โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ป.ป.ช. ฟันอดีตผอ.-รองผอ. โรงเรียนวัดสุทธิวราราม เบิกจ่ายเงินมิชอบ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 21 ต.ค. 2566 เวลา 05.54 น. • เผยแพร่ 21 ต.ค. 2566 เวลา 05.41 น.

ป.ป.ช. ฟัน อดีตผอ.-รองผอ. โรงเรียนวัดสุทธิวราราม เบิกจ่ายเงินมิชอบ

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคมนายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดคดีที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ โดยชี้มูลความผิด นายคงวุฒิ ไพบูลย์ศิลป เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนวัดสุทธิวราราม และนางลัดดาวรรณ โควาเจริญธรรม เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการโรงเรียนวัดสุทธิวราราม กับพวก กรณีนำเงินบริจาคจากผู้ปกครองในการรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่หนึ่ง ปีการศึกษา 2551 ไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว และเบิกจ่ายเงินบริจาคจากกองทุนต่างๆ ของโรงเรียนวัดสุทธิวราราม โดยมิชอบ

จากการไต่สวนข้อเท็จจริงปรากฏว่า หลังจากมีการประกาศรายชื่อนักเรียนที่ผ่านการสอบเข้า ม.1 ปีการศึกษา 2551 มีผู้ปกครองของนักเรียนที่สอบไม่ผ่านแต่ประสงค์จะให้บุตรหลานเข้าเรียน ติดต่อผ่านคณะครูและสมาคมผู้ปกครอง โดยแสดงความประสงค์ขอบริจาคเพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนของโรงเรียน อย่างไรก็ตาม ปีการศึกษาที่ผ่านๆ มา จะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการรับเด็กนักเรียนที่สอบไม่ผ่านเพิ่มเติม โดยมีฝ่ายบริหารของโรงเรียน ตัวแทนครู คณะกรรมการสถานศึกษา ตัวแทนจากสมาคมผู้ปกครองและครู ตัวแทนจากผู้ปกครองเครือข่าย เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการรับนักเรียนที่มีเงื่อนไขพิเศษตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งในระหว่างนั้นนายคงวุฒิล้มป่วยและเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล-บ้านพัก จึงมอบหมายให้นางลัดดาวรรณ เป็นผู้รับผิดชอบการรับนักเรียนเพิ่มเติม ต่อมานางลัดดาวรรณได้รับเงินบริจาคจากผู้ปกครองของนักเรียนที่บริจาคเงินเข้าสถานศึกษา ถือเป็นเงินรายได้สถานศึกษา จะต้องออกใบเสร็จรับเงินตามแบบที่ทางราชการกำหนดให้แก่ผู้ชำระเงินทุกครั้ง

เรื่องนี้มีผู้ปกครองนักเรียนบริจาคเงินให้แก่โรงเรียนเพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนคนละ 30,000-50,000 บาท แต่ไม่มีการออกใบเสร็จรับเงิน ต่อมาเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคม 2551 นางลัดดาวรรณ ได้นำเงินที่ได้รับจากการบริจาคส่งมอบให้เจ้าหน้าที่การเงินจำนวนรวม 1,168,500 บาท ซึ่งเจ้าหน้าที่การเงินมีความสงสัย ว่ายอดเงินบริจาคที่ส่งมอบมีจำนวนน้อยกว่าปีการศึกษาก่อนๆ เป็นจำนวนมาก และภายหลังจากที่มีผู้สอบถามเรื่องเงินบริจาคทั้งหมดนางลัดดาวรรณ จึงได้นำเงินบริจาคส่งมอบให้อีกครั้งจำนวน 1,200,000 บาท

เมื่อพิจารณาแล้วคณะกรรมการ ป.ป.ช.เห็นว่า การกระทำของนายคงวุฒิ ไม่มีมูลความผิดทางอาญาให้ข้อกล่าวหาตกไป ส่วนการกระทำของนางลัดดาวรรณ มีมูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 และมาตรา 157 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง สำหรับความผิดตามมาตรา 157 ได้ขาดอายุความแล้วสิทธิการดำเนินคดีอาญาย่อมระงับ จึงให้ยุติการดำเนินคดีตามฐานความผิดดังกล่าว ซึ่งเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 39 (6)

