ถอดรหัสหลังบ้าน ‘ปัตตานี เอฟซี’ ไปกับ นพ.มูฮัมมัดฟาห์มี ตาเละ “ฟุตบอลจะอยู่ได้ ด้วยความเป็นจริง”
“2 ปี ที่แล้วไม่มีใครคิดว่าเราจะขึ้นมา T1 ณ วันนี้ ผมว่าก็คงไม่มีใครคาดคิดเหมือนกัน ว่าเราจะไปเล่นฟุตบอลระดับทวีปได้ เราต้องฝันไว้ก่อน แต่วิธีการยังไงเราต้องเรียนรู้ และเดินทางร่วมกันกับแฟนบอล”
ความฝันเป็นสิ่งที่ทำให้มีความสุข และไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่อย่างนั้นคงไม่เรียกว่า ‘ฝัน’ เพราะใครต่างก็เอื้อมถึง และในทางตรงข้าม การมีฝันเท่ากับคุณกำลังมี‘Undone job’ งานที่ยังไม่สำเร็จให้ได้มีแรงสู้ต่อ และพัฒนาอยู่ทุกวัน ตามความเห็นของ หมอฟาห์มีหรือนพ.มูฮัมมัดฟาห์มี ตาเละ ผู้จัดการฝ่ายสิทธิประโยชน์ สโมสรปัตตานี เอฟซี หนึ่งคนเบื้องหลังที่ร่วมสร้างหลังบ้าน ‘ปัตตานี เอฟซี’ ให้มั่นคงและเพิ่มมูลค่า เพื่อหวังยืนระยะลุยไทยลีกให้ได้
3 หัวใจหลัก พาทีมขึ้นไทยลีก 1
สโมสรปัตตานี เอฟซี จากทีมที่เคยโลดแล่นอยู่ในไทยลีก 3 มายาวนานหลายปี สู่การเลื่อนชั้นขึ้นสู่ไทยลีก 1 ภายในเวลาเพียง 2 ฤดูกาล กลายเป็นหนึ่งเรื่องราวที่น่าจับตาที่สุด ของวงการฟุตบอลไทยในเวลานี้ หมอฟาห์มี เล่าถึง 3 แก่นสำคัญของการพาทีมเลื่อนชั้น
1) ประวัติศาสตร์สโมสร
“เราไม่เคยเปลี่ยนชื่อทีม ไม่เคยยุบทีม ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปไหน”
กว่า 17 ปี กับการโลดแล่นในวงการฟุตบอลไทย ปัตตานี เอฟซี นับว่ามีเป็นทีมที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานทีมหนึ่ง เริ่มต้นตั้งแต่ยุคเปลี่ยนผ่าน จากยุคโปรวินเชียลลีก (Pro League) ระหว่างปี พ.ศ. 2542 – 2550 จนมาเป็นลีกอาชีพ
หมอฟาห์มี เล่าว่า ทีมก็ยังใช้ชื่อเดิม ผู้บริหารก็แทบเป็นชุดเดิม อย่าง 15 ปีแรก อยู่ภายใต้การนำของ นายเศรษฐ์ อัลยุฟรี เป็นประธานสโมสร มีรองประธานคนเดิม คือ รศ.ดร.ซุกรี หะยีสาแม จนสองปีหลัง ที่ปรึกษาสโมสรซึ่งอยู่มาตั้งแต่ยุคแรก ได้มารับช่วงต่อนำหัวเรือแทน คือ ผศ.ดร.วรวิทย์ บารู
2) ฐานแฟนบอล
เรื่องราวเหล่านั้น ก่อให้เกิด ‘ฐานแฟน’ ที่เหนียวแน่น “ฐานแฟนบอลของสโมสรใหญ่มาก เนื่องจากมันสะสม ไม่ว่าเราจะมีภาวะฤดูกาลนั้นแย่ยังไง แต่อย่างน้อยเราก็ยังมีแฟนเหลืออยู่”
นี่ยังไม่นับรวมเหล่าแฟนบอลฮาร์ดคอ ที่ดูฟุตบอลเข้าเส้น ซึ่งหมอฟาห์มี เล่าว่า ทีมมีแฟนกลุ่มนี้มากพอสมควร
3) การบริหารงานโดยคนใหม่
