โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นาทีชีวิต! ช้างป่ากุยบุรีพุ่งชนผู้พิทักษ์ป่าเจ็บขณะช่วยรักษา

ThaiNews - ไทยนิวส์ออนไลน์

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เกิดเหตุสุดวิสัยระหว่างภารกิจช่วยรักษาช้างป่าบาดเจ็บสาหัสในพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรีส่งผลให้มีเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่าได้รับบาดเจ็บ 2 นาย ด้านอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชสั่งดูแลเจ้าหน้าที่อย่างเต็มกำลัง พร้อมปรับแผนการรักษาเพื่อความปลอดภัย
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากได้รับรายงานว่า พบช้างป่ามีขนาย(งาขนาดเล็ก) มีอาการบาดเจ็บสาหัส ฝ่าเท้าหลุดจนไม่สามารถลงน้ำหนักที่ขาได้ ทางอุทยานฯ จึงได้ประสานทีมสัตวแพทย์พร้อมสนับสนุนยาปฏิชีวนะเพื่อเข้าช่วยรักษาช้างป่าอย่างเร่งด่วน

นาทีชีวิต! ช้างป่ากุยบุรีพุ่งชนผู้พิทักษ์ป่าเจ็บขณะช่วยรักษา

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการปฏิบัติงานเพื่อช่วยชีวิตสัตว์ป่าได้เกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้นเมื่อแรงกระแทกจากช้างป่ากุยบุรีทำให้นายพิเชษฐ์ อินเรือน หัวหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ กร.7 (คลองบึง) มีอาการฟกช้ำรุนแรงบริเวณหน้าอกด้านขวา สะโพก และแผ่นหลัง ขณะที่นายอาวุธ จิตสวา เจ้าหน้าที่สายตรวจลาดตระเวน ได้รับบาดเจ็บที่เข่าขวาจากการกระโดดหลบการพุ่งชนได้อย่างหวุดหวิด โดยล่าสุดเจ้าหน้าที่ทั้ง 2 นายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์และอาการปลอดภัยแล้ว
ด้านนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้สั่งการให้ดูแลรักษาเจ้าหน้าที่ที่บาดเจ็บอย่างดีที่สุด พร้อมชี้ว่าความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ก็สำคัญไม่แพ้กัน สำหรับแนวทางการช่วยรักษาช้างป่าตัวนี้ ได้สั่งปรับแผนให้รัดกุมยิ่งขึ้น โดยนำเทคโนโลยีระยะไกลมาใช้เพื่อลดความเสี่ยง

นาทีชีวิต! ช้างป่ากุยบุรีพุ่งชนผู้พิทักษ์ป่าเจ็บขณะช่วยรักษา

ขณะนี้ทางหัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรีได้ตรึงกำลังเจ้าหน้าที่ร่วมกับทีมสัตวแพทย์ในพื้นที่เพื่อติดตามแกะรอยช้างป่าตัวดังกล่าวอย่างระมัดระวัง โดยปรับเปลี่ยนมาตรการจากการเข้าประชิดตัว เป็นการประเมินระยะห่างและใช้วิธีการฝังยาหรือให้ยาซึมที่ปลอดภัยต่อทั้งตัวสัตว์และทีมปฏิบัติงาน เพื่อเร่งฟื้นฟูรักษาบาดแผลที่ฝ่าเท้า และส่งช้างป่ากลับคืนสู่ผืนป่าอย่างปลอดภัย

นาทีชีวิต! ช้างป่ากุยบุรีพุ่งชนผู้พิทักษ์ป่าเจ็บขณะช่วยรักษา

ที่มา : กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...