โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สว.กลุ่มพันธุ์ใหม่ เสนอแก้ ม.256 ตั้ง 2 องค์กรจัดทำ รธน.ใหม่ เปิดทางประชาชนมีส่วนร่วม

The Better

อัพเดต 02 มิ.ย. เวลา 06.03 น. • เผยแพร่ 02 มิ.ย. เวลา 06.00 น. • THE BETTER
“กลุ่ม สว.พันธุ์ใหม่” เตรียมเดินสายขอเสียง “เพื่อไทย-ปชน.-ปชป.” ยื่นแก้รธน.ม.256 ผุด 2 องค์กรใหม่ “สภารับฟังความคิดเห็น-กมธ.ยกร่าง” ชูตัดอำนาจนักการเมืองในรัฐสภาโหวต ดันจบที่ประชามติของประชาชน

ที่รัฐสภา นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กลุ่มพันธุ์ใหม่ พร้อมด้วย นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย และนายประภาส ปิ่นตบแต่ง ร่วมกันแถลงความคืบหน้าการยกร่างเนื้อหาเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพื่อเตรียมยื่นต่อรัฐสภา ร่างแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้ตั้งอยู่บนหลักการสำคัญคือ การให้ประชาชนมีส่วนร่วม มีความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบถ่วงดุลได้ เพราะรัฐธรรมนูญที่ดีไม่ใช่แค่มีเนื้อหาที่ดีเท่านั้น แต่ต้องทำให้ประชาชนรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกันผ่านกระบวนการที่ได้รับความไว้วางใจจากสังคม

นายนรเศรษฐ์ กล่าวต่อว่า โครงสร้างใหม่ที่เสนอจะประกอบด้วย "2 องค์กรหลัก" ในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 1. สภารับฟังความคิดเห็นของประชาชน (จำนวน 200 คน มาจากการเลือกตั้ง) สมาชิก 100 คน มาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต โดยใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง สมาชิกอีก 100 คน มาจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ที่เปิดโอกาสให้กลุ่มบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญหรือมีข้อเสนอเชิงนโยบายเฉพาะด้านมารวมกลุ่มกัน หน้าที่หลัก เป็นตัวแทนรวบรวมความคิดเห็นของประชาชน กำกับกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญ และเชื่อมโยงเสียงของประชาชนเข้าสู่ขั้นตอนการยกร่าง

นายนรเศรษฐ์ กล่าวต่อว่า 2. คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ (จำนวน 35 คน มาจากการสรรหา) รัฐสภาจะเปิดรับสมัครและกลั่นกรองคุณสมบัติผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ ข้อห้ามสำคัญ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง, สมาชิกสภารับฟังความคิดเห็นฯ, ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ไม่มีสิทธิ์เข้ารับการสรรหาหน้าที่หลัก ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยนำความเห็นของประชาชนมาพิจารณาในทุกประเด็น หากไม่รับข้อเสนอใดไปบรรจุไว้ในร่าง จะต้องชี้แจงเหตุผลอย่างชัดเจน

นายนรเศรษฐ์ กล่าวต่อว่า เพื่อให้กระบวนการทั้งหมดตรวจสอบได้ ตัวร่างจึงกำหนดให้ต้องรายงานความคืบหน้าต่อที่ประชุมรัฐสภาทุกๆ 60 วัน รวมถึงต้องมีการถ่ายทอดสดการประชุม เปิดเผยรายงานการประชุม เผยแพร่เอกสาร และเปิดระบบรับฟังความคิดเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา เพื่อให้ประชาชนสามารถติดตามและมีส่วนร่วมได้ตลอดเวลา

นอกจากนี้ จุดเปลี่ยนสำคัญคือ "การจำกัดอำนาจฝ่ายการเมือง" โดยหลังจากร่างรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้น จะส่งให้รัฐสภาอภิปรายและให้ข้อสังเกตได้เท่านั้น แต่ไม่มีอำนาจแก้ไขเนื้อหา เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายการเมืองเข้าไปแทรกแซง จากนั้นจะส่งข้อสังเกตให้ กมธ.ยกร่างฯ ไปปรับปรุง แล้วจึงส่งให้สภารับฟังความคิดเห็นฯ เป็นผู้ลงมติว่าจะเห็นชอบหรือไม่ และขั้นตอนสุดท้ายคือ การให้ประชาชนตัดสินใจว่าจะรับหรือไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ผ่านกระบวนการออกเสียงประชามติ

"การเปิดช่องทางให้ประชาชนมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น ผ่านการเลือกตัวแทนเข้าไป และสามารถตรวจสอบกระบวนการได้ตลอดเวลา จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นและเชื่อใจ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญต่อการตัดสินใจในชั้นทำประชามติ" นายนรเศรษฐ์ กล่าว

สำหรับขั้นตอนการยื่นร่างกฎหมาย นายนรเศรษฐ์ ยอมรับว่าไม่ง่าย เพราะต้องใช้รายชื่อสมาชิกรัฐสภา (สส. และ สว.) รวมกันประมาณ 140 คน ซึ่งปัจจุบันมี สว. ร่วมสนับสนุนแล้ว 10 คน ดังนั้นตนจึงได้ประสานไปยังตัวแทนของ 3 พรรคการเมืองใหญ่ ได้แก่ พรรคเพื่อไทย, พรรคประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อนำเสนอหลักการและขอเสียงสนับสนุน โดยมองว่าแม้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ของแต่ละฝ่ายจะมีข้อแตกต่างกัน แต่ก็ควรได้รับโอกาสเข้าไปนำเสนอหลักการในชั้นรัฐสภาและชั้นกรรมาธิการ

ด้าน นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา กล่าวเสริมว่า ในขณะนี้ภาคประชาชนกำลังเตรียมเคลื่อนไหวล่ารายชื่อจำนวน 50,000 รายชื่อ เพื่อเสนอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในลักษณะเดียวกัน ซึ่งกระบวนการนี้อาจต้องใช้เวลาพอสมควร ตนจึงขอเรียกร้องไปยัง นายโสภณ ซารัมย์ ประธานคณะกรรมาธิการที่มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมถึงประธานรัฐสภา ให้รอความเคลื่อนไหวของภาคประชาชนด้วย เพื่อลดข้อครหาที่ว่าประชาชนไม่มีส่วนร่วมตั้งแต่ต้นทาง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...