จักรพรรดิจิตวิญญาณแห่งภูติ ( Spirit Emperor of the Spirit )
ข้อมูลเบื้องต้น
ดินแดนจิตวิญญาณและเวทมนต์ที่มาพร้อมกับปริศนาที่มากมายที่รอการค้นพบและตรวจสอบหาความเป็นจริงเพื่อนำไปสู่ความรุ่งเรืองอีกครั้งหนึ่งของ ศาสตร์ทั้งหมดที่กำลังลบเลือนและกำลังหายสาบสูญไป เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับเวทมนต์ที่ควบคู่ไปกับจิตวิญญาณของผู้ใช้ ผู้ปรุงยาและหลอมโอสถ ผู้หลอมสร้าง ผู้เล่นแร่แปรธาตุ สัตว์เวทมนต์ และตำนานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
เป็นเรื่องราวของเด็กหนุ่มผู้หนึ่งที่มีนามว่า ลีออน แฟร์เรียฮาร์ต เป็นองค์ชายที่หลบหนีออกมาพร้อมกับมารดาที่เป็นชนเผ่าโบราณที่แต่งเข้าจักรวรรดิเพื่อเป็นบรรณาการสงคราม จากการถูกยิดครองของจักรวรรดิและหลอมรวมดินแดนกลายเป็นทวีป ก่อนที่ทั้งสองจะหลบหนีออกมานั้นภายในราชวงศ์เกิดการแก่งแย่งชิงดีกันและเกิดการผลัดเปลี่ยนราชวงศ์เกิดขึ้น ส่วนทั้งสองที่หลบหนีออกมาได้ทันซึ่งตอนนั้นลีออนพึ่งเกิดได้เพียงสามเดือนทำให้ท่านแม่ของเขาเฟรย่า แฟร์เรียฮาร์ต ต้องพาเขาหลบหนีการตามล่าของพี่น้องที่ต้องการสังหารบุตรสาวและบุตรชายของจักรพรรดิองค์ก่อนเพื่อความปลอดภัยของพวกเขาที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงผู้ปกครองดินแดน
ระดับผู้ใช้เวท
- ก่อเกิดจิตเวท (เริ่มต้นขึ้นเมื่อมีอายุครบสองขวบเป็นการหลอมรวมพลังเวทเพื่อก่อเกิดจิตเวท ทุกคนสามารถมีจิตเวทได้แต่จะมีกี่เวทธาตุนั้นขึ้นอยู่กับสายเลือดของแต่ละคน)
- ก่อเกิดจิตวิญญาณแห่งภูติ ( เริ่มขึ้นเมื่ออายุได้ห้าขวบจะเป็นการก่อเกิดจากความสามารถที่มีมากที่สุดของคนผู้นั้น เช่นมีความสามารถในการใช้ธนู ก็จะได้รับจิตวิญญาณแห่งภูติธนูมา ) จิตวิญญาณภูติมีด้วยกัน 2 ประเภท คือ 1 จิตวิญญาณอาวุธ 2 จิตวิญญาณสัตว์
- ผู้ใช้เวท ( ขั้น 1-9 )
- นักรบเวท ( ขั้น 1-9 )
- ขุนพลเวท ( ขั้น 1- 9 )
- จอมเวท ( ขั้น 1-9 )
- มหาจอมเวท ( ขั้น 1-9 )
- ราชันเวท ( ขั้น 1-9 )
- จักรพรรดิเวทมนต์ ( ขั้น 1-9 )
- ปราชญ์จอมเวท ( ขั้น 1-9 )
- มหาปราชญ์จอมเวท ( ขั้น 1-9 )
- มหาจอมเวทศักดิ์สิทธิ์ ( ขั้น 1-9 )
- มหาจอมเวทผู้พิทักษ์ ( ขั้น 1-9 )
- มหาจอมเวทผู้พิทักษ์แดนมายา ( ขั้น 1-9 )
- มหาจอมเวทผู้พิทักษ์แดนศักดิ์สิทธิ์ ( ขั้น 1-9 )
ระดับที่เหนือขึ้นไปอีกขั้นของผู้ใช้พลังเวท
- ราชันผู้พิทักษ์แดนศักดิ์สิทธิ์ ( ขั้นต้น ขั้นกลาง ขั้นสูง)
- จักรพรรดิบรรพกาล ( ขั้นต้น ขั้นกลาง ขั้นสูง)
- จักรพรรดิบรรพกาลเทวะ ( ขั้นต้น ขั้นกลาง ขั้นสูง)
- จักรพรรดิบรรพกาลเทวะต้นกำเนิด ( ขั้นต้น ขั้นกลาง ขั้นสูง)
ระดับตัวตนของเหล่าจักราวัฏจักร
- จักรพรรดิต้นกำเนิดสวรรค์ (มี 9 ระดับ ขั้นต้น(1-3) ขั้นกลาง(4-6) ขั้นสูง(7-9))
- นิราศต้นกำเนิด ( มี 9 ระดับ ขั้นต้น(1-3) ขั้นกลาง(4-6) ขั้นสูง(7-9))
- มหานิราศต้นกำเนิด ( มี 9 ระดับ ขั้นต้น(1-3) ขั้นกลาง(4-6) ขั้นสูง(7-9))
- ผู้ผ่านพิภพต้นกำเนิด (มี 9 ระดับ ขั้นต้น(1-3) ขั้นกลาง(4-6) ขั้นสูง(7-9))
- ผู้ผ่านพิภพเทวะต้นกำเนิด (มี 9 ระดับ ขั้นต้น(1-3) ขั้นกลาง(4-6) ขั้นสูง(7-9))
- ผู้ผ่านนภาต้นกำเนิด ( มี 9 ระดับ ขั้นต้น(1-3) ขั้นกลาง(4-6) ขั้นสูง(7-9))
- ผู้ผ่านนภาเทวะต้นกำเนิด (มี 9 ระดับ ขั้นต้น(1-3) ขั้นกลาง(4-6) ขั้นสูง(7-9))
- ผู้ผ่านโลกาต้นกำเนิด (มี 9 ระดับ ขั้นต้น(1-3) ขั้นกลาง(4-6) ขั้นสูง(7-9))
- ผู้ผ่านโลกาเทวะต้นกำเนิด (มี 9 ระดับ ขั้นต้น(1-3) ขั้นกลาง(4-6) ขั้นสูง(7-9))
- ผู้ผ่านเขตแดนจินกัง (มี 9 ระดับ ขั้นต้น(1-3) ขั้นกลาง(4-6) ขั้นสูง(7-9))
ระดับพลังปราณ 7 เขตแดนพลังปราณที่เหนือกว่าระดับทั้ง 12
- เขตแดนธรณีอิสระ
- เขตแดนดาราซินหลัว
- เขตแดนดาราเทวะ
- เขตแดนสวรรค์เซียวเทียน
- เขตแดนลี้ลับแห่งวิญญาณ
- เขตแดนต้นกำเนิดวิญญาณ
- เขตแดนบรรพกาลต้นกำเนิด
เวทธาตุพื้นฐาน
ดิน(ปฐพี) หากฝึกฝนได้อย่างถูกต้องและควบคุมพลังเวทได้ดีจะสามารถพัฒนาพลังเวทเพื่อเลื่อนระดับความสามารถขึ้นมาได้และความบริสุทธิ์ของพลังเวทที่พัฒนาขึ้น จะสามารถทำให้พลังเวทแปรเปลี่ยนไปได้ตามความบริสุทธิ์ของพลังเวท ทราย ฝุ่นฝง
น้ำ(วารี) หากฝึกฝนได้อย่างถูกต้องและควบคุมพลังเวทได้ดีจะสามารถพัฒนาพลังเวทเพื่อเลื่อนระดับความสามารถขึ้นมาได้และความบริสุทธิ์ของพลังเวทที่พัฒนาขึ้น จะสามารถทำให้พลังเวทแปรเปลี่ยนไปได้ตามความบริสุทธิ์ของพลังเวท เลือด หมอก
ลม(วายุ) หากฝึกฝนได้อย่างถูกต้องและควบคุมพลังเวทได้ดีจะสามารถพัฒนาพลังเวทเพื่อเลื่อนระดับความสามารถขึ้นมาได้และความบริสุทธิ์ของพลังเวทที่พัฒนาขึ้น จะสามารถทำให้พลังเวทแปรเปลี่ยนไปได้ตามความบริสุทธิ์ของพลังเวท เสียง สูญญากาศ
ไฟ(อัคคี) หากฝึกฝนได้อย่างถูกต้องและควบคุมพลังเวทได้ดีจะสามารถพัฒนาพลังเวทเพื่อเลื่อนระดับความสามารถขึ้นมาได้และความบริสุทธิ์ของพลังเวทที่พัฒนาขึ้น จะสามารถทำให้พลังเวทแปรเปลี่ยนไปได้ตามความบริสุทธิ์ของพลังเวท ระเบิด ลาวา
เวทธาตุพิเศษ แสง(รัศมี) มืด(ทมิฬ) น้ำแข็ง(เหมันต์) สายฟ้า(อัสนี) ไม้(พฤกษา) วิญญาณธาตุ ธาตุมิติ ธาตุกาลเวลา
ระดับผู้ปรุงยา/ผู้หลอมโอสถ ผู้หลอมสร้าง
1. ศึกษา หลอมรวม หลอมสร้าง
2. ผู้ฝึกหัดการปรุงยา( ผู้ฝึกหัดการหลอมสร้างอุปกรณ์ ) ( ป้ายขาว มีวงแหวนเวทสีขาว 1 วงแหวน )
3. ชำนาญการปรุงยา( ชำนาญการหลอมสร้าง ) ( ป้ายขาว 2 ดาว มีวงแหวนสีขาว 2 วง)
4. เชี่ยวชาญการปรุงยา( เชี่ยวชาญการหลอมสร้าง ) ( ป้ายขาว 3 ดาว มีวงแหวนสีขาว 3 วง )
5. ปรมาจารย์การปรุงยา ( ปรมาจารย์หลอมสร้างอาวุธ) ( ป้ายทองแดง มี 3 ดาว มีวงแหวนสีเหลือง 1 วง เกิดจากการหลอมรวมวงแหวนทั้งสามของขั้นเชี่ยวชาญ )
6. ผู้หลอมโอสถ( ผู้หลอมสร้างอาวุธ ) ( ป้ายเงิน มี 3 ดาว มีวงแหวนสีฟ้า 1 วง เกิดจากการหลอมรวมวงแหวนทั้งสามของขั้นปรมาจารย์)
7. ผู้หลอมโอสถระดับปรมาจารย์( ผู้หลอมสร้างระดับปรามาจารย์ ) ( ป้ายทอง มี 3 ดาว มีวงแหวนสีม่วง 1 วง เกิดจากการหลอมรวมวงแหวนทั้งสามของขั้นผู้หลอมโอสถ )
8. ผู้หลอมโอสถระดับเซียน( ผู้หลอมสร้างระดับเซียน ) ( ป้ายม่วง มี 3 ดาว มีวงแหวนสีดำ 1 วง เกิดจากการหลอมรวมวงแหวนทั้งสามของขั้นระดับปรามาจารย์ )
ป้าย 1 ดาว คือ ระดับต้น 2 ดาว ระดับกลาง 3 ดาวระดับสูง
9. ผู้หลอมโอสถระดับเทพโอสถ( ผู้รังสรรค์ ) (ป้ายรุ้ง 1 ดาว ระดับกึ่งเทพโอสถ 2 ดาว ระดับเทพโอสถ)
10. ผู้หลอมโอสถระดับมหาเทพโอสถ( ผู้รังสรรค์ยุทธภัณฑ์ ) (ป้ายรุ้ง 3 ดาว )
11. ผู้หลอมโอสถระดับเทวะ( ผู้รังสรรค์ยุทธภัณฑ์เทวะ ) (ป้ายรุ้ง 4 ดาว )
12. ผู้หลอมโอสถระดับบรรพกาล( ผู้รังสรรค์ยุทธภัณฑ์บรรพกาล) (ป้ายรุ้ง 5 ดาว )
13. ผู้หลอมโอสถระดับบรรพกาลเทวะ( ผู้รังสรรค์ยุทธภัณฑ์บรรพกาลเทวะ ) (ป้ายรุ้ง 6 ดาว )
ระดับผู้เล่นแร่แปรธาตุ = ผู้ใช้อักขระ
ฝึกหัด(อักขระสีเหลือง) ผูัที่สามารถใช้อักขระพื้นฐานได้
ชำนาญ(อักขระสีเขียว) ผู้ที่สามารถใช้อักขระพื้นฐานได้มากกว่า 1 ธาตุ
เชี่ยวชาญ(อักขระสีส้ม) ผู้ที่สามารถใช้อักขระพื้นฐานได้มากกว่า 3 ธาตุ ใช้อักขระเขตแดน
ปรมาจารย์(อักขระสีฟ้า) ผู้ที่สามารถใช้อักขระพื้นฐานได้มากกว่า 5 ธาตุ ใช้อักขระเขตแดน
เซียน(อักขระสีแดง) ผู้ที่สามารถใช้อักขระพื้นฐานได้ 9 ธาตุ ใช้อักขระเขตแดน
ก่อกำเนิด(อักขระสีม่วง) ผู้ที่สามารถใช้้อักขระเขตแดน และอักขระมายาได้
ต้นกำเนิด(อักขระสีดำ) ผู้ที่สามารถใช้้อักขระเขตแดน อักขระมายา อักขระต้นกำเนิด
