โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จับชาวจีน ลักลอบข้ามแดน พร้อมโทรศัพท์มือถือ เอี่ยวสแกมเมอร์

PostToday

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 เวลา 19.00 น. กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ได้จับกุมบุคคลสัญชาติจีน จำนวน 4 ราย ขณะลักลอบเคลื่อนย้ายข้ามแนวชายแดนผ่านช่องทางธรรมชาติในพื้นที่อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี

การปฏิบัติครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลัง กปช.จต. ได้ปิดด่านตลอดแนว รวมทั้งจัดกำลังเข้าซุ่มเฝ้าตรวจในพื้นที่รับผิดชอบ และตรวจพบบุคคลต้องสงสัยจำนวน 5 คน เดินเข้ามาในบริเวณพื้นที่ซุ่ม เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าควบคุม สามารถจับกุมได้ 4 คน ขณะที่อีก 1 คน อาศัยความชำนาญพื้นที่วิ่งหลบหนีกลับข้ามไปยังฝั่งประเทศกัมพูชาได้ โดยคาดว่าเป็นผู้นำพากลุ่มดังกล่าว

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ถูกจับกุมให้การสอดคล้องกันว่า มีการใช้เครือข่ายนายหน้าและผู้นำพาในการลักลอบเดินทางข้ามแดน โดยลักลอบเดินทางจากประเทศกัมพูชาเข้ามาในประเทศไทย ทั้งนี้ มีผู้ถูกจับกุมรายหนึ่งให้การว่าเคยทำงานเกี่ยวข้องกับธุรกิจการพนันในประเทศกัมพูชาเป็นระยะเวลาประมาณ 4 เดือน ก่อนจะลักลอบเดินทางเข้ามายังประเทศไทย

เจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นสัมภาระและพบของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือจำนวน 29 เครื่อง เงินสดสกุลต่าง ๆ รวมทั้งเงินไทย เงินหยวน เงินลาว และเงินเวียดนาม จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นหลักฐานเพื่อขยายผลการสืบสวนสอบสวนถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรบ้านแปลง และเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดจันทบุรี เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป โดยการปฏิบัติเป็นไปตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 อย่างเคร่งครัด และคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของผู้ถูกควบคุมตัวทุกประการ

โฆษกกองทัพเรือประเมินว่าเหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ยังคงมีความพยายามของขบวนการลักลอบขนคนข้ามแดนและขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะเครือข่าย Cyber Scam ที่ใช้ช่องทางธรรมชาติตามแนวชายแดนในการเคลื่อนย้ายบุคคลอย่างต่อเนื่อง จึงมีความจำเป็นที่จะต้องคงมาตรการเฝ้าตรวจ ลาดตระเวน และบูรณาการด้านการข่าวกับหน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้องอย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...