ส่วนข้อร้องเรียนกรณีการเบิกจ่ายเงินบริจาคจากบัญชีกองทุนต่างๆ ของโรงเรียนวัดสุทธิวรารามโดยมิชอบ

1. กรณีกล่าวหาเบิกถอนเงินจากบัญชีกองทุนหลวงพ่อสุทธิมงคลชัย ของโรงเรียนวัดสุทธิวราราม จำนวน 1,493,550 บาท เพื่อจ่ายเป็นค่าทาสีอาคารของโรงเรียน โดยนายคงวุฒิมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่เบิกเงินจากกองทุนให้นางลัดดาวรรณนำไปจ่ายค่าทาสีอาคาร อันเป็นการเบิกจ่ายผิดวัตถุประสงค์ของกองทุน นั้น คณะกรรมการป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำของนายคงวุฒิและนางลัดดาวรรณ ไม่มีมูลความผิดทางอาญา แต่มีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง

และ 2.กรณีกล่าวหาเรื่องการเบิกถอนเงินจากบัญชีกองทุนพัฒนา 2546 ของโรงเรียนจำนวน 500,000 บาทเพื่อใช้จัดงานรับเสด็จ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ที่เสด็จเป็นประธานในการเปิดห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาโรงเรียน วันที่ 28 สิงหาคม 2551 โดยมิชอบ ซึ่งนางลัดดาวรรณ เสนอให้นายคงวุฒิ อนุมัติเบิกค่าใช้จ่าย จำนวน 500,000 บาท ให้กับ นายศุภชัย มณีเลิศสมบัติ และนางพรนิชา แซ่โค้ว ทั้งที่การดำเนินงานเตรียมความพร้อมดังกล่าวไม่มีค่าใช้จ่ายที่โรงเรียนต้องจ่าย ให้แก่บุคคลดังกล่าว ประกอบกับโรงเรียนได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะครูในโรงเรียนเป็นคณะกรรมการฝ่ายต่างๆ ให้มีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องงานรับเสด็จแล้ว อีกทั้งค่าใช้จ่ายในการเตรียมงานรับเสด็จสำนักพระราชวังเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำของนายคงวุฒิ และนางลัดดาวรรณ มีมูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151 และมาตรา 157 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ส่วนการกระทำของนายศุภชัย และนางพรนิชานั้น มีมูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 สำหรับความผิดตามมาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 ได้ขาดอายุความแล้วสิทธิการดำเนินคดีอาญาย่อมระงับ ให้ยุติการดำเนินคดีตามฐานความผิดดังกล่าว

และ 3. กรณีอนุมัติให้ดำเนินการจัดหารถบัสโรงเรียน โดยไม่ได้ตรวจสอบว่าเงินงบประมาณของโรงเรียนไม่เพียงพอทำให้โรงเรียนมีภาระผูกพันค้างชำระค่ารถ โดยนางลัดดาวรรณเสนอให้นายคงวุฒิ อนุมัติเบิกเงินจากโครงการหลักสูตรเพชรสุทธิของโรงเรียนจำนวน 700,000 บาทเพื่อจ่ายเป็นค่าจัดหารถบัสโรงเรียน อันเป็นการผิดวัตถุประสงค์ของโครงการแต่เนื่องจากมีการโต้แย้งในเรื่องการตรวจรับรถจึงยังไม่ได้เบิกจ่ายเงินดังกล่าว ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำของนายคงวุฒิและนางลัดดาวรรณ ไม่มีมูลความผิดทางอาญา แต่มีมูลความผิดทางวินัยอย่างไม่ร้ายแรง

คณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้ส่งรายงานสำนวนการไต่สวนเอกสารหลักฐานและคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีอาญาในศาล และส่ง คำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อดำเนินการทางวินัยตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐมนตรีว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1)(2) และมาตรา 98 แล้วแต่กรณีต่อไป พร้อมกันนี้ให้แจ้งผู้บังคับบัญชาดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ เพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหายตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 อีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...