โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ป.ป.ช.ตรัง ลุยสอบ ท่าเทียบเรือตะเสะ ซ่อม 6 เดือนชำรุด ไฟฟ้า-ประปา ไม่ขออนุมัติ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 10 ก.ย 2566 เวลา 03.48 น. • เผยแพร่ 10 ก.ย 2566 เวลา 02.46 น.

ป.ป.ช.ตรัง ลุยสอบ ท่าเทียบเรือตะเสะ ซ่อม 6 เดือนชำรุด ไฟฟ้า-ประปา ไม่ขออนุมัติ

ป.ป.ช.ตรัง ลงตรวจสอบโครงการปรับปรุงซ่อมแซมท่าเทียบเรือตะเสะ พบว่าชำรุดทรุดโทรมหนัก ระบบไฟฟ้า น้ำประปายังไม่ได้ทำเรื่องอนุมัติขอใช้ แม้ว่าโครงการยังอยู่ในสัญญา แต่มีการตรวจรับงานเบิกจ่ายเงินไปแล้ว ทาง อบจ.ตรังยืนยันว่าสามารถดำเนินการปรับปรุงพร้อมเปิดใช้ภายใน 1 เดือน แต่ทางช่าง อบจ.แบ่งรับแบ่งสู้ขอรองบประมาณจาก อบจ.ตรัง เมื่อพร้อมก็ดำเนินงานต่อ

นายบัญฑิต คณะสุวรรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดตรัง มอบหมายให้นายยุทธนา วิมลเมือง เจ้าพนักงานป้องกันการทุจริต ชำนาญการพิเศษ นายปิยะวัฒน์ คุระพูล ผอ.กลุ่มประสานการป้องกันการทุจริต ภาค 9 นายชัยวุฒิ สวัสดิรักษ์ ประธานชมรมตรังต้านโกง และเครือข่ายชมรมตรังต้านโกง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของ อบจ.ตรัง ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการสร้างท่าเทียบเรือตะเสะ หมู่ 4 ต.ตะเสะ กิ่ง อ.หาดสำราญ จ.ตรัง ที่ใช้งบประมาณก่อสร้าง รวม 18,270,000 บาท แต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์

ซึ่งการก่อสร้างท่าเทียบเรือดังกล่าว ใช้งบประมาณโครงการพัฒนาสาขาการท่องเที่ยวฯ งบประมาณ พ.ศ.2545 ค่าก่อสร้าง 15,110,000 บาท ของหน่วยงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง (อบจ.) ซึ่งมีนายกิจ หลีกภัย ดำรงตำแหน่งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรังอยู่ในขณะนั้น ซึ่งการก่อสร้างในครั้งนั้นได้มีการร้องเรียนจากชาวบ้านว่าท่าเรือดังกล่าวไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ น้ำไฟไม่มีใช้ และยังปล่อยให้อาคารสถานที่ชำรุดทรุดโทรม ต่อมานายบุ่นเล้ง โล่สถาพรพิพิธ ได้ขึ้นมาดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง ได้ตั้งงบปรับปรุงซ่อมแซมท่าเทียบเรือตามแบบแปลนขององค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง ปีงบประมาณ 2565 ด้วยงบประมาณก่อสร้าง 3,160,000 บาท จ่ายจากเงินรายได้ วันเริ่มประกัน 11 มีนาคม 2566 วันสิ้นสุดรับประกัน 10 มีนาคม 2568 ก่อสร้างโดย ห้างหุ้นส่วนจำกัด ภัทรจักขณ์ อันดามัน ผู้ควบคุมงาน นายรัฐวุฒิ คงแก้ว และนายชุบณัฏฐ์ แก่นอิน

ซึ่งจากการลงพื้นที่ครั้งนี้จากการตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่า ศาลาบริเวณท่าเรือใช้โครงสร้างเดิมปรับปรุงในส่วนของหลังคา ในส่วนของไฟฟ้ามีการเดินสายเรียบร้อย แต่ปรากฏว่ากล่องควบคุมไฟใช้กล่องสังกะสีทำให้ขึ้นสนิมเกาะแล้ว ขณะที่ชายคามีการแตกร้าวหักหลุดล่อน ซึ่งคาดว่าน่าจะเกิดจากที่ชาวบ้านบรรทุกของที่สูง หรือหลังคารถไปกระแทกจนทำให้หักหลุดร่วงลงมา

บริเวณด้านหน้าก่อนเข้าท่าเทียบเรือ มีการสร้างห้องน้ำจำนวน 1 หลัง โดยลักษณะเป็น 2 โซน ห้องน้ำโซนละ 2 ห้อง หันหลังเขาหากัน ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกปิดด้วยกุญแจทั้ง 4 ห้อง เมื่อเปิดดูพบว่าภายในห้องน้ำสกปรก มีคราบเกราะกรัง ราวตากผ้าชำรุดหลุดหายไป ก๊อกน้ำหลวมหมุนได้รอบ อ่างสำหรับล้างมืออยู่ตรงข้ามหน้าห้องน้ำ โซนละ 3 อ่าง มีทรายจำนวนมากลงไปอยู่ในอ่าง ก๊อกน้ำหลวมหมุนได้รอบ บนพื้นมีทรายจำนวนมากมากองเต็มพื้น ส่วนด้านหลังจะเป็นโถสำหรับปัสสาวะของผู้ชาย จำนวน 3 โถ ซึ่งยังไม่มีการเปิดใช้ เพราะยังไม่มีระบบประปาและไฟฟ้า ส่วนฝาผนังห้องน้ำมีการแตกร้าวหลุดล่อนออกมาเป็นแผ่นๆ เมื่อใช้นิ้วเคาะจะมีเสียงแสดงถึงความไม่แน่นของพื้นผิว พื้นบริเวณชายคาแตกร้าว