เทพ(อักขระสีรุ้ง) ผู้ที่สามารถใช้อักขระมายา อักขระต้นกำเนิด อักขระเทวะต้นกำเนิด
#อักขระพื้นฐาน #อักขระเขตแดน #อักขระมายา #อักขระต้นกำเนิด #อักขระเทวะต้นกำเนิด
สัตว์เวทมนต์/สัตว์อสูร/อสูรวิญญาณ
สัตว์เวทระดับจิตเวทสีขาว (ผู้ใช้เวทขั้น 3-9)
สัตว์เวทระดับจิตเวทสีเหลือง (นักรบเวท)
สัตว์เวทระดับจิตเวทสีส้ม (ขุนพลเวท)
สัตว์เวทระดับจิตเวทสีเขียว (จอมเวท)
สัตว์เวทระดับจิตเวทสีฟ้า (มหาจอมเวท)
สัตว์เวทระดับจิตเวทสีเงิน (มหาจอมเวท-ราชันเวท)
สัตว์เวทระดับจิตเวทสีทอง (จักรพรรดิเวทมนต์-ปราชญ์จอมเวท)
สัตว์เวทระดับจิตเวทสีม่วง (มหาปราชญ์จอมเวท)
สัตว์เวทระดับจิตเวทสีดำ (มหาจอมเวทศักดิ์สิทธิ์)
สัตว์เวทระดับจิตเวทสีแดง (มหาจอมเวทผู้พิทักษ์)
สัตว์เวทระดับจิตเวทสีรุ้ง (มหาจอมเวทผู้พิทักษ์แดนมายา-มหาจอมเวทผู้พิทักษ์แดนศักดิ์สิทธิ์)
สัตว์เวทระดับจิตเวทศักดิ์สิทธิ์ ( ขั้นต้น ขั้นกลาง ขั้นสูง)
จักรพรรดิบรรพกาล ( ขั้นต้น ขั้นกลาง ขั้นสูง)
จักรพรรดิบรรพกาลเทวะ ( ขั้นต้น ขั้นกลาง ขั้นสูง)
จักรพรรดิบรรพกาลเทวะต้นกำเนิด ( ขั้นต้น ขั้นกลาง ขั้นสูง)
1. ดินแดนจัตุรมิตรประกอบด้วยจักรวรรดิทั้ง 4 จักรวรรดิ
จักรวรรดิแดนเหนือกราวดิเลียเซีย (ทิศอุดร) ปกครองโดยราชวงศ์กราวดิเลีย
จักรวรรดิแดนตะวันออกไฟร์เรเนียส (ทิศบูรพา) ปกครองโดยราชวงศ์ไฟร์เรเนียส
จักรวรรดิแดนตะวันตกวินด์แดเรียกัส (ทิศประจิม) ปกครองโดยราชวงศ์วินด์แดเรีย
จักรวรรดิแดนใต้ลิควาเดเรีย (ทิศทักษิณ) ปกครองโดยราชวงศ์ลิควาเดเรีย
2. ดินแดนหมื่นอสูรสังหาร
3. ดินแดนคาบสมุทรวิญญาณ
4. ดินแดนนพรัตอสูร
5. ดินแดนนพรัตน์เทวะต้นกำเนิด
6. ดินแดนสัตตเทวา
7. ดินแดนทมิฬนพเคราะห์
เผ่าราชัน เผ่าโบราณ เผ่าบรรพกาลหรือเผ่าจักรพรรดิ
ค่าผลึกเวท
ผลึกเวทสีเหลือง 10 ชิ้น = 1 ผลึกเวทสีส้ม
ผลึกเวทสีส้ม 10 ชื้น = 1 ผลึกเวทสีเขียว
ผลึกเวทสีเขียว 10 ชิ้น = 1 ผลึกเวทสีฟ้า
ผลึกเวทสีฟ้า 10 ชิ้น = 1 ผลึกเวทสีเงิน
ผลึกเวทสีเงิน 10 ชิ้น = 1 ผลึกเวทสีทอง
ผลึกเวทได้มาจากอสูรเวทมนต์ตามระดับสีของอสูรในแต่ละระดับ
วงแหวนสัตว์เวทในการดูดซับ
1. สัตว์เวทอายุ 1-100 ปี วงแหวนเวทจะเป็นสีขาว
2. สัตว์เวทอายุ 101-1000 ปี วงแหวนเวทจะเป็นสีเหลือง
3. สัตว์เวทอายุ 1,001-10,000 ปี วงแหวนเวทจะเป็นสีฟ้า
4. สัตว์เวทอายุ 10,001-50,000 ปี วงแหวนเวทจะเป็นสีม่วง
5. สัตว์เวทอายุ 50,001-99,999 ปี วงแหวนเวทจะเป็นสีดำ
6. สัตว์เวทอายุ 100,000-999,999 ปี วงแหวนเวทจะเป็นสีแดง
7. จักรพรรดิของเหล่าสัตว์เวท มีอายุตั้งแต่ 1,000,000 ปีขึ้นไป วงแหวนเวทจะเป็นสีตามพลังธาตุของสัตว์เวทตนนั้นที่จะเรืองแสงออกเป็นสีทอง เช่น ธาตุพฤกษาก็จะเป็นสีเขียวทอง
เฟรย่า แฟร์เรียฮาร์ต มารดาของ ลีออน แฟร์เรียฮาร์ต นางมีระดับอยู่ที่จักรพรรดิเวทมนต์ขั้น 2 จิตวิญญาณคทาวิญญาณทองคำ ส่วนร่างสัตว์วิญาณที่คู่กับจิตวิญญาณอาวุธของนางนั้นไม่เคยมีใครเห็นหลังจากที่นางนั้นเดินทางออกมาจากเผ่าของนางเพื่อแต่งงานกับจักรพรรดิ
เรน ลอร์คฮาร์ต ผู้ติดตามของเฟรย่าหลังจากที่เดินทางออกมาจากเผ่า และเขาก็เป็นเพียงผู้เดียวที่เฟรย่าไว้ใจหลังออกมาจากเผ่าเพื่อแต่งงาน หลังจากนั้นเรนก็กลายเป็นองครักษ์ของเฟรย่าและมีสมญานามว่าจิตวิญญาณศาสตราคู่ เขาเป็นผู้ที่มีจิตวิญญาณอาวุธระดับจักรพรรดิเวทมนต์ขั้น 5
จักรพรรดิเดวิด ไฟร์เรเนียส บิดาของลีออน ผู้ที่มีจิตวิญญาณดาบขนวิหคอัคคีอมตะ มีระดับอยู่จักรพรรดิเวทมนต์ขั้น 9 ภายหลังการลอบปลงพระชนและหลบหนีการตามล่าของน้องชายของตนเองพร้อมกับเมอร์ลินและอัศวินคู่กาย
เมอร์ลินดราฟ เอมิเรน เมอร์ลินผู้รอบรู้และเป็นเมอร์ลินที่มีระดับสูงที่สุดในจักวรรดิ ผู้ที่เข้ามาเตือนจักรพรรดิของตนเกี่ยวกับเรื่องการชิงบัลลังค์และเป็นผู้พาจักรพรรดิหลบหนีพร้อมกับอัศวิน มีจิตวิญญาณคทาหัวมังกรทองเป็นจิตวิญญาณภูติคู่กาย อยู่ในระดับปราชญ์จอมเวทขั้น 6
มาเวน ราฟาดอร์ฟ อัศวินคู่กายขององค์จักรพรรดิเดวิท เป็นผู้คอยอารักขาในการหลบหนีจากเหตุการณ์การแย่งชิงบันลังค์พร้อมกับเมอร์ลินดราฟ มีจิตวิญญาณดาบคมเขียวอสูรทมิฬเป็นจิตวิญญาณอาวุธคู่กาย อยู่ในะระดับจักรพรรดิเวทมนต์ขั้น 9
มาฟาเอล แฟร์เรียฮาร์ต บิดาของเฟรย่า มีศักดิ์เป็นตาของลีออน ซึ่งอาศัยอยู่ในชนเผ่าในป่าวิญญาณแห่งเฮร่า จิตวิญญาณสัตว์อสูรอินทรีอัคคีทองคำ
จุดเริ่มต้น
08.00 กรุงเทพมหานคร
แอดดดดด “คุณชาย เขาฟื้นแล้วครับ เขาอยากพบคุณชาย” พ่อบ้านที่ทำงานให้กับตระกูลของเด็กหนุ่มตรงหน้าที่อายุราวๆ สิบเจ็ดสิบแปดปี กล่าวออกมาด้วยเสียงแห่งความเป็นห่วง เขานั้นรู้ดีว่าพวกเขาทั้งสองนั้นสนิทกันมากเพียงใด แต่ก็อดไม่ได้ที่จะสงสารคนทั้งสองเป็นอย่างมากกับสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งคุณชายของเขานั้นเมื่อเรียนจบจากที่นี่จำเป็นต้องเดินทางไปเรียนต่อที่ต่างประเทศและเขาก็พยายามทุกทางเพื่อให้เพื่อของเขาผู้นี้ได้ไปเรียนด้วยกันกับเขา แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้เพื่อนสนิทของคุณชายกับตรวจเจอโรคร้ายที่แม้แต่ในปัจจุบันนี้ในทางการแพทย์ก็ยังไม่สามารถที่รักษามันได้และเป็นโรคที่อันตรายเป็นอย่างมาก ซึ่งเรื่องนี้เพื่อของคุณชายนั้นไม่เคยบอกเขา จนในวันหนึ่งที่คุณชายผู้นี้สังเกตเห็นอาการที่เกิดขึ้นกับเพื่อนของตนเองว่ามีสิ่งที่ผิดปกติก่อนที่เขาจะหมดสติไปและเป็นคุณชายของเขาที่พาเพื่อนสนิทคนนี้ไปส่งโรงพยาบาลและก็ได้รับรู้ว่าโรคของเพื่อนคนนี้คือสิ่งใด ใช้มันคือมะเร็งเม็ดเลือดและไขกระดูก
“ลี เป็นยังไงบ้าง” เด็กหนุ่มนามว่าริวเดินเข้าไปยังเตียงผู้ป่วยที่มีร่างของเพื่อเขานั้นนอนอยู่ซึ่งร่างนั้นต่างก็ผอมซุบเป็นอย่างมากเพราะหลังจากที่ ลี เพื่อนสนิทของเขานั้นหมดสติไปก็ผ่านมาแล้วกว่าหนึ่งเดือนที่เพื่อคนนี้ของตนนั้นอยู่ในอาการโคม่าก่อนที่เมื่อไม่กี่วันก่อนจะเข้าสู่สภาวะปกติแต่ก็ยังน่าเป็นห่วงอยู่ดี
“ริวเหรอ ฮ่าฮ่า ต้องมาให้นายเห็นสภาพที่ไม่น่าดูเช่นนี้ได้ ” ร่างผอมซุบบนเตียงกล่าวตอบออกไปด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยอ่อนและหลังจากที่พูดเช่นนั้นออกไปเขาก็หายใจหอบเหนื่อยไปด้วย
“อย่ามาพูดบ้าๆ น่า ไม่สบายอยู่แท้ยังจะมาหัวเราะแบบนั้นอีก นายเนี่ยนาทำไมเรื่องแบบนี้ถึงไม่ยอมบอกเราตั้งแต่แรก” ริวที่กล่าวตำหนิเพื่อนสนิทของตนออกไปอย่างไม่จริงจังมากนัก เพราะคนตรงหน้าเขานั้นเป็นดั่งทุกอย่างของเขา ทั้งรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความเข้าใจในสิ่งที่ริวนั้นไม่รู้แต่คนบนเตียงผู้นี้กลับสามารถรับรู้ได้ถึงความโดดเดียวในใจของเขา ซึ่งในห้องเรียนก็มีเพียงลีคนเดียวเท่านั้นที่สนิทกับเขามากที่สุดรู้จักตัวตนของเขาเป็นอย่างดี
“ริวนายต้องสัญญากับฉันว่านายจะต้องสู้ต่อไป อย่าให้อะไรต้องมาทำให้รอยิ้มของนายเปลี่ยนแปลงไป” ลีนั้นพยายามมองไปยังเพื่อนสนิทของตนที่นั่งอยู่ที่ข้างเตียงของตนก่อนที่เขาจะกล่าวประโยคนี้ออกมาเพื่อให้เพื่อนของเขาคนนี้สัญญาสิ่งที่เขาพยายามสร้างขึ้นมาให้กับเพื่อนสนิทคนนี้ของตน
“ฉันสัญญาลี ว่าร้อยยิ้มของฉันนั้นจะเป็นสิ่งที่ช่วยคนไม่มากก็น้อย” ริวรับปากเพื่อนสนิทของเขาพร้อมกับจับไปที่มือที่ผอมแห้งของลีเพื่อเป็นการบอกว่าเขานั้นสัญญาในสิ่งที่เพื่อนคนนี้ของเขาขอ ซึ่งเขานั้นก็รู้ดีว่าสิ่งต่าง ๆ ที่เพื่อนของเขาคนนี้พยายามจะกล่าวมาแต่ละครั้งนั้นต้องใช้พลังมากมายขนาดไหนเพื่อพูดคุยกับเขา