หมอฟาห์มี เล่าว่า การมีประธานสโมสร ที่เข้ามาแล้วแสดงความตั้งใจอย่างยิ่ง ที่จะประสบความสำเร็จให้ไวที่สุด ทั้งที่ไม่ได้มีธุรกิจใหญ่โต แต่เสียสละมหาศาล สร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างมาก
“เรายังไม่มีรูปร่างหน้าตาด้วยซ้ำว่า ความสำเร็จในวันนั้น เราอยู่ T3 (ไทยลีก 3) ยังไม่เคยขึ้น T2 (ไทยลีก 2) เลย มันจะเป็นยังไง”
ทั้งหมดเป็น 3 ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ปัตตานี เอฟซี เดินเร็วและไกล ตามความเห็นของหมอฟาห์มี
ละครฉากนี้รับบทนำโดย ปัตตานี เอฟซี
หมอฟาห์มี เล่าย้อนไปว่า เดิมทีฟุตบอลระดับท้องถิ่น ความสนุกจะอยู่ที่การดูกีฬา ดูนักฟุตบอลที่ทักษะดี ลุ้นผลชนะเป็นหลัก ทว่า ในการจะทำสโมสรฟุตบอลให้ประสบความสำเร็จ ต้องคิดต่อเรื่องการเอนเตอร์เทน ทำให้คนดูสนุก จะเล่นเกมรับอย่างเดียว รอสวน แฟนก็ไม่ชอบ โดยเฉพาะถ้าเล่นในบ้าน
2 ปี ที่ผ่านมาผลงานในสนามของ ปัตตานี เอฟซี นับว่าดีพอสมควร ทั้งจากความพยายามของนักเตะ และทีมงาน เมื่อมาประกอบกับต้นทุนเดิมที่ดีจึงยิ่งส่งเสริมกัน
“ผลงานในสนามดี แฟนบอลเข้ามาเยอะขึ้น ประธานก็ทุ่มเทได้มากขึ้น พอโมเมนตัมเป็นอย่างนี้ ก็กลายเป็นพุ่งทะยานได้ดีมาก”
มากไปกว่านั้น นับว่าเป็นโชคดีทีมได้โค้ชรุ่นใหม่ไฟแรง คือ โค้ชรุน นิรุณตร์ อัศวภักดี อดีตนักเตะของปัตตานี เอฟซี ที่มาทำให้ทีมเล่นสนุก ลุ้นจนนาทีสุดท้าย แฟนบอลพอลุ้นก็ยิ่งโดปามีนหลั่ง สนุกกันไปใหญ่
เมื่อได้เลื่อนชั้นขึ้นไทยลีก 2 (T2) แม้ช่วงเริ่มต้นผลงานในสนามจะไม่ดีนัก แต่ในทางการตลาด หมอฟาห์มี ชี้ว่า กลับกลาย ‘สตอรี่ทีมมวยรอง’ ไม่ต่างกับครั้งเกิดกระแสทีมหมอนทอง ที่แฟนบอลได้เห็นทีมบ้านๆ ที่ไม่ได้มีเงินถึงเงินถัง น่าจะใช้งบน้อยเป็น 3 อันดับสุดท้ายของลีก นักเตะก็ไม่ได้มีสตาร์ ตัวทีมชาติ หรือต่างชาติค่าตัวสูง
“สตอรี่แบบนี้ เราแพ้ช่วงเริ่มต้น แต่พอเราเปลี่ยนโค้ชใหม่ แล้วชนะ ชนะ ชนะต่อเนื่อง ทำให้สตอรี่มันมีพลังในการขับเคลื่อนของมันเอง โมเมนตัมของทีมมันพัฒนาไปเร็ว”
สิ่งที่ตามมาคือ ภาพคนดูเต็มสนาม เรียกว่า ‘สนามแตก’ ทั้งนัดที่เจอกับบุรีรัมย์ ราชบุรี ในบอลถ้วยเจอสงขลา ศรีสะเกษ ชัยนาถ ปิดที่เจอหนองบัวลำภู ซึ่งหาดูได้ยากในระดับ T2 ต่อให้เป็นจังหวัดอื่นที่มีคนคลั่งฟุตบอล หรือประชากรมากกว่าก็ตาม
“วัฒนธรรมฟุตบอลที่ซึมซาบอยู่ในวิถีชีวิตของผู้คน ผมคิดว่าปัตตานีเป็นหนึ่งในทีมที่น่าสนใจ”
