พรรคส้มหน้าแหก เสียงส่วนใหญ่ค้าน กม.ยกเลิกเกณฑ์ทหาร
พรรคส้มหน้าแหกดันกม.ยกเลิกเกณฑ์ทหารผลออกเสียงสภาฯเปิดรับฟังความเห็นหนึ่งเดือนเต็มคนส่วนใหญ่ไม่เอาด้วยเฉือนเดือด55.42%ต่อ44.58%
7 มิถุนายน 2569 - ผู้สื่อข่าว"ไทยโพสต์"รายงานจากรัฐสภาว่า จากกรณีที่สส.พรรคประชาชนนำโดย นายเอกราช อุดมอำนวย สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชนกับคณะ ได้ร่วมกันเสนอร่างพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. …เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร เมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา
โดยร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว มีหลักการสำคัญคือเป็นการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหารเพื่อ"ยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหารในยามปกติที่ไม่มีภัยสงคราม" ซึ่งกลุ่มสส.พรรคประชาชนที่ร่วมกันลงชื่อเสนอร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว ให้เหตุผลในการยกเลิกการเกณฑ์ทหารว่า เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของทหารกองประจำการ เนื่องจากประเทศไทยมีระบบเกณฑ์ทหารที่บังคับชายไทยบางส่วนเข้ารับราชการทหารในห้วงเวลาที่ไม่มีภัยสงคราม นำไปสู่การลิดรอนเสรีภาพในการดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพในระดับปัจเจกบุคคล และการสูญเสียทรัพยากรมนุษย์ในวัยทำงานออกจากระบบเศรษฐกิจในระดับประเทศ หากยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหารเพื่อให้กองทัพประกอบด้วยเพียงบุคคลที่สมัครใจเข้ารับราชการทหารจะทำให้กองทัพดำเนินภารกิจรักษาความมั่นคงของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ และหากทำควบคู่กับการลดยอดกำลังพลที่ไม่จำเป็น การยกระดับคุณภาพชีวิต และการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของทหารกองประจำการ จะนำไปสู่จำนวนผู้สมัครใจที่สูงขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
โดยหลังสส.พรรคประชาชนได้ยื่นร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวแล้ว ต่อมา สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้นำร่างพ.ร.บ.รับราชการทหาร ฯ ดังกล่าว ไปเปิดรับฟังความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญมาตรา 77 ทางเว็บไซด์ของสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่ช่วงวันที่ 7 พฤษภาคม ถึงวันที่ 6 มิถุนายน ที่ผ่านมาซึ่งเป็นวันสุดท้าย
โดยจากการตรวจสอบผลการเปิดรับฟังความคิดเห็นร่างพ.ร.บ.รับราชการทหารฯในเว็บไซด์ของสภาฯ พบว่าเป็นร่างพ.ร.บ.ที่มีคนให้ความสนใจกันอย่างมาก โดยตัวเลขหลังผ่านเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 6 มิ.ย. ที่เว็บไซด์สภาฯ กำหนดให้เป็นวันสุดท้ายในการออกเสียงรับฟังคความคิดเห็น มีคนเข้ามาดูกันร่วม 139656 ครั้ง มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นร่วม 41548 คน โดยมีคนเห็นด้วยกับร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว คิดเป็น 44.58% ขณะที่ไม่เห็นด้วย มีมากกว่าคือ 55.42%
ทั้งนี้ การจะเข้าไปกดแสดงความคิดเห็นว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย จะต้องกรอกหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน13 หลัก เพื่อให้ระบบตรวจสอบคัดกรองไม่ให้มีการเข้าไปสามารถแสดงความคิดเห็นซ้ำได้
ทั้งนี้ ร่างพ.ร.บ. รับราชการทหาร พ.ศ..ของพรรคประชาชน ที่ให้ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร เป็นนโยบายพรรคมาตั้งแต่การหาเสียงปี 2566 ในสมัยพรรคก้าวไกล จนมาถึงการหาเสียงครั้งล่าสุดในปี 2569 ที่เป็นพรรคประชาชน ก็ยังชูนโยบายดังกล่าว ทำให้หลังการเลือกตั้ง สส.ของพรรคประชาชน จึงมีการร่วมกันลงชื่อเสนอร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว กลับเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯอีกครั้ง หลังก่อนหน้านี้เคยเสนอแล้วตอนสภาฯสมัยที่ผ่านมา แต่ค้างอยู่ในระเบียบวาระการประชุม จนมีการยุบสภาฯเกิดขึ้น ทำให้มีการยื่นร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวกลับเข้าสภาฯอีกรอบหนึ่ง
สำหรับสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติ รับราชการทหาร พ.ศ. ดังกล่าว มีอาทิเช่น
1. ปรับปรุงให้การรับราชการทหารกองประจำการเป็นสิทธิของบุคคลที่มีสัญชาติไทย แทนหน้าที่ของชายที่มีสัญชาติไทย โดยชายไทยที่มีอายุย่างเข้า 18 ปี จะถูกบรรจุเป็นทหารกองเกินโดยอัตโนมัติตั้งแต่ 1 มกราคม ของปีถัดไป สำหรับภูมิลำเนาทหารให้ถือเอาตามที่อยู่ทะเบียนบ้านของบุคคล