“ขอบคุณนะ ริวสำหรับทุกอย่างที่นายมอบให้” ลียิ้มออกมาด้วยหัวใจที่พองโตก่อนที่เขานั้นจะสิ้นใจไปในที่สุด แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นกลับทำให้ริวตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนที่คุณหมอนั้นจะเดินเข้ามาในเวลาเดียวกัน เมื่อหมอเห็นเช่นนั้นก็พยายามที่จะช่วยเหลือลีอย่างสุดความสามารถแต่ก็ไม่สามารถทำให้ลีฟื้นคืนกลับมาได้
“หมอขอแสดงความเสียใจด้วยครับ” คุณหมอโค้งตัวเล็กน้อยก่อนที่จะเดินจากไปพร้อมกับที่พยาบาลจะเข้ามาเพื่อจัดการเก็บอุปกรณ์ต่าง ๆ และจดเวลาในการเสียชีวิตของคนป่วย ริวที่เมื่อได้ยินเช่นนั้นเขาก็พยายามกลั่นน้ำตาของเขาไม่ให้ไหลเพราะลีเคยบอกกับเขาไว้ว่าเราเป็นลูกผู้ชายไม่ควรที่จะมาเสียน้ำตาง่ายๆ แต่แล้วเขาก็ไม่สามารถที่จะกักเก็บน้ำตาแห่งความเสียใจนี้ได้เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาจะมีเพื่อนสนิทคนนี้อยู่ตลอดในความทรงจำต่าง ๆ ของเขาก่อนที่พ่อบ้านนั้นจะเข้ามาปลอบเขาก่อนที่พ่อบ้านจะเป็นผู้ที่จัดการงานทุกอย่างแทนคุณชายของตนเอง
คนที่สิ้นใจไปนั้นเป็นเพียงเด็กกำพร้าที่พ่อของเขานั้นรับมาเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรมและยังกลายมาเป็นเพื่อนสนิทกับเขาอีกด้วย ซึ่งลีนั้นเป็นเด็กที่ร่าเริง มองโลกในแง่ดี มีมุมมองความคิดที่สวยงามแลเป็นเด็กที่ชอบช่วยเหลือผู้อื่นไม่ว่าตนเองนั้นจะช่วยได้มากหรือน้อยแต่เขาก็ยังช่วยเหลือ
“เจ้าช่างเป็นผู้ที่มีจิตใจดีเสียจริง ช่วยเหลือเพื่อมนุษย์ของเจ้าไว้มากมายจริงๆ เจ้าต่างมองเห็นสิ่งต่าง ๆ มามากมายแต่ก็ยังสามารถคิดให้มันเป็นสิ่งที่สวยงามและทำการแก้ไขสิ่งเหล่านั้น ช่างเป็นจิตวิญญาณที่วิเศษจริงเชียว”
“ท่านเป็นใครเช่นนั้นหรือ” ลีที่ได้ยินเสียงที่กล่าวกับเขาแต่เขานั้นไม่สามารถที่จะหาที่มาของเสียงที่เขาได้ยินเลยแม้แต่น้อยแต่เสียงนั้นก็ยังดังและสื่อสารกับเขาได้ถึงแม้ว่าเขานั้นจะมองหาไม่เจอก็ตามที
“ข้าเป็นใครนั้น ข้าไม่สามารถบอกกับเจ้าได้แต่จิตวิญญาณที่บริสุทธิ์ของเจ้านั้นก็ควรที่จะกลับสู่ร่างกายของเจ้าได้แล้วการที่จิตวิญญาณของเจ้านั้นหมุนวนเวียนอยู่มานานและมองเห็นสิ่งต่าง ๆ มากมายเหล่านั้นพร้อมกับการแก้ปัญหาของเจ้า เจ้าช่างน่าสนใจ จงกลับเข้าสู่ร่างกายที่เหมาะสมของเจ้าเช่นเดิมเถิดผู้ที่เป็นดั่งจุดเปลี่ยนแปลงของโลก ความทรงจำเดิมของเจ้าก่อนที่เจ้านั้นจะหลับไหลและหลอมรวมจิตวิญญาณแห่งภูติ เจ้าแห่งภูติอัคคีนิลกาฬ ”
เพียงประโยคที่เขาได้รับออกมาจิตวิญญาณและความทรงจำบางสิ่งเริ่มปรากฏขึ้น ภาพของพระราชวังสีทองที่สวยงามโอ่อ่ากว้างใหญ่เป็นอย่างมากกับลวดลายภาพวาดต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับวิหคสีแดงเพลิงที่บินวนเวียนอยู่ในภาพเมื่อจ้องมองคล้ายกับว่าภาพวาดเหล่านั้นมีชีวิต
ปีไฟร์เรที่ 515 ราชวงศ์ไฟร์เรเนียสเกิดการเปลี่ยนแปลงผู้ปกครองจักรวรรดิโดยผู้ที่ทำการล้มล้างราชบัลลังก์เป็นน้องชายต่างมารดากับจักรพรรดิพระองค์นี้เขานั้นมีนามว่า เฮกตัส ไฟร์เรเนียส ผู้ชิงราชบัลลังก์ของจักรพรรดิเดวิดผู้เป็นบิดาขององค์ชายลีออน องค์ชายลำดับที่สิบสามแห่งราชวงศ์ไฟร์เรเนียสที่ถูกมารดาของเขานั้นพาหลบหนีออกจากราชวังเพื่อป้องกันเหตูลอบสังหารเพราะก่อนที่จะเกิดการชิงบัลลังก์ขึ้นนั้นท่านหญิงเฟรย่ารู้บางสิ่งบางอย่างที่จะเกิดขึ้นและวางแผนกับผู้ติดตามเพื่อหาทางหลบหนีออกจากราชวังแห่งนี้เพื่อความปลอดภัยของโอรสของตนเอง โดยการล้มราชบัลลังก์ในครั้งนี้เฮกตัสให้เหตุผลที่ว่าพี่ชายหรือจักรพรรดิองค์ก่อนนั้นบ้าอำนาจ ช่วงชิงและทำสงครามมากมายเพื่อขยายดินแดนของจักรวรรดิทำให้เกิดความไม่พอใจของหลายจักรวรรดิใกล้เคียงและอาจจะเกิดสงครามขึ้นมาได้ตนจึงจำเป็นต้องล้มล้างราชบัลลังก์ของพี่ชายตนเอง โดยการทำให้อดีตจักรพรรดินั้นต้องพิษที่ทำลายจิตเวทของเขาเพื่อทำให้ตนเองสามารถสังหารพี่ชายและปกครองจักรวรรดิอย่างเต็มตัวแต่ทุกอย่างก็ไม่เป็นผลเพราะจักรพรรดิเดวิดนั้นสามารถหนีรอดไปได้จากการช่วยเหลือของเมอร์ลินและอัศวินคนสนิทของจักรพรรดิ แต่เขาก็ยังสามารถสังหารโอรสและธิดาของจักรพรรดิจนเกือบหมดยกเว้นก็เพียงสองพระองค์เท่านั้นที่รอดไปได้นั้นคือโอรสองค์ที่สองกับสิบสามที่สามารถไหวตัวได้ทันจากความสามารถในการข่าวของผู้เป็นมารดาของพวกเขาก่อนที่ต่อมามารดาขององค์ชายสองจะพบเจอกับคนของเขาแต่ก็ไม่สามารถที่จะสังหารโอรสองค์ที่สองได้เนื่องจากอัศวินคู่กายของจักรพรรดิองค์ก่อนเข้ามาช่วยเอาไว้ได้ทันแต่ก็ยังดีที่สามารถสังหารมารดาขององค์ชายได้แต่ทางด้านขององค์ชายสิบสามนั้นพวกเขาไม่สามารถที่จะจัดการได้เลยเนื่องจากทั้งสองที่หลบหนีไปนั้นต่างก็มีความสามารถสูงเป็นิอย่างมากทำให้พวกเขาสามคนหลบหนีจากไปได้
ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากความทรงจำนั้นมันเด่นชัดเป็นอย่างมากลีออนก็ไม่ได้สนใจสิ่งใดพร้อมกับยอมรับความทรงจำทั้งหมดที่เขาได้รับมา พร้อมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนที่เขานั้นจะหลับไหลไปมันเป็นเหตุการเมื่อเขานั้นเข้ามายังส่วนลึกของชนเผ่าของท่านแม่ที่เป็นชนเผ่าหนึ่งที่ทำการปกป้องบางสิ่งบางอย่างที่นี่เอาไว้ ซึ่งสิ่งที่ปกป้องเอาไว้นั้นมันกลับเป็นเพียงเคียวสีขาวที่ตัวไบมีดนั้นเป็นสีดำสนิทที่ลอยอยู่ด้านล่างของคริสตัลสีเขียวขนาดใหญ่ที่ถูกต้นไม่สีเขียวสวยงามโอบล้อมเอาไว้ ด้วยความที่เขานั้นอยากรู้และสัมผัสกับสิ่งตรงหน้าทำให้ตนเองเข้าไปและใช้มือเล็กๆ ของตนเองสัมผัส แต่แล้วสิ่งที่เขาไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อเขาบังเอิญสะดุดลมลงไปและมือของเขาก็ไปโดนที่ใบมีดของเคียวนั้นเข้าก่อนที่เลือดของเขานั้นจะถูกเคียวตรงหน้าดูดกลืนหายไป ก่อนที่เขานั้นจะเข้าสู่การหลอมรวมและหลับไหล
อึกกกกกกกก
ความทรงจำมากมายที่ไหล่บ่าเขาสู่หัวของเขาทำให้ตอนนี้ร่างกายต้องค่อยปรับตัวกับความทรงจำมากมายที่เขาได้รับก่อนที่ไม่นานเขาจะสงบลงพร้อมกับสิ่งที่เขาได้รับมาเมื่อเขารับรู้ได้ว่าตนเองนั้นมายังอีกโลกหนึ่งซึ่งน่าจะเป็นโลกของร่างที่จิตวิญญาณของเขานั้นหลุดลอยออกไปยังโลกที่ผ่านมา ซึ่งโลกนี้ที่เขารู้จักนั้นเป็นโชกที่ผู้คนที่เกิดมาทุกคนนั้นต่างก็มีความสามารถในด้านของเวทมนตร์ต่าง ๆ
ลีออน ไฟร์เรเนียส องค์ชายสิบสามแห่งราชวงศ์ไฟร์เรเนียส จักรวรรดิแดนบูรพาที่มีความแข็งแกร่งในเรื่องของเวทธาตุอัคคี พระชนมายุหนึ่งขวบมารดาก็พาหลบหนีจากการแย่งชิงบัลลังก์ของเสด็จพ่อมายังชนเผ่าของมารดาที่อยู่ใกล้กับจักรวรรดิตะวันตกวินด์แดเรียกัสที่อยู่ในทิศประจิมของดินแดน ในฐานะท่านชายที่สืบทอดตำแหน่งของหัวหน้าชนเผ่าเฝ้าสมบัติซึ่งเป็นสิ่งที่ทำกันมามากกว่าสองพันปีแล้วที่ชนเผ่านี้ปกป้องเอาไว้
จักรวรรดิกไฟร์เรเนียส เป็นส่วนหนึ่งของดินแดนจัตุรมิตร ประกอบไปด้วยจักรวรรดิใหญ่ๆอีกสามจักรวรรดิและอาณาจักรต่าง ๆ อีกมากมาย ซึ่งทิศเหนือปกครองโดยจักรวรรดิกราวดิเลียเซีย สายโลหิตของสัตว์เวทมนตร์ศักดิ์สิทธิ์เต่านิลกาฬ ราชวงศ์กราวดิเลีย
ทิศใต้ปกครองโดยจักรวรรดิลิควาเดเรีย สายโลหิตของสัตว์เวทมนตร์ศักดิ์สิทธิ์มังกรวารีพิทักษ์สมุทร ราชวงศ์ลิควาเดเรีย
ทิศตะวันออกปกครองโดยจักรวรรดิไฟร์เรเนียส สายโลหิตของสัตว์เวทมนตร์ศักดิ์สิทธิ์วิหคขนอัคคี ราชวงศ์ไฟร์เรเนียส
ทิศตะวันตกปกครองโดยจักรวรรดิวินด์แดเรียกัส สายโลหิตของสัตว์เวทมนตร์ศักดิ์สิทธิ์พยัคฆ์วายุคลั่ง ราชวงศ์วินด์แดเรีย