กฎเหล็ก คือ ต้องจ่ายเงินเดือนนักเตะตรงเวลา
หมอฟาห์มี เล่าว่า ปณิธานเรื่อง ‘ต้องจ่ายเงินเดือนตรงเวลา’ ไม่ได้เพิ่งเริ่มต้น แต่มีมาเป็นสิบๆ ปี เพียงแต่แหล่งที่มาของรายได้เดิมไม่ได้มาจากภาคธุรกิจของสโมสรเต็มจำนวน แต่ 2 ปี ที่ผ่านมา ทีมเห็นศักยภาพในการทำรายได้จากธุรกิจฟุตบอลมากขึ้น
“ฟุตบอลจะอยู่ได้ด้วยความเป็นจริงนะ…ฟุตบอลมันคือธุรกิจ”
หมอฟาห์มี ชวนมองในอดีตสโมสรระดับ T2 ในไทย เจ้าของเดิมทำทีมมาเป็นสิบปี แล้วก็ไม่สามารถทำต่อได้ ต้องยุบทีม ขายทีม ทิ้งทีม เพราะค่าใช้จ่ายสูง รายได้จากแฟนบอลเทียบไม่ได้กับค่าใช้จ่าย และถูกรับผิดชอบโดนคนหนึ่งคน หรือคณะเดียว
ทว่า ในลีกมหาอำนาจเรื่องฟุตบอล เจ้าของสโมสร เขากลับมีกำไร มีการซื้อขายทีมหลักหมื่นล้าน มูลค่าของสโมสรฟุตบอลจริงมหาศาลมาก นี่เองทำให้หมอฟาห์มีนำประสบการณ์การทำธุรกิจ และการศึกษา Business Model ของแบรนด์กีฬา มาปรับใช้กับปัตตานี เอฟซี จนมองเห็นความแข็งแรงจาก 3 ปัจจัย ซึ่งเป็นสิ่งที่เงินสร้างไม่ได้ และนับเป็นศักยภาพของทีม ในการทำให้เป็นธุรกิจฟุตบอล
“เรื่องการควบคุมค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นรายละเอียดทางธุรกิจขั้นพื้นฐาน ซึ่งทุกธุรกิจที่ทำในระดับมืออาชีพ เขาต้องทำบัญชีอย่างดี ซึ่งในอดีตที่ผ่านมา วงการฟุตบอลเราอาจไม่ได้ให้ความสำคัญมาก เพราะเราไม่ได้คิดว่ามันเป็นธุรกิจตั้งแต่แรก พอละเลยก็จะมีรูรั่วค่าใช้จ่ายพอสมควร”
เมื่อทีมมี ‘เจตนารมณ์’ ตั้งแต่ต้นว่า ต้องจ่ายเงินเดือนนักเตะและทีมงานให้ตรงเวลาตั้งแต่ต้น สิ่งที่ตามมา คือร้อยแปดพันเก้าวิธี ที่จะทำให้สำเร็จ สิ่งที่ทีมต้องทำลำดับแรก คือ สร้างรายได้ให้สโมสรมากที่สุด ผ่าน 4 ช่องทาง
- การขายลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด: เป็นสิ่งที่ลีกจะจัดการส่วนแบ่งให้ ทุกทีมก็ได้มาจาก T2 เท่ากันหมด คือ 4 ล้านบาท
- ซื้อขายนักเตะ
- การขายตั๋วเข้าชม
- การขายของที่ระลึกของสโมสร
หมอฟาห์มี เล่าว่า ในอดีตสโมสร T3 แทบจะมีรายได้ช่องทางเดียว คือจากที่สมาคมฯ จัดสรรให้ ส่วนการขายตั๋ว โดยมากจะพอดี หรือขาดทุนกับค่าใช้จ่ายในการจัดการเกม โดยเฉพาะในเกมเล็ก ที่มีคนดูน้อย สิ่งที่ตามมาเมื่อฐานแฟนไม่เยอะ การขายสินค้าของสโมสร ก็ทำกำไรก็ไม่ได้มาก
ปัตตานี เอฟซี จึงต้องกลับมาตั้งหลัก วิเคราะห์จุดแข็งเรื่องฐานแฟน ซึ่งทีมมีศักยภาพในการเก็บรายได้เพิ่ม
ต้องทำให้คน ‘ยกครัว’ มาดูบอล
