โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิด 3 มุมมอง นักธุรกิจภาคเหนือ ความท้าทายและการอยู่รอด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 15 ต.ค. 2566 เวลา 21.37 น. • เผยแพร่ 16 ต.ค. 2566 เวลา 00.33 น.

เวทีการเสวนา “สร้างความยั่งยืนแบบคนรุ่นใหม่ สู่การยกระดับเศรษฐกิจในพื้นที่” เป็นหนึ่งในหัวข้องานสัมมนาวิชาการ ประจำปี 2566 ของธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ โดยมี 3 นักธุรกิจรุ่นใหม่มาร่วมให้มุมมอง

ได้แก่ 1.ธนะพงศ์ พุฒิพิริยะ ทายาทรุ่น 3 บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) ทุนค้าปลีกรายใหญ่ของจังหวัดเชียงราย 2.วีรดา ศิริพงษ์ ทุนเชียงใหม่ ผู้สร้างแบรนด์ Carpenter ผลิตภัณฑ์จากเศษไม้เหลือทิ้งจากการทำวงกบ และ 3.ทุนจากส่วนกลางคือ พชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK

การอยู่รอดของธุรกิจท้องถิ่น

พชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันภาคธุรกิจส่วนใหญ่เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง มีการนำเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มขึ้น ทำให้สามารถรับข่าวสารอย่างรวดเร็วได้ทั่วโลก รวมถึงสามารถซื้อสินค้าจากผู้ผลิตเหล่านั้นได้ ทำให้การแข่งขันในภาคธุรกิจเพิ่มมากขึ้น

อาทิ การซื้อสินค้าผ่าน platform online ผู้ประกอบการที่แข่งขันไม่เก่ง ไม่แข็งแรง จะได้รับผลกระทบมาก อยู่รอดได้ยากในมุมต่างกัน หากผู้ประกอบการสามารถปรับตัวและคว้าโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงนี้ได้

ขณะที่ ธนะพงศ์ พุฒิพิริยะ ทายาทรุ่น 3 บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) กล่าวในประเด็นธุรกิจค้าปลีกมีความท้าทาย การ disrupt จากธุรกิจ e-Commerce ว่า ธุรกิจพร้อมเปลี่ยนแปลงทั้ง 2 ทาง ทั้ง e-Commerce และขายแบบหน้าร้าน การขายของ online ยังมีช่องโหว่อยู่นั่นคือ เรื่องของความเชื่อมั่น ดังนั้นจึงให้ความสำคัญกับเรื่องความเชื่อมั่น ความน่าเชื่อถือ

ปัจจุบันไม่กลัวการเข้ามาของส่วนกลาง อาทิ 7-11 แต่บริษัทจะชอบเปิดสาขาข้าง 7-11 มากกว่า เพราะถือเป็นที่ที่คนมีกำลังซื้อ และต้องทำให้ร้านดึงดูดลูกค้าให้ได้มากกว่า มองว่าเป็นการสร้าง community ในสังคม ธุรกิจต้องเดินด้วยหลายหน่วยธุรกิจในพื้นที่นั้น ๆ เพื่อให้คนต้องการไปอยู่ตรงนั้นเพิ่มขึ้น และมีการลงทุนเพิ่มขึ้น เพื่อเกิดการเติบโตในพื้นที่อย่างยั่งยืน

การปรับตัวขาย online เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าบางกลุ่ม เช่น ผู้สูงอายุที่ไม่สามารถเดินทางมาซื้อของได้เอง สามารถสั่งซื้อสินค้า online แล้วร้านค้านำไปส่งให้เช่นกัน แต่การขาย online มีต้นทุนแฝงคือค่าขนส่ง ซึ่งต้องบริหารให้ดี ทั้งนี้ แม้ช่องทาง online จะไม่ใช่ช่องทางหลัก แต่ก็ต้องพัฒนาเพื่อเปิดช่องทางในการปรับตัว