ส่วนตอนกลางของดินแดนนั้นเป็นป่าใหญ่ที่ปกคลุมไปด้วยต้นไม้และพืชพรรณต่าง ๆ มากมายและยังกินพื้นที่หนึ่งส่วนของจักรวรรดิใหญ่ทั้งสี่เอาไว้ในตอนกลางนั้นเป็นดินแดนที่มีความแตกต่างทางด้านสภาพอากาศและสัตว์เวทมนตร์ที่ต่างกันอย่างสุดขั้วในแต่ละพื้นที่ ดินแดนป่าแห่งนี้จึงถูกเรียกว่าป่ามายาแห่งการเปลี่ยนแปลง หรือ ออลเตอร์ฟอเรส
“ระดับพลังเวทของเราก่อนที่จะหลับไหลและหลอมรวมกับจิตวิญญาณแห่งภูติของเคียวอัคคีนิลกาฬ อยู่เพียงผู้ใช้เวทขั้น 2 เอง แต่ตอนนี้พลังเวทของเรากลับมากมายขึ้นถึงเพียงนี้กัน” จะไม่ให้พลังเวทมากมายเช่นนี้ได้อย่างไรก็เขานั้นตั้งแต่ที่หลับไหลในการหลอมรวมกับจิตวิญญาณภูติของเคียวอัคคีนิลกาฬนั้นยาวนานถึงสิบปีเลยทีเดียว ซึ่งในตลอดห้าร้อยปีที่ผ่านมาที่เขาหลอมรวมนั้นเป็นจิตวิญญาณแห่งภูตินี้เป็นตัวช่วยในการดึงดูดอณูเวทในสถานที่แห่งนี้ที่มีความหนานแน่นมากกว่าด้านนอกหุบเขาเสียอีกและพลังเวทมากมายของบริเวณนี้นั้นบริสุทธิ์เป็นอย่างมากทำให้บริเวณนี้มีความเข้มข้นของพลังเวทมากที่สุดและร่างกายของเขาก็ซึมซับมันเข้าไปจนหมดเลยทำให้พลังเวทของลีออนมีมากมายเช่นนี้เมื่อเทียบกับเด็กที่มีอายุสิบห้าปีเท่ากันกับเขา แต่สิ่งที่ต้องทำให้ลีออนต้องแปลกใจมากกว่านี้ก็คือจิตวิญญาณของอาวุธเคียวอัคคีนิลกาฬนั้นเบาบางมากจนไม่สามารถรู้ได้เลยว่าจิตวิญญาณที่หลับไหลในอาวุธนี้มีรูปร่างเช่นใด แต่ถึงเช่นนั้นพลังเวทของเขาก็สูงมากแล้วเมื่อยังไม่สามารถที่จะสัมผัสกับรูปร่างที่แท้จริงของจิตวิญญาณของเคียวอัคคีนิลกาฬนี้
ภายในหุบเขาแห่งป่าเฮร่าที่เป็นสถานที่ของชนเผ่าผู้เฝ้าสมบัติ ยังคงมีร่องรอยของอารยธรรมของชนเผ่าอยู่แต่ก็ทรุดโทรมด้วยเวลาที่ล่วงเลยมากว่าห้าร้อยปีบวกกับเหตุการณ์ที่น่าเศร้าใจเมื่อจักรพรรดิองค์ใหม่แห่งจักรวรรดิไฟร์เรเนียสได้ส่งคนระดับสูงเข้ามากวาดทำลายเพื่อหาตัวขององค์ชายและพระชายาที่หลบหนีมา แต่พวกเขาก็ต้องทำให้องค์จักรพรรดิต้องผิดหวังเมื่อผู้นำชนเผ่าที่เป็นตาของลีออนได้ใช้พลังเวทของตนเองและคนในเผ่าปิดผนึก กักขังและทำลายคนระดับสูงเหล่านั้น ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้จอมเวทระดับสูงของทางจักรวรรดินั้นสิ้นชีพไปถึงสามคนส่วนที่เหลือนั้นสามารถหลบนี้ออกไปได้ โดยการสังเวยคนของเผ่าในครั้งนี้นั้นเกิดจากความเต็มใจของพวกเขาทั้งหมด ด้วยที่ว่าพวกเขาไม่สามารถที่จะให้คนเหล่านั้นรับรู้ได้ว่าพวกเขาปกป้องสิ่งใดอยู่และเพื่อปกป้องบุตรสาวและหลานชายของตนเองด้วยถึงแม้ว่าตอนนั้นเฟรย่าบุตรสาวของเขานั้นจะเดินทางออกไปนอกเผ่าเพื่อติดต่อการค้าขายสมุนไพรของเผ่าตามคำสั่งของเขาผู้เป็นบิดาพร้อมกับผู้ติดตาม แต่หลังจากนั้นนางและผู้ติดตามก็ได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเช่นเดียวกัน เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือปรากฏวงแหวนเวทมนตร์ขนาดใหญ่อยู่เหนือสถานที่ของเผ่าทำให้ทั้งสองที่ออกไปด้านนอกรับรู้ได้ว่าเกิดเรื่องที่เผ่าแต่วงแหวนเวทที่เกิดขึ้นนั้นมันก็บอกกับพวกเขาทั้งสองคนแล้วว่ามันเป็นวงแหวนเวทสังเวยเพื่อป้องกันเผ่าโดยเฉพาะเพราะเฟรย่าเองก็ได้ศึกษาเกี่ยวกับวงแหวนเวทนี้เช่นเดียวกัน ทำให้พวกเขานั้นต้องเปลี่ยนความคิดที่จะเข้าไปช่วยเป็นหลบหนีจากที่แห่งนี้ไปให้ไกลแสนไกล และด้วยเรื่องนี้ทำให้ทั้งสองคิดได้ว่าบุตรชาของนางก็คงเป็นส่วนหนึ่งของพลังเวทที่ใช้ปกป้องสมบัติชิ้นนั้นไปด้วยและคิดว่าบุตรชายของนางนั้นตายจากไปแล้วจากเหตุการณ์นี้
แต่หลังจากที่ลีออนหวนคืนกลับมาจากการหลอมรวมแล้วนั้น บางสิ่งนั้นกลับเริ่มปรากฏขึ้นจากพื้นที่อยู่อาศัยตามบ้านหลังต่าง ๆ ที่เป็นที่พักของคนในเผ่าที่ตอนนี้เริ่มฟื้นคืนความสะอาดกลับมาพร้อมกับร่างกายของผู้ที่เคยได้ชื่อว่าเป็นตาของลีออนที่หวนคืนกลับมาในรูปแบบของจิตวิญญาณที่ปกป้องสมบัติที่ล้ำค่าของชนเผ่า
“กี่ร้อยปีแล้วนะที่พวกเราเหล่าผู้เฝ้าสมบัติต่างก็สูญเสียร่างกายไปเพื่อปกป้องเขาและสมบัติชิ้นนั้นกัน” เสียงที่มีอายุดังมากจากชายวัยกลางคนที่ยื่นอยู่ที่หน้ากระท่อมหลังใหญ่ที่สุดของเผ่าซึ่งชายผู้นี้ก็คือมาฟาเอลหัวหน้าเผ่าเฝ้าสมบัติพร้อมกับมองไปโดยรอบเมื่อร่างจิตวิญญาณมากมายของคนในเผ่าต่างค่อย ๆ ปรากฏขึ้นมาจากหนึ่งเป็นสองจนเป็นหลายสิบคน ซึ่งเมื่อทุกคนปรากฏตัวออกมาจนครบหมดแล้วต่างก็มองเข้าไปยังส่วนลึกที่สุดของหุบเขาซึ่งเป็นสถานที่ที่สมบัติที่พวกเขาเป็นผู้ปกป้องสิงสถิตอยู่พร้อมกับร้อยยิ้มของทุกคนที่ยิ้มขึ้นมา
“เจ้าทำสำเร็จแล้วสินะหลานชายข้า นับจากนี้ไปก็คงจะถึงหน้าที่ของพวกเราแล้วที่จะต้องคอยช่วยเหลือเขา” มาฟาเอลที่บอกกับทุกคนพร้อมกับที่ดวงจิตวิญาณของแต่ละคนนั้นพยักหน้าตอบรับกลับมาพวกเขาต่างก็แยกย้ายไปจัดเตรียมสิ่งต่าง ๆ เอาไว้ ที่พวกเขาที่เป็นเพียงจิตวิญญาณนั้นสามารถหยิบจับสิ่งของได้นั้นเกิดจากพลังของวงแหวนที่ผู้นำเผ่านั้นร่ายเอาไว้ก่อนที่พวกเขาจะได้ทำให้มีโดมเวทครอบหุบเขาแห่งนี้เอาไว้พร้อมกับพื้นที่ส่วนนี้ที่หายไปจากแผ่นของดินแดนมากว่าห้าร้อยปี
ส่วนลึกในหุบเขาของชนเผ่าที่ลีออนเข้ามาและเป็นสถานที่ที่ลีออนพบกัยจิตวิญญาณอาวุธเคียวอัคคีนิลกาฬ
เคียวอัคคีนิลกาฬ จิตวิญญาณอาวุธแห่งภูติ ที่ชนเผ่าของลีออนเฝ้าปกป้องมันเอาไว้
ห้าร้อยปีผ่านมา
ลีออนที่ลืมตาขึ้นมาหลังจากที่เขานั้นหลับไหลเพื่อหลอมรวมจิตวิญญาณกับอาวุธตรงหน้าของเขาที่มันนั้นยังคงลอยวนเวียนนอยู่รอบกายของเขาไม่หายไปไหน ก่อนที่ลีออนจะยืนมือของตนเองออกไปคว้าจับที่ด้ามจับของเคียวสีขาวอันนั้น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อมือของลีออนสัมผัสกับด้ามเคียวพลังความกดดันก็ต่างกระจายอกไปโดยรอบอย่างรุนแรงพร้อมกับมีแสงสว่างเจิดจ้าขึ้นมาพร้อมกับที่เคียวยาวนั้นมีขนาดที่เล็กลงก่อนที่จะหายเข้าไปยังมือด้านขวาของเขาพร้อมกับสัญลักษณ์รูปเคียวสีขาวไขว้กันสองอัน
“เอ๋ ทำไมมันถึงปรากฏสัญลักษณ์เช่นนี้ไม่ใช่ว่ามันมีเพียงเคียวอันเดียวมิใช่หรือ” ลีออนที่เกิดความสงสัยกับตราสัญลักษณ์ที่เขาเห็นที่หลังมือขวาของเขาก่อนที่จะเลิกสนใจเมื่ออาการปวดหัวของเขากำเริบขึ้นมาอีกครั้ง อัก ทำให้เขานั้นแทบสิ้นสติลงไปแต่ก็ได้เคียวที่โผล่ออกมาช่วยในการยันร่างกายขึ้นมาได้และอาการปวดหัวของเขาก็ค่อยๆ ดีขึ้นก่อนที่จะกลับมาเป็นปกติ ลีออนก็ใช้เคียวยันตัวเองเพื่อลุกขึ้นสำรวจบริเวณโดยรอบถึงแม้ว่าก่อนที่เขาจะหลับไหลไปนั้นเขาเคยสำรวจมันมาแล้วก็ตามแต่เขาก็ยังคงอยากทำความคุ้นเช่นกับสิ่งต่าง ๆ รอบตัวอยู่ดี
หลังจากที่ผ่านไปไม่นานลีออนที่สำรวจทั่วทั้งหมดแล้วก็มองไปยังซุ้มประตูหินสีขาวที่เขานึกขึ้นได้ว่ามันคือทางที่เขานั้นเข้ามาโดยประตูหินสีขาวนี้เองเป็นประตูที่สลักวงแหวนเวทมนตร์ในการเคลื่อนย้าย ซึ่งตอนเขาเข้ามายังส่วนลึกแห่งนี้ได้เป็นความบังเอิญที่ท่านตาของเขาพาเขาออกมาเดินเล่นและเจ้าตัวก็เดินเล่นภายในวิหารที่อยู่เหนือหมู่บ้านของพวกเขาที่ซึ่งเป็นวิหารสักการะรูปปั้นบางอย่างที่สวยงามและบังเอิญอีกอย่างคือเขาดันเดินไปด้านหลังของรูปปั้นในวิหารและเกิดเจอกับเส้นทางของเวทเคลื่อนย้ายทำให้เขาถูกเคลื่อนย้ายมายังส่วนลึกแห่งนี้นั่นเอง แต่ท่านตาก็เคยบอกเอาไว้เช่นกันว่าหลังรูปปั้นในวิหารมี่วงแหวนเคลื่อนย้ายเข้าสู่จุกศูนย์กลางของหุบเขาเพื่อเป็นสถานที่หลบภัยและเก็บสมบัติที่ชนเผ่าของพวกเขาปกป้องเอาไว้ เมื่อลีออนคิดได้เช่นนั้นเขาก็ค่อยๆ เดินเข้าหาซุ้มประตูหินสีขาวในทันทีแต่สิ่งที่ทำให้เขาแปลกใจคือเมื่อเดินเข้าไปใกล้ซุ้มประตูกลับไม่มีสิ่งใดตอบสนองกลับมาเลยแม้แต่น้อย ก่อนที่ลีออนจะสังเกตเห็นว่าวงแหวนที่สลักเอาไว้ตามหินสีขาวของซุ้มประตูนั้นมีส่วนที่แตกหักและผุพังไปเป็นบางส่วน ‘หรือว่าวงแหวนเคลื่อนย้ายจะเกิดความเสียหาย เช่นนี้จะทำเช่นไรดี’ ลีอนที่คิดและมองสำรวจไปเรื่อย ๆ ก่อนที่เขาจะคิดบางสิ่งออกพร้อมกับภาพของซุ้มประตูก่อนที่เขาจะหลับไหลไปปรากฏขึ้นมาในหัวของเขารวมไปถึงรายละเอียดต่าง ๆ ที่ค่อย ๆ ชัดเจนมากขึ้น พร้อมกับลีออนใช้ด้ามเคียวเป็นเหมือนตัวช่วยในการเขียนวงเวทของซุ้มประตูขึ้นมาใหม่และในระหว่างที่เขาเขียนวงเวทอยู่นั้นเขากลับไม่รู้ตัวเลยว่าพลังเวทของตนเองนั้นเป็นพลังเวทที่เคียวดึงออกมาใช้เพื่อวาดวงเวทนี้จนแล้วเสร็จ ก็ทำให้ลีออนตกใจเป็นอย่างมากเมื่อตอนนี้ซุ้มประตูจากที่เคยเป็นสีขาวสนิทกลับมีลวดลายของพลังเวทสีดำปะปนอยู่ด้วยก่อนที่เจ้าตัวจะมองไปยังด้ามของเคียว ก็เข้าใจได้ในทันที นี่คงเป็นพลังเวทของเขาที่สลักวงเวทเพื่อทำให้วงแหวนเวทนี้สมบูรณ์สินะ หลังจากนั้นไม่นานพร้อมกับที่ลิออนยำมือของตนเองสัมผัสไปยังซุ้มประตูอีกครั้งก็ทำให้ซุ้มประตูเกิดการเรืองแสงพร้อมกับม่านเวทมนตร์ที่ปรากฏขึ้นจนเต็มบานประตูและแรงดึงดูด ดูดร่างของลีออนเข้าไปพร้อมกับร่างของลีออนกลับมาปรากฏตัวอีกครั้งยังวิหารที่เขาเคยมากับท่านตาของตนเองอีกครั้งหนึ่ง
“ข้ากลับมาแล้วท่านตา” ลีออนที่ยินดีเป็นอย่างมากที่ตนเองนั้นสามารถกลับมายังวิหารได้อีกครั้งแต่เมื่อเขามองขึ้นไปเหนือวิหารเขากับพบว่าดวงตาของเขาพบเขากับโดมเวทมนตร์ที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมากที่ครอบหุบเขาแห่งนี้เอาไว้จนหมดก่อนที่ตนเองจะรีบวิ่งออกจากวิหารแห่งนี้เพื่อกลับไปยังที่ตั้งของหมู่บ้านของชนเผ่าของท่านตาของตน ซึ่งในช่วงแรกต่างก็ทุลักทุเลเป็นอย่างมากเพราะผลที่มาจากการหลับไหลของเขากว่าห้าร้อยนั่นเองแต่ร่างกายเขาก็เริ่มคุ้นชินและกลับมาเป็นปกติได้ในเวลาอนสั้น
“เกิดสิ่งใดขึ้นที่นี่กัน ท่านตา ท่านตา ท่านแม่” ลีออนที่วิ่งมาถึงหมู่บ้านาของท่านตาแต่สิ่งที่เขาเห็นกับเป็นกระท่อมที่พักหลายหลังที่ถูกทำลายไปก็รีบวิ่งเข้าไปยังใจกลางของหมู่บ้านเพื่อหาคนที่ตนเองรักอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่ได้เห็นผู้ใดเลย
“ท่านตา เกิดสิ่งใดขึ้นกับท่าน” ลีออนที่เมื่อวิ่งมาถึงยังกระท่อมที่หลังใหญ่ที่สุดพร้อมกับเห็นท่านตาของตนนั่งอยู่ที่ศาลาหน้ากระท่อมแต่บางสิ่งบางอย่างในสายตาที่เขามองเห็นนั้นกลับแตกต่างไปจากเดิมที่เขาเคยเห็น
“ลีออนหลานตา เจ้ามาแล้ว ดี ดีจริงๆ มานี่มา มานั่งนี่ตาจะเล่าสิ่งที่เจ้าสงสัยให้เจ้าได้รู้” มาฟาเอลที่เรียกหลานชายของตนให้มานั่งในศาลาด้วยกัน
“เจ้าไม่ต้องเสียใจไปตาดีใจที่เจ้ายังปลอดภัยดี” มาฟาเอลที่เมื่อเห็นว่าลีออนนั่งลงที่ม้านั่งแล้วสายตาที่เขาจ้องมองมายังตนนั้นเต็มไปด้วยคำถามที่เกิดขึ้นว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่ ซึ่งสิ่งที่ลีออนเห็นกับเป็นร่างของท่านตาของเขาที่เป็นเพียงร่างของจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก
หลังจากที่มาฟาเอลเห็นสายตาเช่นนั้นของหลานชายเขาก็เริ่มเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในลีออนฟัง เรื่องนั้นมันเกิดจากเมื่อห้าร้อยปีก่อนที่มาฟาเอลนำลีออนเข้าไปยังส่วนของวิหารศักดิ์สิทธิ์ที่พวกเขากราบไหว้และบูชาเพื่อให้หลานของตนนั้นเข้าสู่ส่วนลึกของหุบเขาเพื่อหนีสิ่งที่เขาสัมผัสได้ว่ามีบางสิ่งมุ่งหน้าเข้ามายังชนเผ่าของตนเพื่อไม่ให้หลานชายของตนมีอันตรายแต่หลังจากที่ลีออนหายเข้าไปยังส่วนลึกเขาก็รีบเดินทางกลับไปยังหมู่บ้านในทันทีพร้อมกับที่คนในเผ่าต่างก็เตรียมตัวหลังจากที่สัมผัสได้ถึงบางสิ่งเช่นเดียวกันพร้อมกับที่พวกเขาบอกว่า ‘หากว่าลีออนเป็นคนผู้นั้นจริงพวกเขาก็ยอมที่จะเสียสละชีวิตของตนเองเพื่อสิ่งที่พวกเขาหวงแหนและปกป้องมาตลอดชีวิต’ นั่นทำให้พวกเขาบอกเป็นนัยนัยว่าพวกเขาเชื่อเช่นนั้นและพร้อมที่จะสละตนเองทุกเมื่อ หากไม่สามารถทำสิ่งใดได้
หลังจากที่ทุกคนพูดคุยกันถึงเรื่องนี้แล้วนั้นก็ปรากฏผู้ที่เข้ามายังชนเผ่าของพวกเขาพร้อมกับเจตจำนงของคนเหล่านั้นถึงการล่าล้างสังหารบุตรสาวของหัวหน้าเผ่าและบุตรชายที่เป็นหลานของเขาทำให้ทุกคนในเผ่าเข้าโรมรันและปกป้องกันอย่างเต็มที่แต่ด้วยที่ระดับพลังเวทที่น้อยกว่าทำให้พวกเขาแทบจะไม่สามารถทำสิ่งใดคนเหล่านั้นได้เลยและก็เป็นมาฟาเอลที่เมื่อเห็นเช่นนั้นแบะตนเองก็เป็นผู้ที่มีระดับสูงที่สุดของเผ่าไม่สามารถทำสิ่งใดได้ก่อนที่เขาจะบอกให้ผู้ชายในเผ่าไปถ่วงเวลาเพื่อเขานั้นจะได้มีเวลาในการวาดวงเวทป้องกันที่พวกเขาคุยกันเอาไว้ และหลังจากที่วงเวทถูกเขียนจดเสร็จสมบูรณ์ทุกคนก็ต่างถอยออกมาจากการต่อสู้และมอบพลังเวทและพลังชีวิตของตนเองเพื่อทำให้วงเวททำงานในทันที ซึ่งสิ่งที่พวกเขาทำนั้นก็มีคนที่บุกเข้ามาที่อยู่ในระดับสูงสังเกตเห็นก่อนที่พวกเขาจะใช้วงเวทเคลื่อนย้ายหนีออกไปได้ทันแต่ก็มีสองคนที่ไหวตัวช้าไปและก็ถูกวงเวทนั้นดูดกลืนพลังเวทและชีวิตเพื่อนำมาใช้ปกป้องหุบเขาแห่งนี้
เมื่อมาฟาเอลกล่าวมาถึงตรงนี้ ลีออนก็เข้าใจในทันทีว่ามันเกิดสิ่งใดขึ้น ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นก็มาจากเขาแลัท่านแม่ที่หลบหนีมาในตอนนั้น แต่ก่อนที่เขาจะคิดสิ่งใดมากไปกว่านั้นก็มีมือหนาวางลงบนหัวของเขาก่อนที่จะลูบอย่างเบามือ เหมือนเป็นการบอกว่าอย่าได้โทษตนเอง สิ่งที่พวกเขาทำไปนั้นมาจากความตั้งใจจริงของทุกคนก่อนที่ลีออนจะเงยหน้าขึ้นมาและเห็นท่านตาของเขานั้นยิ้มให้อย่างอ่อนโยนเช่นที่เคยเป็นมา
“หลานตาเจ้าก็รู้ว่าตารักเจ้ามากเพียงใด สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นล้วนไม่ใช่ความผิดของเจ้าสองแม่ลูกแม้แต่น้อยแต่มันคือหน้าที่ของคนเป็นตาและของหัวหน้าเผ่าที่จะต้องไม่ให้อาวุธจิตวิญญาณชิ้นนั้นไปตกอยู่ในมือคนชั่ว” มาฟาเอลที่ใช้มือของตนลูบหัวหลานชายไปพร้อมกับที่คนในเผ่านั้นเริ่มที่จะปรากฏตัวกันแล้วทำให้ลีออนรู้ได้ว่าเขานั้นยังมีจิตวิญญาณของคนในเผ่าที่ยังเป็นห่วงเขาอยู่และสิ่งที่พวกเขาทำพวกเขาล้วนเต็มใจทั้งสิ้น
หลังจากนั้นที่ลีออนฟังสิ่งที่ท่านตาของตนบอกเล่าออกมาก็ต้องตกใจกับสิ่งที่ได้ยินนั่นคือเวลานี้มันผ่านมากว่าห้าร้อยปีแล้วและหุบเขาและป่าเฮร่าที่พวกเขาอยู่ตอนนี้นั้นตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง และจากที่โดมเวทนี้เป็นพลังของคนทั้งเผ่าที่สร้างขึ้นมาทำให้ทุกคนนั้นรู้ว่าพวกเขานั้นไม่ได้เชื่อมต่อกับดินแดนของแผ่นดินใหญ่เลยแม้แต่น้อย เนื่องจากห้าร้อยปีที่ผ่านกาลเวลามายาวนานทำให้สถานที่แห่งนี้กลายเป็นเกาะที่อยู่กลางมหาสมุทรที่ยังไม่มีใครเดินทางมายังที่แห่งนี้เพราะด้วยโดมเวทนี้ที่ปิดกั้นการมองเห็นและยังส่งผลต่อการสร้างแผ่นที่ของคนบนผืนแผ่นดินใหญ่อีกด้วยซึ่งตอนนี้จักรวรรดิวินด์แดเรียกัสนั้นมีพื้นที่ติดกับชายฝั่งไปแล้วและเกาะแห่งนี้หลังจากที่เกิดการแยกตัวออกมาด้วยโดมเวทมนตร์ก็ลอยออกมาไกลพอสมควรและก็หยุดลงในส่วนที่มีพลังเวทที่หนาแน่นคอยค้ำจุนอีกครั้ง
และสิ่งที่ลีออนได้ยินกลับทำให้เขาโล่งใจเพราะถ้าเป็นเช่นนั้นเขาก็ยังปลอดภัยจากเรื่องราวเลวร้ายเหล่านั้นแต่เขาก็ยังเป็นห่วงแม่ของเขาเป็นอย่างมากเพราะหลังจากที่เกิดเหตุการณ์นี้ดูเหมือนว่าท่านแม่และผู้ติดตามของท่านจะออกไปจักการภารกิจที่ท่านตาสั่งเอาไว้และมันสิ่งที่ท่านตารับรู้ผ่านดวงตาแห่งความจริงที่เขาได้ครอบครองเอาไว้เพื่อช่วยในการปกป้องสมบัติและอาวุธจิตวิญญาณจึงส่งนางและผู้ติดตามออกไปจากหุบเขาก่อนเพื่อความปลอดภัยของนาง
