โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วงเหล้ากลายเป็นวงเลือด พูดจาไม่เข้าหู ตามเคลียร์ถึงบ้าน ก่อนถูกฟันเสียชีวิต

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว
ภาพไฮไลต์

ที่ภูเก็ต จากวงเหล้ากลายเป็นวงเลือด เพื่อนพูดจาไม่เข้าหู ตามเคลียร์ถึงบ้าน ก่อนเกิดการกระทบกระทั่ง สุดท้ายถูกฟันเสียชีวิต เพื่อนบ้านช่วยห้ามถูกฟันบาดเจ็บ

เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 04.30 น. พ.ต.ท.จรัส เหล็มปาน สารวัตร (สอบสวน) สภ.กะรน จังหวัดภูเก็ต ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สภ.กะรน ว่ามีเหตุทำร้ายร่างกายและมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส นอนอยู่บริเวณหน้าบ้านพัก ถนนปฏัก ตำบลกะรน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต หลังรับแจ้ง จึงรายงาน พ.ต.อ.ปฐพี ศรีชาย ผกก.สภ.กะรน ทราบ ก่อนเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

ที่เกิดเหตุพบชายได้รับบาดเจ็บนอนจมกองเลือดอยู่บริเวณหน้าบ้านหลังดังกล่าว มีบาดแผลถูกฟันด้วยอาวุธมีดหลายแห่งทั่วร่างกาย เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยได้เข้าช่วยเหลือและปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลฉลองเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บอย่างเร่งด่วน

ขณะเดียวกัน นายสุภกิจ เจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ ได้รอพบเจ้าหน้าที่ตำรวจและแสดงตัวขอมอบตัว พร้อมให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ใช้อาวุธมีดดาบทำร้ายผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยได้นำอาวุธที่ใช้ก่อเหตุมอบให้พนักงานสอบสวนเป็นของกลาง ก่อนถูกควบคุมตัวไปยัง สภ.กะรน เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

ต่อมาพนักงานสอบสวนได้เดินทางไปตรวจสอบอาการของผู้ได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาลฉลอง และได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่พยาบาลว่า ผู้บาดเจ็บ ทราบชื่อคือ นายศรชัย ประทีป ณ ถลาง อายุ 48 ปี อาการสาหัส เสียชีวิตแล้ว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ส่งศพผู้เสียชีวิตไปเก็บรักษาไว้ที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เพื่อรอการชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้ง ขณะที่พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์ ก่อนดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายศรชัย ผู้เสียชีวิตได้ดื่มสุราอยู่เพียงลำพังภายในบ้านพัก ต่อมา นายกฤษฎา อายุ 38 ปี ได้โทรศัพท์ชักชวนไปดื่มสังสรรค์ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งบริเวณข้างห้างค้าส่ง หาดราไวย์ โดยนายสุภกิจ ผู้ก่อเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปยังร้านดังกล่าว และร่วมดื่มสุรากับกลุ่มเพื่อน ระหว่างนั่งดื่มภายในร้าน เกิดเหตุการณ์กระทบกระทั่งกันขึ้น ผู้เสียชีวิตได้บีบคอผู้ก่อเหตุบริเวณหน้าห้องน้ำของร้าน ทำให้ผู้ก่อเหตุเกิดความไม่พอใจ และเดินทางกลับบ้านทันที

จากนั้น นายกฤษฎา พร้อมด้วย นายศรชัย ได้ขับรถตามมายังบ้านของผู้ก่อเหตุ โดยจอดรถบริเวณหน้าบ้านและตะโกนเรียกให้ออกมาพูดคุย ส่งเสียงดังจนภรรยาและบุตรของผู้ก่อเหตุตื่นขึ้นมา จากนั้นได้เกิดการโต้เถียงกันอย่างรุนแรง ก่อนที่ นายศรชัย และเพื่อนจะเข้าทำร้ายร่างกายนายสุภกิจ แม้ภรรยาและบิดาของ นายสุภกิจ จะพยายามเข้าห้ามปราม ขณะที่ นายสุภกิจ บอกให้ทั้งหมดกลับไปและเดินเข้าภายในบ้าน แต่ นายศรชัย ยังคงเดินตามเข้าไปเพื่อเคลียร์ปัญหาต่อ โดยมีภรรยาของผู้ก่อเหตุซึ่งกำลังอุ้มลูกเล็กอยู่ พยายามยืนขวางไว้ด้วยความโมโห นายสุภกิจจึงหยิบมีดภายในบ้านออกมาไล่ฟันผู้เสียชีวิตและเพื่อน จนเป็นเหตุให้ผู้เสียชีวิตถูกฟันได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บอีกราย คือ นายประภัทร อายุ 37 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านของผู้ก่อเหตุ ที่เข้ามาช่วยห้าม ถูกมีดฟันเข้าที่ส้นเท้าขวาจนได้รับบาดเจ็บ

ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กะรน ได้ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ดำเนินคดี พร้อมแจ้งข้อหา “ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย” ก่อนนำตัวส่งฝากขังต่อศาลจังหวัดภูเก็ต

ล่าสุด ช่วงบ่ายวันนี้ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดภูเก็ต ได้เข้าตรวจสอบอาวุธมีดดาบที่ใช้ก่อเหตุอย่างละเอียด ก่อนลงพื้นที่บ้านเกิดเหตุเพื่อเก็บรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ทั้งคราบเลือด เส้นผม และวัตถุพยานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปประกอบสำนวนคดีและหาสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์ต่อไป

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรพลิกศพและเก็บรักษาไว้ที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วงเหล้ากลายเป็นวงเลือด พูดจาไม่เข้าหู ตามเคลียร์ถึงบ้าน ก่อนถูกฟันเสียชีวิต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...