หมอฟาห์มี เล่าว่า เขาเริ่มต้นวิเคราะห์อุปสรรคของการมาดูฟุตบอลที่สนาม จากพฤติกรรมของแฟนๆ ที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย ที่มาดูนักเตะว่าเล่นดีไหม ซึ่งเมื่อเจาะจงลูกค้าผู้ชายที่มีกำลังซื้อ ก็ต้องเป็นคนทำงาน ซึ่งมีจำนวนน้อยมาก
“ต้องขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น ทำให้ฟุตบอลเป็นเอนเตอร์เทนเมนต์ เป็นกิจกรรมสำหรับครอบครัว” หมอฟาห์มี คิดขึ้น
แล้วครอบครัวจะมาได้อย่างไร? ในเมื่อผู้ชายเต็มไปหมด รวมกลุ่มกัน เสียงดัง ด่าคำหยาบ น่ากลัว เกิดมีพลุเพลิง ก็ยิ่งไม่ปลอดภัยสำหรับผู้หญิงและเด็ก
“เราก็ต้องไปลดความเสี่ยงพวกนี้ให้หมด ทำให้บรรยากาศแวดล้อมในการแข่งขัน มัน family-friendly เหมาะสำหรับพาลูกและครอบครัวมา”
“ผู้ชายมามันยากนะ สมมติไปดูบอลนัดนึง ดูบอลแล้ว 2 ชั่วโมง เดินทางไปกลับ อีก 2 ชั่วโมง เป็น 4 ชั่วโมง ถ้าเรามีครอบครัว เมียไม่ให้มาแล้วนะ”
ถ้าเปลี่ยนเวลาเหล่านั้น ให้เป็นเวลาของครอบครัวได้ คนที่ซื้อตั๋วก็จะมีมากขึ้น นี่เองทำให้ ปัตตานี เอฟซี เริ่มจัดระเบียบตั้งแต่การขายของในสนาม ร้านค้าขายอาหารต้องเรียบร้อย การขายตั๋วก็ให้ง่ายขึ้น ด้วยการใช้ร้านค้าทั่วๆ ไปในตัวเมืองเป็นพันธมิตรในการขายตั๋ว เพิ่มจุดการขายตั๋ว “เราไม่มีไทยทิกเก็ตฯ ในพื้นที่ ไม่มีเอเยนต์ในการขายตั๋ว ซึ่งอันนี้เป็นสกิลที่ต้องจัดการ ใช้วิธีแบบบ้านๆ ให้ร้านช่วยกันขายมีค่าคอมมิชชันนิดหน่อย”
ก่อนต่อยอดเพิ่มการพัฒนาระบบขายตั๋วออนไลน์ โดยให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์มาช่วย จนตอนนี้ เกมใหญ่ๆ มีการขายตั๋วหน้าสนามแค่ 20% จาก 12,000 ใบ
“ทุกคนมีตั๋วในมือไม่ต้องไปลุ้นว่า หน้าสนามจะมีตั๋วไหม ต้องต่อคิวไหม เขาเตรียมตัวมาก่อนเข้าสนาม บรรยากาศในสนามต้องไม่มียาเสพติด ไม่มีแอลกอฮอล์ ไม่มีความรุนแรง”
ยังไม่พอ หมอฟาห์มี เล่าว่า สโมสรต้องทำให้‘กิจกรรมของเมือง’ เพราะแฟนบอลต้องใช้เวลาเกือบครึ่งวันกับการอยู่ในเมือง ด้วยพื้นฐานเมืองปัตตานีไม่ได้มีกิจกรรมอะไรพิเศษ เขาเองมีร้านอาหาร จึงเริ่มจัดโปรโมชันเป็นตัวอย่าง เช่น ใครใส่เสื้อปัตตานีแจกฟรีเลย
“ร้านค้าต่างๆ ก็เริ่มเห็นภาพว่า นี่คือไอเดียการตลาดนะ ไม่ใช่เราไปขอช่วยเขา เขาเห็นคนที่ทำได้ประโยชน์ คนก็ตามกันมาเต็ม มีร้านค้าหลายสิบร้าย เรียกว่าทั้งเมืองเลยดีกว่า ที่มีโปรโมชันสำหรับคนใส่เสื้อปัตตานีเอฟซีในวันที่มีแข่ง”