“เจ้าอย่าได้โล่งใจลีออนเพราะโดมเวทมนตร์นี้นั้นจะยังคงอยู่ได้อีกเพียงสิบปีเพียงเท่านั้นหลังจากที่เจ้าฟื้นคืนกลับมาพลังเวทในหุบเขานั้นก็ถูกดูดซับไปทำให้การคงอยู่ของมันก็น้อยลงด้วย และสิ่งที่เจ้าจำเป็นต้องรู้ภายในสิบปีนี้คือการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ จากพวกเราและตำราเวทมนตร์ที่สืบทอดต่อกันมาของเผ่าเราเพื่อให้เจ้าได้ปกป้องตนเองได้ เจ้าอย่าลืมว่าจิตวิญญาณอาวุธที่เจ้าหลอมรวมด้วยนั้นเป็นสิ่งที่ผู้คนต่างต้องการเพราะจิตวิญญาณอาวุธศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ต่างก็มาพร้อมกับความโลภและอำนาจในการที่จะครอบครองมัน ดังนั้นในสิบปีนี้เจ้าต้องแข็งแกร่งและเก่งข้นในเร็ววัน” มาฟาเอลที่มองไปยังหลายของตนพร้อมกับเอ่ยกล่าวสิ่งที่หลานของเขาจำเป้นต้องแบกรับเอาไว้
“ท่านตาไม่ต้องกังวลข้าจะทำเต็มทีจนสุดความสามารถ และจะไม่ทำให้ท่านต้องผิดหวัง” ลีออนที่รับปากกับสิ่งที่เขาได้ยินที่ท่านตาของเขาได้บอกเอาไว้
“อีกเรื่องที่ข้านั้นยังไม่ได้บอกกับเจ้าเมื่อถึงวันนั้นเกาะแห่งนี้จะปรากฏแก่สายตาของชาวโลกพร้อมกับสิ่งที่ข้าคิดว่าพวกเขาจะต้องรีบเร่งเพื่อมายังเกาะแห่งนี้แน่นอน นั้นก็ไม่ใช่สิ่งใดแต่เป็นสิ่งที่เจ้าครอบครองอยู่หลานตา” มาฟาเอลที่เอ่ยเตือนอีกเรื่องหนึ่งที่หลานชายของเขาต้องรู้เอาไว้ซึ่งเมื่อเขามองเข้าไปยังดวงตาของหลานชายเขาก็เห็นความมุ่งมั่นและความเด็ดเดียวในนั้นทำให้เขาเบาใจไปได้
“วันนี้ข้าว่าเจ้าควรจะพักผ่อนให้เพียงพอแล้วพรุ่งนี้เราจะมาเริ่มการฝึกกันกัน” มาฟาเอลที่หลังจากเห็นความเด็ดเดี่ยวในสายตาของลีออนแล้วเขาก็หมดห่วงพร้อมกับเริ่มเตรียมการฝึกให้กับลีออนในทันที ลีออนที่ได้ยินเช่นนั้นก็ทำตามที่ท่านตาบอกอย่างไม่อิดออดแม้แต่น้อย
เช้าวันใหม่ที่ส่องแสงสว่างออกมาพร้อมกับร่างของเด็กหนุ่มผู้หนึ่งนี้กำลังนั่งอ่านตำราเกี่ยวกับการใช้เวทมนตร์พื้นฐานที่ถึงแม้ว่าเขานั้นจะเคยอ่านตอนที่ยังเด็กแต่เขานั้นก็ลืมเลือนบางสิ่งไปบางเลยกลับมาเริ่มอ่านสิ่งเหล่านี้ใหม่เพื่อทบทวนสิ่งที่เขาเข้าใจและรวมกับบางสิ่งที่เขานั้นได้มากอีกโลกหนึ่งด้วยนั้นคือความเข้าใจและหลักการทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการก่อเกิดธาตุเวทต่าง ๆ ว่าเป็นมาเช่นไรและเกิดขึ้นได้อย่างไร จนองค์ประกอบและความรู้เหล่านั้นหลอมรวมกับความคิดของเขาทำให้ลิออนลองคิดทดลองทำบางสิ่งบางอย่างขึ้นมา ‘เอ จากตำราเวทพื้นฐานมันบอกว่าการจะใช้เวทได้จำเป็นต้องกล่าวคำร่าย ซึ่งถ้าเกิดว่าเป็นเวลาคับขันจะทำเช่นไรกว่าจะร่ายเวทระดับสูงได้คงไม่ตายก่อนหรือ’ ลีออนที่คิดขึ้นมาก่อนที่เขานั้นจะตกเข้าสู่ห่วงแห่งความคิดของตนเองเกี่ยวกับเรื่องร่ายเวทเหล่านี้ก่อนที่เขานั้นจะเข้าใจบางอย่าง ซึ่งนั่นคือสิ่งที่จะทำให้ตัวตนของลีออน แฟร์เรียฮาร์ต ผู้นี้กลายเป็นสิ่งที่โลกต้องจารึกชื่อของเขาเอาไว้ เพราะเขานั้นลองจัดองค์ประกอบของธาตุแต่ละธาตุว่ามีองค์ประกอบเช่นไรและก่อเกิดขึ้นมาได้เช่นไร ก่อนที่เขาจะนึกขึ้นได้ว่าการที่คนเราจะจุดไปได้จำเป็นต้องมีอากาศที่ใช้ในการหายใจหากเรากำหนดจิตและทำให้อากาศที่เป็นปัจจัยหลักนั้นเร่งการเผาไหม้อาจจะก่อเกิดเปลวไฟขึ้นมาก็ได้
เมื่อคิดได้เช่นนั้น ลีออนจึงยื่นมือของตนเองออกมาก่อนที่จะเพ่งสมาธิไปยังองค์ประกอบต่าง ๆ ที่เขาคิดขึ้นก่อนที่จะเกิดความร้อนและไม่นานก็ก่อเกิดเป็นลูกไฟลูกเล็กขึ้นที่มือของเขาก่อนที่มันจะสลายหายไปเมื่อลีออน เสียสมาธิจากความตื่นเต้นที่เขาพบเจอ ซึ่งสิ่งที่เขาทำอยู่นี้กลับไม่มีใครเห็นเพราะเวลานี้จิตวิญญาณต่างไปจัดการงานของตนเองเลยไม่มีใครเห็นสิ่งที่ลีออนทำ แต่เขาก็คิดขึ้นมาได้ว่าสิ่งที่เขาทำอยู่นี้อาจจะนำพาบางสิ่งที่เลวร้ายมาสู่ตัวเขาก็ได้เพราะการที่จอมเวทสักคนจะใช้พลังเวทได้นั้นต้องมีอุปกรณ์ที่เป็นดั่งส่วนที่เชื่อมต่อผู้ใช้กับพลังในร่างกายและพลังเวทในธรรมชาติเข้าด้วยกัน ซึ่งส่วนมากตนเหล่านั้นจะใช้คทาเวทมนตร์ที่ประดับด้วยอัญมณีเวทมนตร์หรือจิตเวทของอสูรเวทมนตร์เพียงเท่านั้นถึงแม้ว่าจะมีผู้ที่ร่ายเวทโดยไม่มีคทาเวทมนตร์ก็ตามแต่เรื่องพวกนี้ก็เป็นความลับสูงสุดของคนเหล่านั้น หรือบางคนก็จะใช้จิตวิญญาณภูติของตนเองเป็นสื่อกลางในการใช้เวทมนตร์เช่นเดียวกันเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของพวกเขาซึ่งมันแบ่งออกได้ว่าผู้ที่มีจิตวิญญาณแห่งภูติจะมีความแข็งแกร่งกว่าผู้ที่ไม่มีจิตวิญญาณแห่งภูติแต่สามารถใช้เวทมนตร์ผ่านสื่อกลางเช่นคทาเวทมนตร์ได้สิ่งนี้เองที่ทำให้เกิดความแตกต่างกันขึ้น
เมื่อลองทำแล้วเป็นผลตามความตั้งใจลีออนเลยพยายามทำแบบเดียวกันเพียงเปลี่ยนธาตุบ้างแต่สิ่งที่ได้กลับไม่สามารถทำได้เขาเลยต้องเก็บความสงสัยเหล่านี้เอา พร้อมกับที่ศึกษาเพิ่มเติมจากตำราพื้นฐานของเวทมนตร์แต่ละธาตุ จนเขาทำความเข้าใจและได้ผลสรุปออกมาได้ว่า เราทุกคนนั้นมีเวทธาตุเฉพาะเป็นของตนเองตั้งแต่เกิดมาแต่บ้างคนจะมีความพิเศษตรงที่สามารถใช้ได้หนึ่ง สอง หรือสามธาตุได้ขึ้นอยู่กับจิตเวทของเราว่าเป็นจิตเวทเช่นไร ซึ่งผู้ที่ใช้เวทธาตุได้ธาตุเดียวนั้นก็เป็นเพียงผู้ใช้เวทธรรมดาเพียงเท่านั้นเป็นชาวบ้านธรรมดาที่ใช้เวทมนตร์พื้นฐานระดับต้นจนถึงระดับกลางได้เพียงเท่านั้น แต่ความพิเศษมันอยู่ที่ผู้ที่สามารถใช้เวทธาตุได้มากกว่าหนึ่งธาตุขึ้นไปคือสองธาตุที่มีความสามารถเป็นจอมเวทระดับสูงได้และผู้ที่ใช้เวทมนตร์ได้สามธาตุที่ยิ่งจะมีความสามารถในระดับผู้ที่ได้รับพรจากสวรรค์เลยทีเดียวซึ่งผู้ที่ใช้เวทมนตร์ได้สามธาตุขึ้นไปนั้นก็ไม่ได้มีมากมายอะไรเพียงแค่พวกเขาเหล่านั้นต่างอยู่ในจุดที่สูงที่สุดของจอมเวททั้งหมดเลยด้วยซ้ำเพราะพวกเขาเหล่านั้นหากไม่เป็นเมอร์ลินก็คงจะเป็นอัศวินของจักรวรรดิ ซึ่งลีออนเคยได้ยินเฟรย่าท่านแม่ของเขาเคยบอกเอาไว้ว่าท่านพ่อของเขานั้นก็เป็นผู้ใช้เวทธาตุสามธาตุและยังมีเมอร์ลินและอัศวินที่เหมือนกับท่านพ่อของเขาด้วยแต่ลีออนก็ไม่เคยเห็นหน้าพ่อของเขาเลยตั้งแต่เกิดมาเขาจึงไม่เคยรู้จักกับคนผู้นั้นเลยแม้แต่น้อย
“ลีออนเจ้าอ่านตำราอะไรอยู่เช่นนั้นหรือ” มาฟาเอลที่เห็นหลานชายของตนอ่านตำราบางอย่างอยู่แต่ก็เหมือนกับว่าเขานั้นเหม่อลอยมาได้สักพักแล้วเขาเลยเข้ามาทักหลานชายจองตน
“ท่านตาข้ากำลังอ่านตำราพื้นฐานต่าง ๆ อยู่ขอรับเพราะข้าเพียงอยากจะทบทวนความเข้าใจก่อนที่จะไปอ่านตำราอื่น ๆ นะขอรับ” ลีออนที่หลุดออกจากความคิดของตนเองก่อนที่จะตอบคำถามของตาของเขา
“เช่นนั้นหรือ เช่นนั้นหากเจ้าเข้าใจมันอย่างดีแล้วก็ให้ไปหาตาที่ฝั่งซ้ายของหมู่บ้านนะ ตาจะรอเจ้าอยู่ที่นั้น” มาฟาเอลที่กล่าวขึ้นมาก่อนที่จะค่อยๆเดินออกไปเงียบๆเพื่อไม่ให้รบกวนสมาธิของหลานชายของเขา ลีออนที่เห็นเช่นนั้นก็กลับมาตั้งใจศึกษาตำราพื้นฐานต่อในทันทีพร้อมกับที่เขานั้นอ่านตำราระดับกลางไปด้วยเช่นเดียวกัน
“จบเสียที เอาละไปหาท่านตาดีกว่า” ลีออนลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งอ่านตำราก่อนที่จะเดินตามเส้นทางที่ตาของตนบอกว่าจะรอเขา เส้นทางที่ทอดยาวออกมาทางซ้ายของหมู่บ้านที่สองข้างทางต่างเต็มไปด้วยพืชพรรณสมุนไพรชนิดต่าง ๆ และเขานั้นคิดว่าตนเองเดินมาได้ระยะหนึ่งแล้วแต่ก็ยังไม่เห็นท่านตาเสียทีก่อนที่ด้านหน้าของเขาที่ตอนนี้เส้นทางการเดินถูกตัดขาดด้วยต้นไม้ที่ขึ้นมาบดบังเส้นทาง เมื่อเขาเห็นเช่นนั้นก็พยายามแหวกต้นไม้นั้นออกไปพร้อมกับพบกับท่านตาที่นั่งรอเขาอยู่ที่เนินหินใหญ่และสถานที่ที่เขาเห็นว่าท่านตามานั่งรอเขาอยู่
“ที่นี่มันอะไรกัน ขอรับท่านตา………..”