นายธนิต ชูเพ็ง สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง กล่าวว่า ทางฝ่ายบริหารก็กำชับมาโดยตลอดว่าให้ผู้รับเหมาทำงานให้มีประสิทธิภาพเต็มที่ ซึ่งในการมาตรวจสอบครั้งนี้คืองานยังไม่แล้วเสร็จยังขาดอยู่หลายประการ เช่น กระแสไฟฟ้าที่จะปล่อยให้ชาวบ้านยังปล่อยไม่ได้เพราะต้องสร้างหม้อแปลงมาเอง และน้ำประปายังปล่อยไม่ได้เพราะยังไม่แล้วเสร็จ ก็คาดว่าประมาณ 1 เดือนหลังจากนี้จะได้มาทำการเปิดเพื่อให้ชาวบ้าน แต่ที่สำคัญต้องมีเจ้าหน้าที่ของ อบจ.ตรัง อย่างน้อย 1 คน ต้องมาดูทรัพย์สินว่ามีการเข้ามาทำลายทรัพย์สินหรือไม่ เช่น มีการนำเอาทรายมาใส่อ่างล้างหน้า

ส่วนประเด็นที่เจอ คือผู้รับเหมาทำงานฝาผนังดูไม่เรียบร้อยต้องให้มีการปรับปรุงแก้ไข ซึ่งช่างที่มาจาก อบจ. ก็รับปากจะประสานผู้รับเหมาจะไปทำการปรับปรุงให้แล้วเสร็จให้เร็วที่สุด และซึ่งทาง ป.ป.ช.ที่ได้รับการร้องเรียนไปจากประชาชนมาดูแล้วก็เน้นย้ำให้มาปรับปรุงแก้ไข ซึ่งทาง อบจ.ตรังก็รับไปแก้ไขซึ่งอยู่ในช่วงสัญญา 2 ปี คาดว่าท่าเรือแห่งนี้ใช้เวลาอีก 1 เดือนสามารถเปิดใช้ได้อย่างถาวร มีคุณค่า สามารถรองรับประชาชน นักท่องเที่ยวเป็นท่าเรือพาณิชย์ให้ได้ ซึ่งตามนโยบายจะมีงบประมาณมาเพิ่มอีกเล็กน้อย ซึ่งส่วนไหนที่ดูไม่เรียบร้อยทาง อบจ.ตรังมีเครื่องจักรกลอยู่ก็มาทำให้เรียบร้อย

ขณะที่ นายชัยวุฒิ สวัสดิรักษ์ ประธานชมรมตรังต้านโกง กล่าวว่า จากโครงการปรับปรุงท่าเรือตะเสะ สำหรับพี่น้องที่จะลงไปยังเกาะสุกร ซึ่งเป็นที่ใช้สัญจรสำคัญที่ปล่อยปละละเลยทิ้งรกร้างมานาน ทาง อบจ.เข้ามาซ่อมแซมปรับปรุงถือว่าเป็นสิ่งที่ดี แต่จากการที่ลงพื้นที่มาดูจากที่ชาวบ้านร้องเรียนมายังชมรมฯ และ ป.ป.ช.ตรัง ประเด็นปัญหาพบว่า อบจ.ปรับปรุงซ่อมแซมไปเรียบร้อยแล้ว ในส่วนของอาคารห้องน้ำสาธารณะ อาคารศาลาที่พักสำหรับผู้ที่จะรอขึ้นเรือลงเรือ แต่ปัญหาที่ชาวบ้านร้องเรียนมาคือไม่ได้ใช้ประโยชน์แม้ว่าจะมีการส่งมอบเนื้องานตั้งแต่มีนาคม 2566 ระยะเวลา 6 เดือนแล้ว ห้องน้ำยังไม่เปิดให้ใช้ได้ เนื่องจากไม่มีน้ำ และอีกส่วนหนึ่ง คือเรื่องไฟฟ้าแสงสว่างซึ่งทาง อบจ.ได้ติดตั้งเสาไฟฟ้าส่องสว่างทั้งในตัวศาลาที่พัก และพื้นผิวตัวสะพานแต่ยังไม่สามารถเปิดให้พี่น้องประชาชนใช้ได้ จึงทำให้การเดินทางของพี่น้องประชาชนยังเดือดร้อนอยู่ ชาวบ้านบนเกาะสุกรมีจำนวน 4,000 กว่าคน ที่ต้องเดินทางขึ้นลง จึงฝากไปยัง อบจ.รีบเร่งในการแก้ปัญหา