“สร้างความคึกคักนะ วันที่แข่งคนก็จะใส่เสื้อเข้ามาเต็ม เข้าไปร้านนั้นร้านนี้ ถ้าบริหารจัดการดีๆ วันนั้นกินฟรีทั้งวันยังได้เลย”
เริ่มต้นที่ ‘วินัยนักฟุตบอล’ แล้วแฟนบอลจะตามเอง
“เมื่อไหร่ก็ตามที่เราป้องกันปัญหาแรกได้ ก็จะไม่มีปัญหา” หมอฟาห์มี เล่าว่า ต้องไม่ทำให้เกิดปัญหาตั้งแต่เริ่มต้น ไม่ว่าจะเรื่องใดก็ตาม อย่างถ้าเริ่มมีขยะหนึ่งชิ้น ขยะชิ้นที่ร้อยก็จะตามมา
เช่นเดียวกับ กรณีความรุนแรงในสนาม หมอฟาห์มี ออกตัวว่า ประวัติที่ผ่านมา สโมสรไม่เคยมีวัยรุ่นตีกันเลย ถ้าปล่อยให้มีสักครั้งก็จะมีตามมาไม่รู้จบ
“เริ่มต้นจากนักฟุตบอลของเรานี่แหละ เราพยายามคัดเลือกมากเลยว่า คุณต้องเป็นนักฟุตบอลที่มีบุคลิกภาพที่สวยงาม ไม่ใช่ก้าวร้าวเกเร เพราะว่าถ้านักฟุตบอลในสนามเป็นคนกระตุ้นความโกรธ โวยวายใส่กรรมการ แฟนบอลก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องรับได้ เขาก็ไปด้วย”
หลายปีที่ผ่านมา ปัตตานี เอฟซี ค่อนข้างรักษาภาพลักษณ์เช่นนี้ให้ได้มากที่สุด อาจมีโห้ เฮฮา ใช้คำหยาบบ้างแต่ก็ยังอยู่ในเกม สิ่งที่ตามมา คือ คนดูก็จะเดินตามเส้นทางนี้ ขณะเดียวกัน การขว้างปาสิ่งของ สโมสรก็จะเข้มงวด คาดการณ์อย่างเป็นระบบเพื่อป้องกันไม่ให้บรรยากาศเสีย
สิทธิประโยชน์นัดบอล ลดช่องโหว่ล้มบอล
“มาตรฐานที่สำคัญที่สุด คือเงินที่ตกลงกันไว้กับนักฟุตบอล มันต้องตรงเวลา” อย่างที่ หมอฟาห์มี กล่าวไว้ก่อนหน้าว่า เมื่อจัดระบบการจ่ายเงินได้ดี ปัจจัยรบกวนที่จะก่อให้เกิดการทำผิดจะน้อยลงตาม
อย่างไรก็ดี ปัตตานี เอฟซี ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบประวัติของนักเตะ เพราะหากเคยหยิบยืม มีหนี้สิน ก็ย่อมมีความเสี่ยงตามมา ขณะที่ ประเด็นนักฟุบอลที่นิยม ‘เตะบอลเดินสาย’ นั้น หมอฟาห์มี เล่าว่า ทีมก็เคยประสบปัญหานักเตะบาดเจ็บจากเหตุนี้
ทว่า ปัจจุบันทีมพัฒนาความเป็นมืออาชีพไปไกลมาก ซึ่งเริ่มต้นจากมีระเบียบการเงินที่ดี และมีกติกาการเงินชัดเจนนี้เอง ผลลัพธ์ที่ตามมา คือ กระชับวินัยนักฟุตบอลได้
เลื่อนชั้นได้ ไม่สำคัญเท่า ‘อยู่ได้นาน’
ก่อนจะตอบคำถามที่ว่า คิดว่า ปัตตานี เอฟซี จะยึดโควตา T1 ได้นานหรือไม่นั้น นอกจากเรื่องในสนาม อย่างฝีเท้านักเตะ และฝีมือโค้ช มองว่า ต้องเรียนรู้ก่อนว่า ‘ทีมที่จะมีปัญหา ต้องเป็นแบบไหน’
- มีโครงสร้างทางการเงินที่เฟ้อ
