง

หลังจากเหตุการณ์นี้สหายธงก็ยังคงอยู่ในป่าจนถึง พ.ศ. 2537 ถึงได้ออกจากป่ามา แต่ก็ไม่ได้มอบตัว ต่อมา พ.ศ. 2543 เมื่อมีการยกเลิก พระราชบัญญัติป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ พ.ศ. 2493 และได้เปิดเผยตัวครั้งแรกในวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2546 และคำไว้อาลัยดังกล่าวก็เป็นการเปิดเผยครั้งแรกหลังจากเหตุการณ์ผ่านไปเกือบ 27 ปี ว่า กองกำลังที่ปะทะกับ ตชด. ในป่าบางกลอย คือกองกำลัง พคท. กลุ่มสุดท้ายของสหายธง หากไม่มีการเปิดเผยข้อเท็จจริงนี้ อาจจะไม่มีทางได้รู้เลยว่าวันนั้น ตชด. ปะทะกับฝ่ายไหน

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

เชาวน์ พงษ์พิชิต. ประวัติพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย. กรุงเทพฯ: แสงดาว, 2565.

โชคดี ชัยยะเจริญ, สัมภาษณ์โดย คงกระพัน แสงสุริยะ, “คุยคุ้ยคน | ติดนรกป่าอาถรรพ์ | 35 วันในป่าบางกลอย Part 2.” YouTube: หนุมคงกระพัน official. https://youtu.be/4gJ6ERs8qi8 (สืบค้นเมื่อ 30 พฤษภาคม 2565).

_, “คุยคุ้ยคน | ติดนรกป่าอาถรรพ์ | 35 วันในป่าบางกลอย Part 3.” YouTube: หนุมคงกระพัน official. https://youtu.be/2m8pSX2sXxA (สืบค้นเมื่อ 30 พฤษภาคม 2565).

ธิกานต์ ศรีนารา. ความขัดแย้งทางความคิดในขบวนการคอมมิวนิสต์ไทย ระหว่าง พ.ศ. 2519-2525. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, คณะศิลปศาสตร์, สาขาวิชา ประวัติศาสตร์, 2548.

สมชัย ภัทรธนานันท์. “การสร้างรัฐประชาชาติไทยกับการต่อสู้ด้วยอาวุธของชาวนาอีสาน: กรณีบ้านนาบัว จังหวัดนครพนม.” ใน เมื่อใดจึงเป็นชาติไทย. กรุงเทพฯ: อิลลูมิเนชั่น เอดิชั่น, 2564.

สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล. “8 สิงหา 2508 ” (8-8-08) “วันเสียงปืนแตก” (ตอนที่ 1). ประชาไทย. เผยแพร่ 8 สิงหาคม 2552. สืบคนเมื่อ 30 พฤษภาคม 2565. สืบค้นโดย https://prachatai.com/journal/2009/08/25380 (เผยแพร่ครั้งแรกใน มติชนสุดสัปดาห์ 13-19 สิงหาคม 2547)

สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ, และคณะ. ใต้ธงปฏิวัติ: ประวัติศาสตร์พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยจากคำบอกเล่าของ ธง แจ่มศรี และสหาย (พ.ศ. 2464-2537). ม.ป.ท.: ม.ป.พ., 2562.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 31 พฤษภาคม 2565

youtube
youtube
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...