“ราคาน้ำมันโลก” ดิ่งกว่า 6% ต่ำสุดรอบ 2 สัปดาห์ รับความหวังสหรัฐ-อิหร่านใกล้ปิดดีล
"ราคาน้ำมันโลก" ดิ่งกว่า 6% ต่ำสุดรอบ 2 สัปดาห์ รับความหวังสหรัฐ-อิหร่านใกล้ปิดดีล นำไปสู่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง แม้นักวิเคราะห์เตือนยังมีความเสี่ยงสูงที่การเจรจาสะดุด
วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เวลา 11.07 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าราคาน้ำมันดิบร่วงลงกว่า 6% แตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์ในการซื้อขายวันจันทร์ หลังตลาดเริ่มมีความหวังมากขึ้นว่า สหรัฐและอิหร่านอาจเข้าใกล้การบรรลุข้อตกลงสันติภาพ แม้ทั้งสองฝ่ายยังมีความเห็นต่างในประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะเรื่องการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ
ณ เวลา 03.43 น. ตามเวลา GMT สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวลง 5.85 ดอลลาร์ หรือ 5.7% มาอยู่ที่ 97.69 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ของสหรัฐฯ ลดลง 5.75 ดอลลาร์ หรือ 6% อยู่ที่ 90.85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยทั้งสองสัญญาร่วงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคมในช่วงก่อนหน้า
แรงกดดันต่อตลาดน้ำมันเกิดขึ้นหลังโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวเมื่อวันเสาร์ว่า สหรัฐและอิหร่านเจรจาได้คืบหน้าอย่างมากเกี่ยวกับข้อตกลงสันติภาพ ซึ่งอาจนำไปสู่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ขณะที่ก่อนเกิดความขัดแย้ง ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ราว 20% ของโลก
ซอล คาโวนิก นักวิเคราะห์จาก MST Marquee กล่าวว่า แม้ข้อตกลงสันติภาพยังมีความเสี่ยงและความไม่แน่นอนอยู่มาก แต่ตลาดเริ่มเห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ ซึ่งอาจช่วยบรรเทาราคาน้ำมันในระยะสั้นได้
อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายยังมีข้อขัดแย้งในหลายประเด็น โดยทรัมป์กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า เขาได้กำชับผู้แทนเจรจาของสหรัฐว่าไม่จำเป็นต้องรีบเร่งปิดดีลกับอิหร่าน
วอร์เรน แพตเตอร์สัน หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์สินค้าโภคภัณฑ์ของ ING เตือนว่า ตลาดเคยอยู่ในจุดที่ดูเหมือนการเจรจาจะคืบหน้ามาแล้วหลายครั้ง ก่อนที่การหารือจะล่มลงในภายหลัง ดังนั้น นักลงทุนจึงมีแนวโน้มระมัดระวังมากขึ้นและไม่รีบตอบสนองต่อข่าวเชิงบวกมากเกินไป
นักวิเคราะห์หลายฝ่ายยังมองว่า แม้จะมีข้อตกลงเกิดขึ้นจริง แต่การส่งออกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับสู่ภาวะปกติอาจต้องใช้เวลาหลายเดือน เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันและก๊าซบางส่วนได้รับความเสียหายจากสงคราม
พริยันกา ซัชเดวา นักวิเคราะห์จาก Phillip Nova กล่าวว่า ยิ่งวิกฤตยืดเยื้อนานเท่าไร ก็ยิ่งเกิดคำถามว่าผู้นำโลกต้องการยุติความปั่นป่วนครั้งนี้อย่างรวดเร็วจริงหรือไม่
ขณะเดียวกัน บริษัทพลังงานในสหรัฐได้ตอบรับราคาพลังงานที่สูงขึ้นด้วยการเพิ่มจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันและก๊าซเป็นสัปดาห์ที่ 5 ติดต่อกัน ซึ่งถือเป็นการเพิ่มต่อเนื่องยาวนานที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2568
ข้อมูลจาก Baker Hughes ระบุว่า จำนวนแท่นขุดเจาะในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 7 แท่น สู่ระดับ 558 แท่นในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 22 พฤษภาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2568 แม้จำนวนรวมยังต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนราว 1%
ซัชเดวาระบุเพิ่มเติมว่า แม้ตัวชี้วัดทางเทคนิคเริ่มส่งสัญญาณว่าตลาดกำลังพยายามทรงตัว หลังเผชิญแรงขายหนักในสัปดาห์ก่อน แต่ความเชื่อมั่นของนักลงทุนยังถือว่าอ่อนแออยู่มาก
อ้างอิง : reuters.com