โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บุกจับสำนักฤาษีลัทธิประหลาดอ้างเป็นใหญ่กว่าทุกศาสนารับรักษาโรคได้ให้กินแม้กระทั่งขี้ผงะเจอ11ศพ!(คลิป)

77kaoded

เผยแพร่ 08 พ.ค. 2565 เวลา 15.00 น. • 77 ข่าวเด็ด

ชัยภูมิ - หมอปลา ประสานผู้ว่าฯ พร้อม ผอ.สำนักพุทธชัยภูมิ บุกค้นสำนักฤาษีรุกที่สาธารณะ ตั้งสำนักปฏิบัติธรรมอวดอุตริมนุสธรรม อ้างตัวเป็นใหญ่กว่าทุกศาสนาในโลก จนท.ถึงผงะเจอกศพปล่อยเน่าในโลง 11 ศพคาสำนัก พร้อมเปิดรับรักษาคนสุดพิศดารให้ กินปัสสาวะ-เสลด-ขี้ไคล รวมทั้งแม้กระทั่งขี้ หลังผู้เสียหายร้องทุกข์ผ่านกับหมอปลา อยากให้พาแม่ป่วยไปรักษาที่ รพ.แต่แม่มาอยู่กับฤาษีเจ้าลัทธิ อ้างตนเป็นเจ้าสำนักใหญ่มีคุณวิเศษใหญ่กว่าทุกศาสนา!

เมื่อช่วงก่อนเที่ยงที่ผ่านมา วันที่ 8 พ.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ด้านหมอปลา กันจอมพลัง ได้ประสานไปยัง นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ช่วยสนธินำเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ทั้งสำนักงานพระพุทธศาสนา จนท.สสจ. และฝ่ายปกครองกองร้อย อส.อำเภอคอนสาร และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คอนสาร ช่วยเข้าตรวจสอบ สำนักปฏิบัติธรรมของฤาษีประหลาดในพื้นที่ อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ

ที่พบมีพฤติกรรมอ้างตัวเองว่าเป็นพระบิดาผู้เป็นใหญ่กว่าทุกศาสดาในโลก โดยจากการเข้าตรวจสอบภายในสำนักฤาษีดังกล่าวยัง พบเจอร่างผู้เสียชีวิตถึง 11 ราย ที่มีการปล่อยเน่าทิ้งไว้ในโลงศพ โดยมีการอ้างว่า รอบรรจุใส่โลงเก็บไว้ภายในสำนักฤษีดังกล่าวเพื่อรอการทำพิธีให้ขึ้นสวรรค์ ขณะที่ทางลูกศิษย์ที่ขณะ จนท.เข้าตรวจสอบอยู่ในสำนึกฤาษีฯดังกล่าว มีจำนวนมากกว่า 50 คน แจ้งว่าไม่สามารถนำใบยืนยันการเสียชีวิตมาให้ดูได้ 5 ราย จากศพที่พบทั้งหมด 11 ศพ

นอกจากนี้ยังเจอ ชายสูงอายุ ผมยาว หงอกขาว ซึ่งที่อ้างตัวว่าเป็นพระบิดาผู้เป็นใหญ่สูงกว่าของทุกศาสนาใดๆในโลก ยังเปิดให้ลูกศิษย์ที่มาปฏิบัติธรรม และเจ็บป่วยด้วยการรักษาให้กินปัสสาวะ กินเสลด หรือเสมหะ ขี้ไคลเป็นยารักษาโรครวมแม้กระทั่งกินอุจจาระ ของฤาษีดังกล่าวก็สามารถช่วยให้รักษาอาการป่วยได้

ซึ่งเบื้องต้นทางตำรวจได้เชิญตัวชายสูงอายุ ซึ่งอ้างตัวเป็นเจ้าสำนักฤาษีดังคนดังกล่าวออกจากสำนัก ท่ามกลางเสียงร้องตะโกนต่อต้านของลูกศิษย์กว่า 50 คน ที่ไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่นำตัวชายสูงอายุฤาษีคนดังกล่าวออกไปจากสำนักฤาษี ต้องใช้เวลาพูดคุยของ จนท.จากทางจังหวัดกันชุลมุนอยู่นานหลายนาที ก่อนที่จะขอควบคุมตัวผู้ที่อ้างตัวเป็นฤษีเจ้าสำนักปฏิบัติธรรมแบบประหลาดครั้งนี้ไป สอบสวนที่ สภ.คอนสาร ได้