หากทีมมีรายได้กับค่าใช้จ่าย ไม่สัมพันธ์กัน และใช้จ่ายไปตามความประสงค์ของเจ้าของทีม แทนที่จะเป็นรายได้ประจำที่คาดการณ์ได้ โอกาสประสบปัญหาก็จะสูงตาม
“ถ้าเราจะทำทีมสโมสรเนี่ย รายได้ประจำที่เราคิดว่าแน่นอน คาดการณ์ได้อยู่ที่เท่าไหร่ รายจ่ายจะต้องไม่สูงกว่านั้นกี่เปอร์เซ็นต์ ส่วนนี้สำคัญมาก ที่จะอยู่ยาวหลายๆ ปี”
หมอฟาห์มี ชวนคิดภาพตาม ถ้าสโมสรใช้เงินเฟ้อ อาจมีปีหนึ่งที่จ้างนักแตะค่าตัวแพง เกรดเอทั้งทีม แต่ต้องกู้เงิน หรือ จ่ายเงินส่วนตัวของเจ้าของสโมสร ปีถัดมาก็อาจล่มไปเลย สโมสรใหญ่ๆ ในต่างประเทศ ก็มีตัวอย่างให้เห็นแล้ว
“ตัวค่าใช้จ่ายต้องไม่เฟ้อไปกว่ารายได้ที่เราคาดการณ์ และต้องทำให้รายได้ที่หาได้อยู่ในเกณฑ์สูงสุดที่จะหาได้”
- นักเตะจะโนเนมยังไง ก็ต้องมีคาแรกเตอร์
หมอฟาห์มี เล่าว่า ทีมโค้ชปัตตานีเน้นมาก เรื่อง‘ทีมเวิร์ค’ นักเตะต้องทำงานหนักมาก โดยเฉพาะเกมในบ้าน ในปีที่ผ่านมากับการเจอทีมจากไทยลีก 1 จำนวน 5 นัด ปัตตานี เอฟซี แพ้ไป 2 เกม ซึ่งเป็นบุรีรัมย์ทั้งสองนัด
“วันนี้ถ้าเราเล่นไทยลีก 1 แล้วเราเล่นในบ้าน เรามีจุดแข็งของเรา เรามีกลยุทธ์ว่าต้องเล่นในบ้านให้แข็งแรง” นี่เป็นกลยุทธ์ที่จะใช้ในปีนี้ ด้วยงบเต็มที่ราว 50 ล้าน และต้องเล่นเป็นทีม สู้เพื่อแฟนบอล แข่งในบ้านต้องแข็งแรง
“ถ้าเราชนะในบ้าน 80% เราการันตีว่าเราอยู่รอด”
และมากไปกว่านั้น หมอฟาห์มี ยังฝันถึงการเล่นฟุตบอลทวีป บอลเอเชีย
“2 ปี ที่แล้วไม่มีใครคิดว่าเราจะขึ้นมา T1 ณ วันนี้ผมว่าก็คงไม่มีใครคาดคิดเหมือนกันว่าเราจะไปเล่นฟุตบอลระดับทวีปได้ เราต้องฝันไว้ก่อน แต่วิธีการยังไงเราต้องเรียนรู้ และเดินทางร่วมกันกับแฟนบอล”
จากทีม T3 มาเป็นทีม T1 ปัตตานี เอฟซี พัฒนาตัวเองอย่างหนัก “ประวัติศาสตร์ 17-18 ปี เราไม่เคยได้แชมป์สักถ้วยเลยนะครับ แม้กระทั่งฟุตบอลระดับภูมิภาค T3 ก็ไม่เคยเป็นแชมป์ เราอยู่อัน 2 อันดับ 3 มาตลอด”
หมอฟาห์มี ยังคงย้ำว่า พวกเขามาจากความเคลือบแคลงสงสัย ไม่มีใครเชื่อในฝีมือ แต่สุดท้ายก็ก้าวขึ้นมาได้ เพียงแต่ทุกคนต้องทำงานให้เป็นมืออาชีพที่สุด เหมือนกับสโมสรที่ต้องการได้รับชัยชนะมากที่สุด อย่างสโลแกนการต่อสู้ที้ว่า “𝗙𝗿𝗼𝗺 𝗱𝗼𝘂𝗯𝘁 𝘁𝗼 𝗴𝗹𝗼𝗿𝘆, 𝘄𝗲 𝗳𝗶𝗴𝗵𝘁 𝗳𝗼𝗿 𝗣𝗮𝘁𝘁𝗮𝗻𝗶 𝗙𝗖’𝘀 𝘃𝗶𝗰𝘁𝗼𝗿𝘆.”
“สิ่งเดียวที่ท่านจะมีความทุกข์ คือ 90 นาทีในสนาม แต่ส่วนที่เหลือ ผมอยากให้ท่านมาสัมผัส แล้วท่านจะมีความสุขมากในการมาเยือนปัตตานี” หมอฟาห์มี กล่าวทิ้งท้ายถึงแฟนบอลทีมเยือน