2. ปรับปรุงการรับบุคคลเข้าเป็นทหารกองประจำการ ให้ใช้วิธีรับสมัครและคัดเลือกจากผู้ที่ประสงค์เท่านั้น แทนการเรียกมาตรวจเลือก และจะมีระยะเวลาปฏิบัติหน้าที่เป็นทหารกองประจำการเกิน 5 ปีไม่ได้ และให้คำนึงถึงโอกาสความก้าวหน้าทางอาชีพเพื่อเป็นข้าราชการทหารชั้นประทวนและสัญญาบัตร
3. กำหนดกรณีที่คณะรัฐมนตรีเห็นว่าประเทศอาจเผชิญสงครามในระยะเวลาอันใกล้ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาเรียกและตรวจเลือกคนเข้ากองประจำการ เพื่อให้ทหารกองเกินที่มีอายุ 18-30 ปี เข้ารับการตรวจเลือกเป็นทหารกองประจำการ ตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาปฏิบัติหน้าที่ในกฎกระทรวง ซึ่งต้องไม่เกินคราวละ 1 ปี
4. กำหนดให้หลักสูตรการฝึกทหารเป็นไปตามคำสั่ง ระเบียบ หรือหลักสูตรสากลและกฎหมายทหารระหว่างประเทศ มีการส่งเสริมหลักการประชาธิปไตย และวิธีการฝึกมีการประกันความปลอดภัย สวัสดิภาพ สิทธิมนุษยชน และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทหารกองประจำการทุกคน
5. บัญญัติห้ามบุคคลใช้ทหารกองประจำการทำงานในลักษณะที่เป็นงานรับใช้ส่วนตัว และห้ามการละเมิดต่อร่างกายหรือจิตใจหรือศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หากมีการกระทำผิดต้องมีการสอบสวนโดยเร็ว กรณีข้าราชการให้ถือว่าผิดวินัยร้ายแรง และให้ส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ การละเมิดฯ ข้างต้น ให้ถือเป็นความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายอีกด้วย
6. ปรับปรุงระยะเวลาการปลดทหารกองหนุนประเภทที่ 1 ให้สอดคล้องกับประเภทที่ 2 สำหรับเงื่อนไขการปลดทหารเป็นประเภทที่ 1 หรือ 2 และระยะเวลาการปลดทหารกองหนุนประเภทที่ 2 กำหนดไว้คงเดิม
7. เปลี่ยนระวางโทษทั้งหมดเป็นโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท ยกเว้นความผิดฐานทำร้ายตนเองเพื่อให้พ้นจากการรับราชการทหาร ไม่มีระวางโทษปรับ
โดยมีการกำหนดประเด็นเพื่อรับฟังความคิดเห็น ดังนี้
1.ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร กับการปรับปรุงให้การรับราชการทหารกองประจำการเป็นสิทธิของบุคคลที่มีสัญชาติไทย แทนหน้าที่ของชายที่มีสัญชาติไทย โดยชายไทยที่มีอายุย่างเข้า 18 ปี จะถูกบรรจุเป็นทหารกองเกินตั้งแต่ 1 มกราคม ของปีถัดไป และภูมิลำเนาทหารให้ถือเอาตามที่อยู่ทะเบียนบ้านของบุคคล
2.ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร กับการปรับปรุงการรับบุคคลเข้าเป็นทหารกองประจำการ ให้ใช้วิธีรับสมัครและคัดเลือกจากผู้ที่ประสงค์เท่านั้น แทนการเรียกมาตรวจเลือก และห้ามมีระยะเวลาปฏิบัติหน้าที่เป็นทหารกองประจำการเกิน 5 ปี และให้คำนึงถึงโอกาสความก้าวหน้าทางอาชีพเพื่อเป็นข้าราชการทหารชั้นประทวนและสัญญาบัตร
3.ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร กับการกำหนดกรณีที่คณะรัฐมนตรีเห็นว่าประเทศอาจเผชิญสงครามในระยะเวลาอันใกล้ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาเรียกและตรวจเลือกคนเข้ากองประจำการ เพื่อให้ทหารกองเกินที่มีอายุ 18-30 ปี เข้ารับการตรวจเลือกเป็นทหารกองประจำการ ตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาปฏิบัติหน้าที่ในกฎกระทรวง ซึ่งต้องไม่เกินคราวละ 1 ปี
4.ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร กับการกำหนดให้หลักสูตรการฝึกทหารเป็นไปตามคำสั่ง ระเบียบ หรือหลักสูตรสากลและกฎหมายทหารระหว่างประเทศ มีการส่งเสริมหลักการประชาธิปไตย และวิธีการฝึกมีการประกันความปลอดภัย สวัสดิภาพ สิทธิมนุษยชน และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทหารกองประจำการทุกคน
5.ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร กับการบัญญัติห้ามบุคคลใช้ทหารกองประจำการทำงานในลักษณะที่เป็นงานรับใช้ส่วนตัว และห้ามการละเมิดต่อร่างกายหรือจิตใจหรือศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หากมีการกระทำผิดต้องมีการสอบสวนโดยเร็ว โดยกรณีข้าราชการให้ถือว่ากระทำผิดวินัยร้ายแรง และให้ส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ทั้งนี้ การละเมิดต่อร่างกายหรือจิตใจหรือศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ให้ถือเป็นความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายด้วย
6.ท่านเห็นว่ากฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหารมีปัญหาหรือไม่ อย่างไร และการเสนอร่างพระราชบัญญัตินี้จะแก้ไขปัญหานั้นได้หรือไม่ เพียงใด
7.ข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะอื่น ๆ (ถ้ามี)