อัญมณีเวทมนตร์
“มาแล้วเช่นนั้นหรือหลานตา มาๆ ข้าจะพาเจ้าเดินชมที่พักใหม่ของเจ้า พวกชาวบ้านพวกเขาเตรียมบ้านหลังนี้เอาไว้เพื่อเจ้าเลยนะ” มาฟาเอลที่เดินเข้ามาหาหลานชายที่ตอนนี้ตื่นตะลึกกับสิ่งที่เข้าเห็นเป็นอย่างมากเพราะมันเป็นบ้านที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยมีต้นไม้ขนาดใหญ่ต้นหนึ่งเป็นแกนกลางของบ้านโดยที่ส่วนบนสุดของบ้านที่เลยหลังคาไปนั้นจะเป็นต้นของต้นไม้ชนิดหนึ่งที่มีขนาดใหญ่เป็นอย่างมากและมันยังปลดปล่อยพลังเวทที่บริสุทธิ์ออกมาอีกด้วยทำให้บริเวณโดยรอบนั้นสดชื่นและเย็นสบายเป็นอย่างมาก ก่อนที่มาฟาเอลจะพาเข้าเดินผ่านซุ้มประตูหินสีขาวที่สร้างขึ้นมาเป็นวงกลมอยู่ที่ทางเข้าของบ้านและบันไดที่ลีออนมองด้วยสายตาของเขาเขาก็พบว่ามันสร้างมาจากคริสตัลสีขาวที่สวยงามและเป็นบันไดที่ยาวขึ้นไปด้านบนผ่านส่วนที่ท่านตาบอกว่าเป็นห้องที่ใช้นั่งเล่นและรับประทานอาหารก่อนที่จะเข้าไปสู่ส่วนของทางเดินที่เชื่อมต่อระหว่างห้องนั่งเล่นที่ยื่นออกมาด้านหน้าในทางเดียวกันกับซุ้มประตูที่เขาเดินเข้ามาก่อนหน้านี้เป็นห้องนั่งเล่นที่สวยงามที่เปิดรับแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้า และอีกเส้นทางก็เป็นห้องอาหารขนาดเล็กที่มีโต๊ะหินอ่อนสีขาวพร้อมเก้าอี้อีกสี่ตัวครบชุดก่อนที่เส้นทางที่สามที่เข้าไปยังส่วนลึกสุดของบ้านจะเป็นห้องนอนที่มีเตียงขนาดใหญ่ที่ทำจากไม้เนื้อแข็งสวนงามเป็นอย่างมาก
ภายในห้องนอนที่ลีออนเดินเข้ามานอกจากจะมีเตียงนอนนุ่มๆ ยังมีชั้นวางหนังสือและตำราอยู่สามสี่หลังที่ทุกชั้นนั้นมีหนังสือและตำราเวทมนตร์ต่างๆ วางเอาไว้ เมื่อลีออนเห็นเช่นนั้นก็เดินตรงไปเพื่อสำรวจดูหนังสือและตำราเหล่านั้นจนลืมไปเลยว่าตนเองนั้นมาพร้อมกับท่านตาของตนเอง
“แหม่ๆ ตาเสียใจนะเนี่ยที่ไม่สำคัญและทำให้เจ้าสนใจได้เท่ากับหนังสือและตำราเหล่านั้น” ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นตาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงน้อยใจที่ตั้งแต่หลานชายของเขาเข้ามาภายในบ้านก็ไม่สนใจเขาเลยสนใจแต่สิ่งของเหล่านี้ทำให้เขาเกิดความน้อยใจแต่ก็ส่งเสียงทำนองเป็นเชิงหยอกล้อหลานชายตัวน้อยของตนเอง
“ท่านตาก็ อย่าน้อยใจไปสิขอรับขาเพียงแค่ยังตกใจและอยากสำรวจบ้านหลังนี้อยู่เพียงเท่านั้นเอง โอ๋โอ๋ท่านตาไม่น้อยใจนะขอรับ ง้อง้อนะ” ลีออนที่ละจากสิ่งที่เขาสนใจก่อนที่จะเดินเข้าไปหาท่านตาของตนก่อนที่จะทำหน้าออดอ้อนเพื่อที่จะง้อท่านตาของตนเองที่ตอนนี้เหมือนจะทำตัวง้องอนเขาเข้าให้แล้วที่ตนเองไม่สนใจ
“ฮ่าฮ่า เจ้าหลานคนนี้ข้าไม่ได้งอนสักหน่อยดูทำหน้าเข้า ทำตัวน่ารักเช่นนี้ไงข้าเลยโกรธเจ้าไม่เคยลง ไปเถอะไปห้องนั่งเล่นกันเจ้าจะได้เห็นอะไรทที่ทำให้เจ้าตกใจมากกว่านี้อีกตามตามาลีออน” มาฟาเอลที่มองไปที่หลานของตนเองที่พยายามทำหน้าตาน่ารักเพื่อมาง้อเขาก่อนที่ตนเองจะตัดบทเพราะทนความน่ารักของการอ้อนของหลานตนเองไม่ไหวก่อนที่จะเรียกลีออนและพาไปยังอีกห้องหนึ่งที่จะเป็นที่ที่เขาจะสอนเวทมนตร์ต่างๆให้กับหลานชายคนนี้
“โอ้โห ท่านตาห้องนี่มันอะไรกันตำรามากมายพวกนี้อีกข้าว่ามันน่าจะมีมากกว่าในห้องนอนอีกนะขอรับท่านตา” ลีออนที่ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเข้ามายังห้องนั่งเล่นที่ท่านตาของเขาพามาพร้อมกับสิ่งที่ทำให้เขาต้องร้องออกมาด้วยความตกใจเพราะภาพตรงหน้าที่เขาเห็นนั้นคือมันเป็นชั้นหนังสือประเมินด้วยสายตาของเขามันมีไม่ต่ำกว่าสิบตัวที่วางเรียงต่อกันพร้อมกับที่มีหนังสือและตำราเวทมนตร์ต่างๆ มากมายวางอยู่ในแต่ละชั้น พร้อมกับที่ลึกเข้าไปนั้นมีแสงแดดอ่อนส่องเข้ามาพร้อมกับมีโต๊ะเก้าอี้เข้าชุดกันตั้งอยู่
“เป็นยังไงบ้างห้องนั่งเล่นที่เอาไว้เรียนศาสตร์เวทมนตร์และอักขระที่ตาจะสอนเจ้าลีออน ฮ่าฮ่่า” มาฟาเอลที่กล่าวขึ้นมาด้วยความภูมิใจที่เขาสามารถทำให้หลานจอมซนของเขาตกตะลึกกับสิ่งที่เขาจัดเตรียมเอาไว้ได้ พร้อมกับเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความสุขและความภูมิใจกับสิ่งที่หลานของเขาได้เห็น
“ท่านตาเป็นคนจัดเตรียมห้องนี้เหรอขอรับ มันช่างวิเศษมากๆ ท่านตาหนังสือตำราเวทมนตร์เหล่านี้หลานจะได้เรียนรู้มันเช่นนั้นหรือขอรับ” ลีออนที่แสดงความตื่นเต้นจนแทบที่จะกระโดดกอดท่าตาของเขากับสิ่งที่ท่านตาเขาจัดเตรียมเอาไว้ให้
“ใช่แล้วละ จากวันนี้ที่นี่จะเป็นบ้านของหลานและเป็นที่ที่ตาจะสอนเวทมนตร์ต่างๆ อักขระศักดิ์สิทธิ์และการต่อสู้ของอัศวินให้กับหลานโดยที่ผู้ที่จะมาสอนการต่อสู้ของอัศวินและการจับสัมผัสอันตรายต่างๆ จะเป็นเรียลมัสที่แต่ก่อนเขานั้นเป็นอัศวินมาก่อนที่จะแต่งงานกับคนของเผ่าและเข้ามาอยู่ในเผ่าของเรา ถ้าตาคิดเอาไว้เรียลมัสคงจะมาพรุ่งนี้ส่วนวันนี้ ข้าก็จะพาเจ้าเดินสำรวจรอบๆ ก่อน แล้วค่อยเริ่มฝึกฝนต่างๆ ในวันพรุ่งนี้” มาฟาเอลที่บอกกล่าวสิ่งที่เขาเตรียมเอาไว้และได้รับความช่วยเหลือจากเรียลมัสที่เสนอจะเข้ามาสอนสั่งหลานชายของตนเองอีกด้วยซึ่งตอนแรกนั้นมาฟาเอลก็คิดว่าตนเองจะสอนลีออนเองแต่ก็ได้เรียลมัสมาสอนแทนและเขาก็คิดว่าคงจะดีกว่าเพราะก่อนที่เรียลมัสจะแต่งงานกับคนในเผ่าเขาก็เป็นอัศวินที่แข็งแกร่งและเก่งกาจผู้หนึ่ง
“มาเถอะไว้เจ้ากลับมาค่อยสำรวจต่อตอนนี้ไปกับตาก่อนตาจะพาไปอีกสถานที่หนึ่งก่อน สถานที่นี้จะเป็นที่สำหรับให้เจ้าลองทดสอบเวทมนตร์หลังจากที่เรียนไปและเป็นสถานที่ฝึกการใช้อาวุธจิตวิญญาณและทักษะอัศวินที่จะต้องเรียนและยังเป็นที่ออกกำลังกายและดูดซับพลังเวทของเจ้าอีกด้วย ตามตามา” มาฟาเอลที่บอกถึงสิ่งที่จะสามารถดึงดูดหลานชายคนนี้ของเขาให้ยอมติดตามออกไปจากการสำรวจชั้นวางหนังสือและตำราเหล่านั้น ซึ่งมันก็ได้ผลในทันทีเพราะด้วยคำที่บอกว่าเป็นสถานที่ฝึกใช้พลังเวทมนตร์ของมาฟาเอลที่กล่าวออกมาทำให้ลีออนหูผึงในทันทีที่ได้ยินพร้อมกับรีบเดินตาท่านตาออกไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อเดินออกมาจากตัวบ้านมาฟาเอลก็เลี้ยวไปยังทางซ้ายของพวกเขาและมุ่งหน้าต่อไปไม่ไกลก่อนที่สิ่งที่ลีออนที่เดินตามมาจะมองออกไปเพื่อทำความคุ้นเคยและสำรวจโดยรอบอย่างรวดเร็ว ซึ่งภาพที่เขามองเห็นนั้นเป็นอัญมณีก้อนหนึ่งที่มีขนาดใหญ่เกือบเท่าเนินเขาเนินเขาหนึ่งเลยทีเดียวและก่อนที่จะไปถึงอัญมณีก้อนใหญ่ก้อนนั้นเป็นลานกว้างที่หนาแน่นไปด้วยไอเวทมากมายที่ลีออนคิดว่าพลังเวทที่หลอมรวมกันอยู่ที่นี่คงมาจากพลังเวทที่อัญมณีก้อนปลดปล่อยออกมาและด้านหลังนั้นเขายังมองเห็นขุนเขาสามสี่ลูกที่เรียงรายกันหนึ่งลูกถูกปกคลุมไปด้วยสีเขียวส่วนอีกสามลูกถัดไปนั้นถูกปกคลุมด้วยหิมะสีขาวสะอาดตาทำให้บรรยากาศและพลังเวทของสถานที่แห่งนี้ต่างเต็มไปด้วยพลังปราณที่เขาสัมผัสได้อยู่เพียงไม่กี่ธาตุเท่านั้นแต่เขาก็ยังรู้ดีว่าในอากาศนั้นมีธาตุต่างๆ อยู่ด้วยทั้งหมดนั้นแหละเพียงแค่มีธาตึเวทที่เข้มข้นขึ้นมาและมีความหนาแน่นมากกว่าอยู่สามธาตุนั้นคือวายุ เหมันต์และพฤกษาที่มีความหนาแน่นเกือบที่จะเท่ากันสิ่งมันได้รับพลังเวทมาจากอัญมณีและภูเขาทั้งสี่ลูกนั้นเกื้อหนุนกันนั้นเอง
“เป็นยังไงบ้างชอบหรือไม่ ลานฝึกเวทมนและทักษะอัศวินที่ตาเตรียมไว้ให้เจ้า ลีออน” มาฟาเอลที่ยืนดูหลานชายของตนเองมองสำรวจโดยรอบอย่างสนใจโดยที่ไม่หันมามองตนเองเลย เขาก็ยิ้มอยู่ในใจหลานชายของเขานั้นน่ารัก ขยันแถมยังมีความตั้งใจและความเข้าใจที่รวดเร็วไม่ว่าเขาจะสอนอะไรในเมื่อก่อนลีออนก็จะสามารถทำความเข้าใจได้อย่างรวดเร็วเพียงเขาสอนไปเพียงแค่ครั้งเดียวแต่หลานชายคนนี้ของเขากลับสามารถเข้าใจและทำตามได้อย่างรวดเร็วเพียงในเวลาไม่นานเพียงเท่านั้น ซึ่งสิ่งนี้เองเป็นสิ่งที่ผู้ที่จะเป็นจอมเวทจำเป็นจะต้องมี และรวมไปถึงสิ่งอื่นที่หลานชายคนนี้แสดงอกมาทำให้มาฟาเอลรับรูได้ในทันทีว่าลีออนน่าจะสามารถครอบครองอาวุธจิตวิญญาณภูตินั้นได้อย่างแน่นอน และห้าร้อยปีให้หลังนี้หลังจากที่พวกเขาเสียสละตนเองเพื่อให้หลานชายของเขามีชีวิตรอดจากเหตุการณ์นั้นก็ทำให้เข้ายิ่งดีใจเข้าไปอีกเมื่อหลานชายที่เขาหวังเอาไว้สามารถหลอมรวมพลังของจิตวิญญาณอาวุธนั้นได้อย่างสมบูรณ์
“ข้าชอบที่นี่มากเลยขอรับท่านตา ทำไมก่อนหน้านี้ข้าไม่เคยเห็นสถานที่เหล่านี้เลยละขอรับ” ลีออนที่เอ่ยตอบด้วยความดีใจพร้อมกับถามสิ่งที่ตนเองสงสัยออกมาเพราะก่อนกหน้านี้ตอนที่เขายังไม่ได้เข้าไปยังส่วนลึกของหุบเขาเขาไม่เคยเห็นสถานที่แห่งนี้เลย และทำไมตอนนี้ถึงปรากฏสถานที่เช่นนี้กันและมันอยู่ส่วนไหนของเกาะกันแน่