ด้าน วีรดา ศิริพงษ์ ผู้สร้างแบรนด์ Carpenter กล่าวว่า ได้ประโยชน์จากเทคโนโลยี เพราะทำให้สามารถทำงานได้จากทุกที่ทั่วโลก ไม่ต้องมีสำนักงาน สามารถสื่อสาร ขายสินค้ากับคู่ค้าได้ทั่วโลกได้ ผ่านทาง online ทำสัญญาในอีเมล์ สื่อสารกับลูกค้าได้ จึงมองว่าเทคโนโลยีช่วยให้เกิดโอกาส สำหรับผู้ประกอบการรายเล็กสามารถเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสม มาใช้เพื่อตอบโจทย์ข้อจำกัดที่มี และช่วยให้ธุรกิจเกิดความคล่องตัวเพิ่มขึ้น

เงินทุนสำคัญที่สุด

วีรดายังกล่าวด้วยว่า คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่า ปัจจัยแรกในการดำเนินธุรกิจคือ เงินทุน แต่จริง ๆ แล้วสิ่งที่สำคัญในการเริ่มดำเนินธุรกิจคือ “mindset” เพราะว่า Carpenter เริ่มจากความคิดอยากจะทำสินค้า ออกแบบเอง และให้ช่างทำ 1 ชิ้นตัวอย่าง และเริ่มขายผ่าน Facebook page

ซึ่งไม่มีต้นทุน คนส่วนใหญ่กลัวการทำธุรกิจแล้วเจ๊ง แต่เราต้องอย่าลืมคิด scenario ไว้ด้วยว่า ถ้าเจ๊งแล้วผลกระทบจะเป็นอย่างไร ถ้าเป็นสิ่งที่สามารถรับได้ ไม่ได้เสียหายอะไร ก็จะทำให้เรากล้าที่จะทำธุรกิจมากขึ้น นอกจากนี้ ผู้ประกอบการที่ยังไม่มีเงินทุน สามารถรับพรีออเดอร์แทนได้ เพื่อจะได้นำทุนส่วนนั้นไปผลิตสินค้าขายได้ แทนที่จะไปกู้เงิน ทำหน้าร้านสวยก่อนที่จะเริ่มขาย

ธนะพงศ์กล่าวในประเด็นเดียวกันนี้ว่า เงินเปรียบเสมือนเลือดของธุรกิจ วันที่ได้เงินมาอย่าเพิ่งเอาไปใช้จ่ายในส่วนที่ไม่จำเป็น ในการดำเนินธุรกิจไม่ควรให้ค่ากับสิ่งของภายนอก แต่ควรให้คุณค่ากับความคิด วิสัยทัศน์ การวางแผน ในการดำเนินธุรกิจมากกว่าสิ่งของภายนอก

สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ช่วยให้ธุรกิจก้าวข้ามจาก SMEs มาเป็นรายใหญ่ในธุรกิจ การก้าวจากธุรกิจในท้องถิ่น เป็น มหาชน ขณะเดียวกันต้องมีการถ่ายทอดทักษะความรู้ที่มีให้พนักงาน เพื่อขับเคลื่อนองค์กร ซึ่งคนรุ่นต่อไปที่จะมารับช่วงต่อจะสามารถขับเคลื่อนงานต่อไปได้

ขณะที่พชรมองว่า ธุรกิจใหญ่มี conflict of interest กับการเปลี่ยนแปลงทำสิ่งใหม่ ๆ ถ้ามีผลกระทบต่อธุรกิจที่ทำอยู่ปัจจุบัน เช่น กรณี Kodak ที่คิดค้นกล้องดิจิทัลได้ แต่ไม่กล้าดำเนินต่อ เพราะการใช้กล้องดิจิทัลส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ธุรกิจเก่า สรุปโดยภาพรวม แต่ละธุรกิจมีความได้เปรียบเสียเปรียบอยู่จริง

แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมีธุรกิจที่เสียเปรียบตลอด หรือได้เปรียบตลอด ธุรกิจ SMEs สามารถที่จะพัฒนาและปรับตัวเพื่อรับโอกาสใหม่ ๆ ได้อย่างคล่องตัว ในช่วงที่โลกเรามีการเปลี่ยนแปลงเร็ว SMEs มีโอกาส สามารถนำจุดเด่นของตัวเองไปปรับพัฒนาได้อย่างคล่องตัว สามารถใช้จุดเด่นไปแข่งขันในตลาดได้

นักธุรกิจภาคเหนือ

คนเหนือไม่ทิ้งถิ่นฐาน

ธนะพงศ์กล่าวว่า ธุรกิจ ประกอบด้วย ธุระ กับ กิจ หมายถึงการมีหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคม โดยหน้าที่ของธนพิริยะ คือ การนำสินค้าและบริการที่ดีมาให้คนในสังคม รวมทั้งช่วยสร้างความเป็นอยู่ที่ดีของคนในสังคมด้วย อาทิ การไปพื้นที่ตะเข็บชายแดนเพื่อไปจัดกิจกรรมในพื้นที่ ธนพิริยะตัดสินใจลงทุนเปิดสาขาในพื้นที่เหล่านั้น และเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน

วีรดาเสริมว่า ภาคเหนือมีศักยภาพ โดยจุดเด่นของภาคเหนือ เสน่ห์คือความชิลล์ ความต่อนยอน คนในพื้นที่ส่วนใหญ่จะด้อยค่าผลิตภัณฑ์ของตัวเอง ทั้งที่เป็นงานฝีมือ (craft) คราฟต์ ที่มีคุณค่า เพราะเห็นจนชิน จนรู้สึกธรรมดา

ดังนั้นเราควรเริ่มจากการปรับ mindset ของคนในพื้นที่ก่อน ให้เห็นว่าสิ่งที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ทักษะเดิมที่ต่อยอดได้ เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มจากทักษะเดิม เป็นเสน่ห์ของแต่ละพื้นที่ภูมิภาค

ซีอีโอบลูบิคให้มุมมองว่า ภาคเหนือโดยเฉพาะเชียงใหม่ มีบริษัทที่เกี่ยวเนื่องกับเทคโนโลยีค่อนข้างเยอะ หลายบริษัทที่ทำธุรกรรมกับต่างประเทศ มีชาวต่างชาติเข้ามาตั้งบริษัทค่อนข้างมากและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่จะทำอย่างไรให้เป็นเมืองที่ดีเพิ่มขึ้น สภาพความเป็นอยู่ และอากาศดีขึ้น คุณภาพของระบบสาธารณูปโภค ถ้าพัฒนาให้ดีขึ้นได้จะดีขึ้น

ตัวอย่างเช่น Silicon Valley ทำไมอยู่ยาว เพราะอากาศดี มีมหาวิทยาลัยชั้นนำเพื่อผลิตบุคลากร ค่าครองชีพที่เชียงใหม่ยังดี ข้อจำกัดเชิงพื้นที่ลดลง เพราะกระแสคนสามารถทำงานได้ทุกที่เพิ่มขึ้น และโครงสร้างพื้นฐานดีขึ้น เช่น internet ความเร็วสูง ทำให้คนกลุ่มนี้เข้ามาเพิ่มขึ้น จะช่วยให้ในระยะยาว เราจะมี community ที่ดี มีการผลิตบุคลากรที่ดีขึ้นได้ต่อเนื่อง

ความท้าทายในโลกใหม่และการอยู่รอดของธุรกิจภาคเหนือ สิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจอยู่รอด คือ 1.การปรับตัวเพื่อรับการเปลี่ยนแปลงของกระแสเทคโนโลยี สิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน 2.การสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคเรื่องคุณภาพและการรับประกันสินค้า

3.การปรับใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับธุรกิจตนเองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและการหาลูกค้ากลุ่มใหม่ และ 4.การผนึกกำลังกับผู้ประกอบการรายอื่น (synergy) ในการผลิตสินค้าหรือบริการรูปแบบใหม่ที่มีมูลค่าสูง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...