โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เมื่อใคร ๆ ก็กลับมาหลงรัก Nostalgia Culture ไปรษณีย์ไทยชวนย้อนวันวาน ผ่านเสน่ห์ของการฝากส่ง ที่ทำให้การคิดถึงใครสักคนเป็นเรื่องพิเศษ

สวพ.FM91

อัพเดต 08 มิ.ย. เวลา 05.55 น. • เผยแพร่ 08 มิ.ย. เวลา 05.54 น.

ช่วงนี้ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็เหมือนโลกกำลังตกหลุมรักอดีตอีกครั้ง โดยเฉพาะคน Gen Z ที่กำลังขับเคลื่อนกระแส Nostalgia Culture ให้กลับมาเจิดจรัส ทั้งเพลงยุค 90s แฟชันภาพถ่าย ย่านเก่า ๆ ที่มีความเท่และกลิ่นอายคลาสสิค โปสการ์ด หรือของสะสมชิ้นเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและความทรงจำ จากเดิมที่เป็นเพียงแฟชั่นย้อนยุค วันนี้หลายคนหยิบเอาความคลาสสิกเหล่านี้มาเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ เพราะในวันที่โลกหมุนเร็วเกินไป ผู้คนกลับโหยหาความรู้สึกที่จับต้องได้ มีเรื่องราว และมีความหมายมากกว่าการกดเลื่อนหน้าจอผ่านไปอย่างรวดเร็ว

วันนี้พี่ไปรฯ จึงอยากชวนทุกคนย้อนวันวาน แกะกล่องความทรงจำ แล้วกลับไปดูว่า ครั้งหนึ่ง “การฝากส่งความรู้สึก” เคยเป็นเทรนด์ - เป็นเรื่องโรแมนติกกว่าการกดส่งแชต และเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่อยากชวนวัยรุ่นหรือวัยไหน ๆ มาสร้างฟีลลิ่งนี้กันอีกสักครั้ง

“คิดถึง” สมัยก่อน ต้องใช้เวลา…กว่าจะถึงใจ
ก่อนจะมีสตอรี่ให้ส่อง ก่อนจะมีปุ่มส่งหัวใจในแชต คนสมัยก่อนจีบกันด้วยวิธีที่ต้องใช้ความตั้งใจ มากกว่านี้หลายเท่า จะส่งข้อความผ่านเพจเจอร์ก็ต้องคิดประโยคสั้น ๆ ให้กินใจที่สุดในจำนวนตัวอักษรจำกัด บางคนมีรหัสลับประจำตัว เช่น 143 ที่แปลว่า I Love You หรือ 459 ที่แปลว่า “คิดถึงนะ” แบบที่คนยุคนี้อาจงง แต่คนยุคนั้นยิ้มทันทีที่เห็น

ส่วนสายโรแมนติกตัวจริงก็คือยุคของจดหมายกับโปสการ์ด ที่ทุกขั้นตอนเต็มไปด้วยรายละเอียดเล็ก ๆ ตั้งแต่เลือกกระดาษ เขียนลายมือ แอบฉีดน้ำหอมใส่ซอง หรือสอดรูปถ่ายใบเล็กไว้ข้างใน หลายคนยังจำได้ดีว่าครั้งหนึ่งเคยพับดาวใส่ขวดโหล ฝากเพื่อนไปให้คนที่ชอบ หรือแอบซื้อโปสการ์ดจากต่างจังหวัดเพื่อเขียนแค่ประโยคเดียวว่า “คิดถึงนะ” เพราะสมัยนั้นการฝากส่งอะไรสักอย่างให้ใครคนหนึ่ง ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของสิ่งของ แต่มันคือการฝากความรู้สึกไปพร้อมกันด้วยและบางทีสิ่งที่ทำให้ความสัมพันธ์ยุคนั้นน่าจดจำ ก็อาจเป็นเพราะทุกอย่าง “ต้องรอ” ไม่ว่าจะเป็นการรอจดหมาย รอเสียงเพจเจอร์ รอพี่ไปรฯ มากดกริ่งหน้าบ้าน ความรู้สึกเล็ก ๆ แบบนั้นจึงกลายเป็นเสน่ห์ที่คนยุคนี้เริ่มโหยหาอีกครั้งโดยไม่รู้ตัว และทุกอย่างยังคงเป็นภาษาของความคิดถึงที่ไม่มีวันเอาต์
จากมุกจีบในซองจดหมาย…สู่ “มุกจีบในกล่อง” ของคนยุคนี้
แม้วันนี้โลกจะเปลี่ยนไป แต่เสน่ห์ของการ “ฝากส่ง” กลับไม่เคยหายไปไหน เพียงแค่เปลี่ยนรูปแบบจากจดหมายลายมือ มาเป็นกล่องพัสดุที่เต็มไปด้วยความตั้งใจแทน นอกจากการส่งโปสการ์ดจีบกันแล้ว แต่กำลังใช้ “มุกจีบในกล่อง” แบบใหม่แทน ไม่ว่าจะเป็นส่งขนมร้านโปรดไปเซอร์ไพรส์ ส่งผลไม้จากบ้าน ส่งกาแฟแก้ง่วง ส่งของจุกจิกที่อีกฝ่ายเคยพูดว่าอยากได้แบบผ่าน ๆ หรือแม้แต่เขียนโน้ตสั้น ๆ บนกล่องว่า “กินข้าวด้วย เดี๋ยวปวดท้องอีก” แทนความรู้สึกที่จริงใจ

สิ่งเหล่านี้คือเสน่ห์ของ Nostalgia Culture ที่ทำให้ผู้คนกลับมาหลงรักความสัมพันธ์แบบจับต้องได้อีกครั้ง อยากเก็บโปสการ์ดแทนการแคปแชต อยากมีของชิ้นเล็ก ๆ ที่ถือแล้วนึกถึงคนให้ เพราะบางความรู้สึกอาจไม่อยากอยู่แค่ในข้อความที่เลื่อนผ่านแล้วหายไป แต่อยากถูกฝากส่งออกมาเป็นของจริง เป็นกล่องจริง เป็นโมเมนต์ที่พอพี่ไปรฯ กดกริ่งหน้าบ้านแล้วคนรับเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว

สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะเป็นจดหมายในวันวาน หรือพัสดุในวันนี้ สิ่งที่อยู่ข้างในอาจไม่ใช่แค่สิ่งของ แต่คือความรู้สึกดี ๆ ที่ใครบางคนตั้งใจฝากส่งมาให้เสมอ และบางทีการ “ฝากส่ง” ก็อาจเป็นหนึ่งในเหตุผลเล็ก ๆ ที่ทำให้คนยังตกหลุมรักการคิดถึงกันยังคงเป็นเรื่องพิเศษในทุกยุคทุกสมัย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...