“ที่เจ้าไม่เคยเห็นนั้นเป็นเพราะว่ามันยังไม่มี ในตอนที่เจ้าเข้าสู่ส่วนลึกของหุบเขานั้นมันยังไม่เกิดขึ้นแต่หลังจากที่เจ้าทำการหลอมรวมอยู่ ภายนอกก็แปรเปลี่ยนไปพร้อมกับที่สถานที่แห่งนี้ก็ค่อยๆเกิดขึ้นพร้อมกับที่หลอมรวมพลังเวทจนเป็นอัญมณีเวทมนตร์ที่เจ้าเห็นอยู่นั่นไง” มาฟาเอลที่เล่าถึงรายละเอียดที่เกิดขึ้นบริเวณนี้และทั่วทั้งเกาะเพราะหลังจากที่ลีออนหลานชายของเขาเข้าสู่การหลอมรวมทุกสิ่งทุกอย่างบนเกาะก็เริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงจากพลังเวทที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากใจกลางของเกาะแห่งนี้ซึ่งนั้นก็เป็นสถานที่ส่วนลึกที่ลีออนทำการหลอมรวมอยู่นั่นเอง
“เป็นเช่นนั้นเอง อ่ะ พลังเวทของข้า ทำไมถึงไม่ใช่เวทธาตุอัคคีกัน” ลีออนที่เมื่อได้ยินสิ่งที่ท่านตาบอกเล่าออกมาก็เข้าใจก่อนที่เขานั้นจะเผลอปลดปล่อยพลังเวทของตนเองออกมา แต่ก็ต้องตกใจเพราะพลังเวทที่เขาใช้ออมานั้นไม่ใช่เวทธาตุแต่กำเนิดของเขาแต่มันกลับเป็นเวทธาตุพฤกษาที่แฝงไปด้วยความหนาวเย็นออกมาแทนโดยตอนนี้ทั่วบริเวณที่ลีออนยืนต่างมีต้นพืชเล็กๆ งอกออกมาและไม่นานหลังจากนั้นมันก็มีเกล็ดหิมะเกาะขึ้นมา
“อ่า เป็นเช่นนี้นี่เอง มิน่าตาถึงไม่เห็นเจ้าใช้พลังเวทอัคคีเลย” มาฟาเอลที่เข้าใจกับสิ่งที่เขาเห็นและพอจะสามารถทำความเข้าใจกับร่างกายและพลังเวทของหลานชายผู้นี้ของเขาได้
“ยังไงหรือขอรับท่านตา ท่านเข้าใจสิ่งใดกัน ท่านบอกข้าด้วยสิข้าเองก็สงสัยเช่นกันว่าเหตุใดข้าถึงใช้เวทอัคคีของข้าไม่ได้” ลีออนที่รีบกล่าวออกมาด้วยความกังวลเพราะหากเป็นเช่นนี้เขาอาจจะไม่สามารถใช่เวทอัคคีที่เขาถนัดได้เป็นแน่
“ลีออนหลานตาใจเย็นลงก่อนเดี๋ยวตาจะอธิบายให้เจ้าฟัง แต่ก่อนอื่นเจ้าเก็บพลังเวทของตนเองก่อนนะหลานรัก” มาฟาเอลที่เห็นท่าทีที่ตกใจของลีออนก็รีบเอ่ยบอกในทันทีเพราะเขานั้นกลัวว่าลีออนจะทำให้บริเวณแถวนี้ทั้งหมดตกอยู่พลังเวทมหาศาลที่มีอยู่ในร่างของลีออนซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นคงไม่ดี เมื่อลีออนได้ยินเช่นนั้นก็ควบคุมอารมณ์ของตนเองพร้อมกับพลังเวทที่ถูกเก็บกลับไปในร่างของเขา
“ดีมากแล้วจากนี่ก็ตั้งสมาธิของตนเอง และรวบรวมสมาธิไปยังจิตเวทเพื่อตรวจดูตามสิ่งที่ตาบอกว่าตอนนี้จิตเวทของเจ้ามีสีแดง สีดำ สีเขียว และสีเงินหรือไม่ ถ้ามีแสดงว่าเจ้ามีจิตเวทที่พิเศษกว่าผู้อื่นแล้วหลังจากที่เจ้าหลุดออกจากจิตเวทของเจ้าแล้วตาจะอธิบายเพิ่มในสิ่งที่เจ้าสงสัย ลองทำตามสิ่งที่ตาบอกดูสิ” ลีออนที่เมื่อฟังสิ่งที่ท่านตาของเขาบอกแล้วก็พยักหน้ารับคำก่อนที่เขาจะหาที่นั่งเพื่อทำสมาธิจมดึ่งเข้าสู่จิตเวทของตนเอง
‘อ่า เจ้ามาแล้วเช่นนั้นหรือเจ้าหนู กว่าจะมาได้ใช้ว่านานเหมือนกันนะ’ เสียงที่ดังก้องขึ้นในหัวของลีออนเมื่อเขานั้นลองทำตามที่ท่านตาของเขาบอกพร้อมกับรวบรวมสมาธิทำให้เขาเข้ามาสู่สถานที่ใดสักแห่งที่บริเวณโดยรอบของเขาตอนนี้รายล้อมไปด้วยพื้นที่และหมอกสีขาวนวล พร้อมกับที่เขาเห็นลูกแก้วที่ลอยอยู่เหนือหัวของตนเองก่อนที่จะเพ่งมองไปที่ลุกแก้วนั้นก่อนที่จะมีเสียงดังขึ้นมาในหัวของเขา
‘ท่านเป็นใครกันแล้วท่านมาอยู่ในจิตเวทของข้าได้เช่นไร’ ลีออนที่เมื่อได้ยินเสียงนั้นและตั้งสติของตนได้ก็เอ่ยถามกลับไปในทันที ‘ที่นี่ต้องเป็นพื้นที่ภายในจิตเวทของเขาแน่นอน’ เขาคิดขึ้นมาในใจ
‘ถูกต้องแล้วละเจ้าหนูที่นี่คือภายในจิตเวทของเจ้า แล้วที่เจ้าถามเมื่อสักครู่เจ้าไม่รู้จริงหรือว่าข้าเป็นอะไรกันแน่’ เสียงเดิมยังคงดังก้องขึ้นมาในหัวของเขาก่อนที่ลีออนจะคิดได้และเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นทันที
‘ท่านคือจิตเวทของข้าเช่นนั้นหรือ แล้ว แล้ว’ ลีออนที่กล่าวถามออกไปเพื่อความแน่ใจกับสิ่งที่เขาได้ยินและคิดออกมา
‘ใช่ข้าคือจิตเวทของเจ้าเองเจ้าหนูแต่อย่าถามให้มากความข้ามีเวลาไม่มาก ข้าจะบอกเจ้าว่าเจ้าเป็นคนที่พิเศษคนหนึ่งเลยที่มีจิตเวทเช่นข้าเพราะผู้ที่มีจิตเวทจตุรธาตุนั้นมีน้อยมากส่วนมากต่างก็ตกตายไปหมดแล้วด้วยความพิเศษนี้ทำให้มีแต่ผู้ที่หวาดกลัวคนอย่างพวกเจ้า ดังนั้นจงฟังสิ่งที่ข้าจะบอกให้ดีหากไม่ถึงคราวที่อันตรายถึงแก่ชีวิตอย่าได้ใช้การประสานเวทธาตุมากกว่าสามธาตุเจ้าเข้าใจในสิ่งที่ข้าบอกหรือไม่เจ้าหนู’ เสียงที่กล่าวอธิบายยืดยาวแต่เสียงนั้นลีออนก็พยายามเก็บรายละเอียดที่ได้ยินเป็นอย่างดี
‘ทำไมถึงใช้ประสานกันไม่ได้ละ’ ลีออนที่เมื่อเกิดความสงสัยเขาเลยกล่าวถามเพื่อคลายสิ่งที่ตนเองไม่เข้าใจ
‘เพราะว่ามันจะทำให้ชีวิตของเจ้าสั้นลงยังไงละ เจ้าไปได้แล้วเจ้าหนูข้าจำเป็นต้องพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูพลังเวทกลับสู่พลังตั้งต้นเดิมก่อนที่จะหลับไหล ไปแล้วจงจำเอาสิ่งที่ข้าบอกไปใช้ด้วย ออกไปได้แล้ว’ เสียงที่เอ่ยไล่ลีออนออกมาก่อนที่ร่างกายของลีออนจะค่อยๆ สลายไปทีละน้อย ซึ่งก่อนที่เขาจะสลายไปจนหมดลีออนก็มองไปยังลูกแก้วนั้นอีกครั้งก่อนที่เขาจะเห็นว่าภายในลูกแก้วมีสีอยู่สี่สีตามที่ท่านตาของเขาบอกเอาไว้ก่อนที่ภาพต่างๆ จะหายไปอย่างสมบูรณ์
“เป็นเช่นไรบ้างลีออน จิตเวทของเจ้ามีสีอะไรบ้างเช่นนั้นหรือ” มาฟาเอลที่เห็นว่าหลานชายของตนลืมตาตื่นจากสมาธิแล้วก็เอ่ยถามออกไปในทันที เพราะถ้าเกิดว่าสิ่งที่เขาคาดการณ์เป็นความจริงเขาจำเป็นที่จะต้องทำให้หลานของเขาแข็งแกร่งในเร็ววันเพื่อปกป้องตนเองโดยเร็ว
“ข้าเห็นอย่างที่ท่านตาบอกจิตวิญญาณเวทมนตร์ของข้ามีสี่สี ดำ แดง เขียว และเงิน ตามที่ท่านตาบอกเลยขอรับ” ลีออนที่เมื่อได้สติอย่างเต็มตัวก็ทบทวนสิ่งที่ท่านตาของเขาเอ่ยถามก่อนที่จะตอบออกไปตามที่เขาเห็นก่อนที่จะกลับออกมา และสิ่งที่มาฟาเอลได้ยินก็ทำให้เข้าเกิดความตรึงเครียดสีหน้าที่เต็มไปด้วยความยินดีและความกังวล ทำให้ลีออนเริ่มสงสัยแล้วว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่
“ตาจะอธิบายให้เจ้าฟัง เลิกทำสีหน้าเช่นนั้นสักที สีทั้งสี่สีที่เจ้าเห็นในจิตเวทนั้นเป็นพลังเวทที่เจ้าสามารถนำมันมาใช้งานได้ ซึ่งสีแดงคือธาตุอัคคี สีดำคือธาตุมืดหรือธาตุทมิฬ ส่วนสีเขียวกับเงินนั้นถ้าดูตามพลังเวทที่หลานปลดปล่อยออกมา สีเขียวน่าจะเป็นธาตุพฤกษา ส่วนสีเงินคงเป็นเหมันต์ แต่ตาจะไม่ให้หลานฝึกใช้ทั้งสี่ธาตุเวทนั้นพร้อมกันหรอกนะเพราะมันอาจจะนำอันตรายมาสู่ตัวของหลานได้ หลานเข้าใจในสิ่งที่ตาบอกหรือไม่ลีออนหลานรัก” มาฟาเอลที่เห็นสีหน้าและดวงตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยของลีออนจึงกล่าวตอบเขาออกมาโดยไม่ปิดบังแม้แต่น้อย
“หลานเข้าใจขอรับท่านตา” ลีออนที่กล่าวตอบรับออกไปพร้อมกับที่ลุกขึ้นยืนและเดินเข้าไปใกล้กับตาของ เพราะท่านตากวักมือเรียกเขาเข้าไปหาก่อนที่ทั้งสองจะกลับไปยังบ้านของลีออนเพื่อให้เขาพักผ่อนและอ่านตำราต่างๆ เพื่อรอการฝึกฝนที่จะเริ่มต้นขึ้นในวันพรุ่งนี้เพราะหลังจากที่มาฟาเอลรับรู้ถึงจิตเวทที่พิเศษของลีออนเขาก็จำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนวิธีการสอนของตนเองเสียใหม่เพื่อให้ลีออนสามารถซึมซับสิ่งที่เขาสอนทั้งหมดให้ได้โดยเร็วเพื่อความแข็งแกร่งของตัวลีออนเอง
‘เฟรย่า ป่านนี้เจ้าจักเป็นเช่นไรบ้าง เจ้าจะรู้หรือไม่ว่าลีออนลูกของเจ้าเขาเป็นเด็กที่วิเศษมากๆ เลย ถ้าหากว่าเจ้ายังไม่ตายเจ้าจะต้องกลับมาเพื่อรับรู้สิ่งเหล่านี้จากข้าในสักวัน เฟรย่าลุกพ่อ’ เสียงภายในจิตใจของมาฟาเอลที่เฝ้าคิดถึงบุตรสาวของตนเองหลังจากที่เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้นเขาก็ไม่สามารถรับรู้ได้ว่าบุตรสาวของตนจะเป็นเช่นไรบ้าง
“ท่านหญิง” เสียงที่เอ่ยเรียกหญิงสาวที่สวมชุดคลุมตลอดทั้งตัวเอ่ยขึ้นมา
“ข้ารู้แล้ว เจ้าก็สัมผัสได้เหมือนข้าใช่หรือไม่” นางที่ตอบรับเสียงก่อนหน้าออกไปก่อนที่คนที่เอ่ยเรียกจะพยักหน้าตามสิ่งที่นางเอ่ยถาม
“ข้าต้องตามหาพวกท่านให้เจอ……..”
บ้านที่เกิดจากพลังเวทในตอนที่ลีออนทำหารหลอมรวมกับจิตวิญญาณอาวุธ เคียวนิลกาฬ
อัญมณีเวทมนตร์ที่หลอมรวมและกำเนิดขึ้นมาจากบริเวณที่มีความเข้มข้นของพลังเวทมาหลายสิบปีหรือร้อยปี สามารถพบเจอได้ในบริเวณที่มีพลังเวทธาตุนั้นๆหนาแน่น