ซึ่งเท่าที่ดูอยู่เรื่องการปรับปรุงแก้ไขระยะเวลาไม่ถึงเดือนแล้ว แต่ทางสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรังในพื้นที่ ให้คำตอบว่าจะทำให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน อันนี้สมาชิกฯเองคงเข้าไปอภิปรายประชุมในสภา แต่จะได้เงินมาใช้เร็วแค่ไหนอย่างไรนั้นตนก็ไม่แน่ใจ เพราะมองว่าโครงการนี้การปรับปรุงแก้ไขต้องทำควบคู่กันไปกับการขอหม้อแปลงไฟฟ้า มิเตอร์ไฟฟ้า มิเตอร์น้ำประปา แต่พอมีการก่อสร้างแล้วเสร็จมีการส่งมอบเดือนมีนาคม เพิ่งได้ติดตั้งหม้อแปลงเดือนมิถุนายน แต่มิเตอร์ไฟฟ้า มิเตอร์ประปายังไม่ได้ดำเนินการ ในส่วนที่ชำรุดหรือมีปัญหาในการก่อสร้างก็ต้องเรียกช่างผู้รับเหมามาแก้ไขซึ่งก็ต้องใช้เวลามากกว่านั้นอีกซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าจะเสร็จทันหรือไม่ สำหรับการนำวัสดุอุปกรณ์บางส่วนมาใช้ไม่ทนต่อความเค็มของไอน้ำทะเล เช่น กล่องไฟฟ้า หลอดไฟฟ้า ที่เป็นแผงไฟฟ้า ส่วนนี้ก็ชำรุดทรุดโทรม รวมถึงส่วนที่เป็นเหล็กของห้องน้ำก็ต้องปรับปรุงให้เหมาะสม ฝาก อบจ.รีบทำให้เสร็จก่อนเดือนตุลาคมเพื่อต้อนรับฤดูท่องเที่ยวก็จะเป็นการดี

ด้าน นายยุทธนา วิมลเมือง เจ้าพนักงานป้องกันการทุจริต ชำนาญการพิเศษ กล่าวว่า จากการที่ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนเรื่องการซ่อมแซมท่าเรือตะเสะที่ก่อสร้างเสร็จแล้วไม่กี่เดือนจะปล่อยทิ้งร้างอีกแล้วหรือซึ่งก่อนหน้านี้ท่าเรือเก่าสร้างไป 10 กว่าล้าน ปล่อยทิ้งร้าง ซึ่งงานนี้สร้างเสร็จไม่กี่เดือนปล่อยทิ้งร้างอีกแล้ว ซึ่งทาง ป.ป.ช.ลงตรวจสอบก็พบข้อเท็จจริงตามที่ชาวบ้านให้ข้อมูลมาว่าโครงการดังกล่าวไม่สามารถเปิดใช้งานหรือให้ประชาชนใช้เป็นสาธารณะได้ รวมถึงระบบไฟ ระบบน้ำก็ยังไม่มี แต่จากการสอบถามเบื้องต้นมีการเบิกจ่ายเงินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ข้อสังเกตก็มีหลายประการ ต้องตรวจสอบตั้งแต่ประเด็นแรก การออกแบบเป็นไปตามวิศวกรรมหรือไม่ เป็นไปตามหลักวิชาหรือไม่ เพราะพื้นที่ดังกล่าวติดริมทะเล อุปกรณ์วัสดุบางอย่างยังไม่เปิดใช้แต่ชำรุดบกพร่องเสียหายขึ้นสนิมไม่สามารถใช้งานได้แล้ว

“อย่ามาอ้างว่าอยู่ในระยะประกันคงไม่ได้ ต้องตรวจสอบคู่สัญญาว่ามีอาชีพจริงหรือไม่ มีนอมินีหรือไม่ มีเจ้าหน้าที่ของรัฐไปรับทรัพย์สินมาหรือไม่ จึงทำให้งานออกมามีคุณภาพด้อยไม่ได้มาตรฐาน ตรวจสอบเรื่องการควบคุมงาน การตรวจรับงานว่าเป็นไปตามรูปแบบตรวจรับงานหรือไม่ เพื่อที่จะดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต แต่ถ้าไม่มีทาง ป.ป.ช.จะประสานไปยัง สตง.ว่าโครงการดังกล่าวมีประสิทธิภาพ มีประโยชน์ คุ้มค่าหรือไม่ ซึ่งทั้งนี้เบื้องต้นทาง อบจ.ประสานไปยังคู่สัญญาหรือผู้รับจ้างให้ดำเนินการถูกต้องเรียบร้อยและประสานเรื่องการขอใช้น้ำใช้ไฟ หลังจากนั้นทาง อบจ.ตรังต้องดำเนินการต่อว่าจะดำเนินการเองหรือถ่ายโอนภารกิจให้หน่วยงานในพื้นที่ เช่น อบต.มาดูแลแทนจะดีหรือไม่อย่างไร ก็เป็นอำนาจของ อบจ.ต่อไป”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...