และเบื้องต้น นายไกรสร กองฉลาด ผวจ.ชัยภูมิ ได้มอบหมายให้ทาง จนท.ที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตามกฎหมายที่พบการกระทำความผิด มีการแจ้งข้อหาบุกรุกที่สาธารณะเข้ามาตั้งสำนักฤาษีดังกล่าว ฝ่าฝืน พ.ร.บ. และคำสั่งจังหวัดในการควบคุมโรคติดต่อช่วงโควิด-19 ระบาด และการเปิดให้เป็นสถานรับการรักษาโรคที่ไม่ผ่านการอนุญาตจากสาธารณสุข ส่วนกรณีร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 11 ราย อยู่ระหว่างตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฏหมาย และให้มีการดำเนินการสั่งปิดสำนักฤาษีดังกล่าว เพื่อดำเนินการตามกฏหมายโดยเร็วต่อไป

ส่วนทางด้าน พ.ต.อ.วัฒนชัย จันทาทุม ผกก.สภ.คอนสาร กล่าวว่า สถานที่ดังกล่าวเปิดเป็นสำนักลักษณะเป็นลัทธิความเชื่อในกลุ่มคนที่เจ็บป่วยไปรักษาไปหายมาจาก รพ. แต่มีการเชิญชวนให้คนกลุ่มนี้มาทดลองรักษาแบบพิศดาร ด้วยการอ้างคุณวิเศษ ด้วยการให้กินของเสียจากร่างกายของตัวฤาษีที่อ้างตัวอวดอุตริว่าเป็นผู้มีคุณวิเศษ(หลอกลวกประชาชน)ว่าตัวเองเป็นบิดาเป็นใหญ่ที่สุดของศาสนาที่มีในทั่วโลกทั้งหมด

หลังเหตุการณ์ดังกล่าว เริ่มมีประชาชนมีการร้องเรียนเข้าไปยัง”หมอปลา”อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบ ว่ามีญาติเข้าไปทำการรักษาในสำนักแห่งนี้แล้วอยากให้มีการช่วยเหลือนำตัวกลับออกมาไปรับการรักษาที่ถูกต้องใน รพ. ซึ่งทางด้านทีมงานหมอปลาและมีผู้สื่อข่าวจัดหลายสำนักจากส่วนกลางได้ติดตามมาหลังจากการเข้าตรวจสอบสอบพบสิ่งผิดปกติจำนวนมากในครั้งนี้จึงเกิดขึ้นด้วย รวมถึงพบว่ามีศพผู้เสียชีวิตที่นอนอยู่ในโลงไม้เก็บปล่อยให้เน่าทิ้งไว้ภายในสำนักฤาษีดังกล่าวอีกด้วยจำนวนจำนวน 11 ศพ เพื่อตรวจสอบที่มาที่ไปเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป รวมทั้งในส่วนของประชาชน ที่มีการจะเข้ามาขัดขืนการทำงานของเจ้าหน้าที่ในขณะนี้ก็ได้ประสานร่วมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เกิดความเข้าใจ ซึ่งไม่อยากให้เกิดการต้องมาถูกดำเนินคดีเพิ่มเติมในการขัดขืนการทำงานของเจ้าหน้าที่เพิ่มเติมต่อไป

ซึ่งล่าสุดทางผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ เน้นย้ำให้ทุกพื้นที่ต้องมีการตรวจสอบเพื่อไม่ให้เกิดลัทธิความเชื่อแบบผิดๆแบบนี้ จนเกิดการขัดแย้งต่อการเข้าตรวจสอบของ จนท. หรือ ไปสร้างลัทธิที่ทำลายศาสนาพุทธที่เป็นศาสนาประจำชาติเกิดขึ้นแบบนี้อีกได้ต่อไปในครั้งนี้ด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...